อัญมณีไทยสู่งาน Jewellery Show ที่ฮ่องกง
                                        

ความเป็นมาของงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีที่ฮ่องกง

ฮ่องกง เป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและ ของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งใน เดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน สำหรับงานอัญมณีระหว่างวันที่ 5-9 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 30 โดย Hong Kong Trade Development Council ร่วมกับสมาคมผู้ค้าทองและเครื่องประดับฮ่องกง และสมาคมผู้ผลิตเครื่องประดับฮ่องกง มีผู้จัดแสดงสินค้าเข้าร่วมถึง 3,300 ราย จาก 49 ประเทศทั่วโลก สามารถดึงดูดผู้เข้าชมงานได้กว่า 42,000 คน จาก 140 ประเทศทั่วโลก โดยพบว่า ในปีนี้มีผู้เข้าชมงานจากประเทศตลาดเกิดใหม่ (emerging markets) อาทิ จีน อินเดีย รัสเซีย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

สินค้าที่จัดแสดงในงานอัญมณีที่ฮ่องกงมีค่อนข้างหลากหลาย ครอบคลุมทั้งเพชร พลอย ไข่มุก เครื่องประดับอัญมณีต่าง ๆ นาฬิการะดับหรู อุปกรณ์เกี่ยวกับเครื่องประดับอัญมณีและบรรจุภัณฑ์ รวมไปถึงบริการด้านการตลาดและโฆษณา โดยผู้จัดงานได้แบ่งโซนสินค้าตามประเภทและประเทศที่มา นอกจากนี้ ภายในงานยังมีโซนพิเศษ อาทิ โซนจัดแสดงเครื่องประดับแบรนด์ดังระดับโลก โซนจัดแสดงเครื่องประดับโบราณ โซนจัดแสดงเครื่องประดับสมัยใหม่ โซนจัดแสดงเครื่องประดับหยก เป็นต้น ซึ่งได้ช่วยเพิ่มสีสันและสร้างความคึกคักให้กับงานเป็นอย่างมาก 

ทำไมต้องงานอัญมณีที่ “ฮ่องกง” ?

การมีระบบเศรษฐกิจที่เปิดกว้างและการเป็นเมืองท่าเสรีของฮ่องกงส่งผลให้ฮ่องกงเป็นเมืองที่ “เข้าง่าย-ออกง่าย”กล่าวคือ ฮ่องกงมีกฎระเบียบด้านศุลกากรและภาษีที่เรียบง่ายชัดเจน ไม่ซับซ้อนยุ่งยาก เอื้อต่อการขนส่งสินค้าประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะอัญมณีที่มีมูลค่าสูง สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัย พื้นฐานที่ส่งเสริมให้ฮ่องกงเหมาะจะเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้า นอกจากนี้ ทำเล ที่ตั้งที่เหมาะสมและการคมนาคมที่สะดวกสบายยังช่วยดึงดูดให้ผู้ซื้อจาก ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมารวมตัวที่ฮ่องกง ทั้งผู้ซื้อจากฝั่งเอเชียและประเทศตะวันตก ส่งผลให้ฮ่องกงเป็น “ศูนย์กลางการพบปะ” ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายที่สำคัญ การมาร่วมงานอัญมณีที่ฮ่องกง ไม่ว่าจะในฐานะ “ผู้ซื้อ” หรือ “ผู้ขาย” จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่คุ้มค่าและน่าสนใจทีเดียว

นอกจากนี้ ฮ่องกงยังมีบทบาทสำคัญในการเป็น “ประตู” สู่ตลาดจีน โดยความใกล้ชิดด้านภูมิศาสตร์ ภาษา และวัฒนธรรมส่งผลให้ฮ่องกง มีข้อได้เปรียบในการเจาะตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่ที่น่าจับตามอง เนื่องจากมีประชากรจำนวนมากและผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยผู้ประกอบการอัญมณีไทยให้ความเห็นว่า ปัจจุบัน ชาวจีนที่มีกำลังซื้อสูงครองสัดส่วนเพียงร้อยละ 5 ของประชากรทั้งหมด และกลุ่มผู้ซื้อเหล่านี้ยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก ทำให้จีนเป็นตลาดที่น่าสนใจทั้งในแง่การเจาะตลาดบนด้วยสินค้า high-end และตลาดทั่วไปด้วยสินค้า mass products ซึ่งอัญมณี โดยเฉพาะพลอย ยังนับเป็นสินค้าใหม่ในตลาดจีน


                                                                                       

อุตสาหกรรมอัญมณีปีนี้ยังสดใส

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในงานมีความเชื่อมั่นว่า อุตสาหกรรมอัญมณีในปีนี้น่าจะเติบโตอย่างคงที่หรืออาจมีแนวโน้มดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยแม้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจของโลกจะยังไม่คลี่คลายทั้งหมด แต่ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้น และตลาดอัญมณียังได้แรงหนุนจากผู้บริโภคในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (emerging markets) อาทิ จีน อินเดีย รัสเซีย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะตลาดจีนที่น่าจะเป็นแรงหนุนสำคัญ นอกจากนี้ การมาพบปะลูกค้ายังทำให้ผู้ประกอบการสังเกตเห็นแนวโน้มของตลาดอัญมณีโลกในปีนี้ว่า ลูกค้าหันมาให้ความสนใจกับเครื่องประดับที่มีราคาย่อมเยาว์ อาทิ เครื่องประดับเงิน[1]มากขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะเก็บออมมากกว่าเดิม เพราะยังไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ นอกจากเครื่องประดับเงินที่มาแรงแล้ว ยังพบว่า ผู้บริโภคมีแนวโน้มลดขนาดและมูลค่าของสินค้าลง (scale down) โดยเครื่องประดับชิ้นเล็กที่มีดีไซน์แปลกใหม่จะได้รับความนิยมมากกว่าเครื่องประดับที่เน้นการสะสมมูลค่า อาทิ เครื่องประดับทอง และเครื่องประดับเพชร

เสียงจากผู้ประกอบการไทยที่มาจัดแสดงสินค้าในงานฯ

งานอัญมณีที่ฮ่องกงถือ เป็นงานใหญ่ที่มีผู้ประกอบการชาวไทยมาร่วมจัดแสดงสินค้าเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการที่มาร่วมงานเป็นประจำทุกปี โดยบีไอซีได้สัมภาษณ์ผู้ประกอบการส่วนหนึ่ง และขอแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยที่ สนใจจะมาเข้าร่วมงานในอนาคต ดังนี้

 

คุณธิติ เอกบุญยืน นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี ซึ่งมาร่วมงานเป็นประจำทุกปี ให้ความเห็นว่า การมาจัดแสดงสินค้าในงานอัญมณีที่ฮ่องกงเป็นโอกาสสำคัญในการพบปะลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ โดยในกรณีลูกค้าเก่าจะถือเป็นการเปิดตัวสินค้าใหม่และรับคำสั่งซื้อ ซึ่งงานอัญมณีที่ฮ่องกงไม่เคยทำให้ผิดหวัง และเครื่องประดับอัญมณีเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง ลูกค้าส่วนใหญ่จึงต้องการเห็นตัวอย่างสินค้าก่อนสั่งซื้อ

คุณลี เกีย ซุ้ง จากบริษัท ยงไท เจมส์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจค้าอัญมณีมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ให้ความเห็นว่า การศึกษาและทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่ควรละเลย นอกจากนี้ ยังต้องตระหนักว่า ลูกค้าแต่ละกลุ่ม แต่ละประเทศมีความต้องการที่แตกต่างกัน และรสนิยมของผู้บริโภคเครื่องประดับยังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การมาร่วมงานอัญมณีจึงเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการจะได้พบปะและศึกษาความต้องการของลูกค้าโดยตรง นอกจากนี้ การมาร่วมงานยังทำให้ผู้ประกอบการได้เห็นแนวโน้มตลาดอัญมณีและเทรนด์ในแต่ละปีด้วย อย่างไรก็ดี การจะประสบความสำเร็จในงานจัดแสดงสินค้าได้ต้องอาศัยทั้งทักษะและประสบการณ์ โดยบริษัทฯ ได้ผ่านการลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง กว่าที่จะจับความต้องการของผู้บริโภคได้ถูกทางและเรียนรู้กลวิธีการตกแต่ง บูธให้น่าสนใจ รวมถึงเลือกสินค้ามาจัดแสดงในแต่ละปีได้อย่างเหมาะสม

                 

คุณกล้า เพียรกิจกรรม ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท Art Event จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้ค้าเครื่องประดับเงิน ให้ความเห็นว่า งานอัญมณีที่ฮ่องกงเป็นงานที่รวมผู้ซื้อและผู้ขายที่มีศักยภาพจากทั่วโลก โดยลูกค้าที่พบมากที่สุด คือ ลูกค้าชาวจีน และการมาร่วมงานทำให้บริษัทฯ มีโอกาสพบปะลูกค้าที่เป็น “ตัวจริง” และสามารถสร้างเครือข่ายเพื่อติดต่อซื้อ-ขายสินค้าระหว่างกันในอนาคต

อัญมณีไทยกับการก้าวไปในตลาดโลก

              คุณธิติฯ นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี เปิดเผยว่า ไทยมีจุดแข็งในอุตสาหกรรมอัญมณี โดยเฉพาะในด้านการปรับปรุงคุณภาพพลอย (เผา/หุงพลอย) ซึ่งปัจจุบัน สามารถกล่าวได้ว่า ไทยเป็นผู้ที่มีทักษะด้านการเผาพลอยมากที่สุด เนื่องจากมีการสั่งสมประสบการณ์ในด้านดังกล่าวมาเป็นเวลานาน และยังไม่มีประเทศใดสามารถเลียนแบบเทคนิคดังกล่าว ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นได้ อย่างไรก็ดี การที่ไทยใช้ทรัพยากรพลอยภายในประเทศไปเกือบหมดแล้ว ทำให้ปัจจุบัน ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งการเดินทางไปซื้อพลอยจากประเทศต้นกำเนิด อาทิ แอฟริกา ศรีลังกาโดยตรง และการนำเข้าพลอยจากประเทศนั้น ๆ โดยประสบ ปัญหา คือ การขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายท้องถิ่น และภาษีนำเข้าของไทยที่ทำให้อัญมณีไทยมีต้นทุนค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบ กับประเทศอื่น ๆ

ปัจจุบัน ไทยเป็นประเทศต้นน้ำในการผลิตพลอย กล่าวคือ อุตสาหกรรมอัญมณีในไทยส่วนใหญ่จะอยู่ในขั้นตอนการปรับปรุงคุณภาพ (เผา/หุงพลอย) และเจียระไนพลอย จากนั้นจึงส่งออกพลอยไปประกอบเป็นเครื่องประดับในต่างประเทศ เนื่องจากไทยขาดเครื่องจักรในการประกอบพลอยและยังขาดทักษะในการออกแบบ เครื่องประดับที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าต่างชาติ ซึ่งคุณธิติฯ อยาก ให้รัฐบาลขยายการสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องประดับอัญมณีของไทยให้ ครอบคลุม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง การค้าอัญมณีในภูมิภาค


                                                                  

นอกจากนี้ บีไอซียังสังเกตเห็นว่า ในโซนจัดแสดงสินค้าจากประเทศไทยมีผู้ประกอบการที่ประจำบูธเป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอินเดียเป็นจำนวนมาก และเมื่อสอบถามผู้ประกอบการไทยก็ทราบว่า ชาวต่างชาติเหล่านี้เข้ามาจดทะเบียนบริษัทร่วมกับคนไทย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของกิจการ และทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลางในการค้าอัญมณี โดยชาวอินเดียจะมีข้อได้ เปรียบด้านภาษาและเครือข่ายการค้า ทำให้ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากต้องส่งออกสินค้าผ่านพ่อค้าคนกลางเหล่านี้ เพราะยังขาดความรู้ความชำนาญด้านการตลาด ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยขาดอำนาจในการกำหนดราคา ทั้งนี้ แนว ทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว คือ การที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการออกไปร่วมงาน จัดแสดงสินค้าในต่างประเทศ เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ค้าอัญมณีและหาฐานลูกค้าใหม่โดยตรง

                  สำหรับความเห็นต่อการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community-AEC) ในปี 2558 นั้น คุณธิติฯ มองว่า อุตสาหกรรมอัญมณีไทยน่าจะมีข้อได้เปรียบจากการเปิด AEC เนื่องจากปัจจุบัน ไทยยังเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมอัญมณีในอาเซียน และความเสรีด้านเศรษฐกิจการค้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตน่าจะเป็นโอกาสสำหรับ อัญมณีไทยในการเจาะตลาดอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งมีประชากรมากและเศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี “โอกาส” ย่อมต้องมาคู่กับ “ความพร้อม” ของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการไทยต้องพัฒนาคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าด้วยสินค้าที่ได้มาตรฐาน และร่วมกันส่งเสริมภาพลักษณ์อัญมณีไทยให้เป็นที่ยอมรับในตลาดสากล



[1] เครื่องประดับเงิน (silver) หมายถึง เครื่องประดับเงินที่ชุบทองคำขาว และประดับด้วยเพชรเทียม พลอยเทียม หรือมุกน้ำจืด ทำให้เครื่องประดับซิลเวอร์มีราคาไม่แพงมาก





เขียนโดย : ศศิภา ฉั่น
แหล่งข้อมูล : งาน Hong Kong International Jewellery Show 2013
18 เมษายน 2556

Back to the list

More Related

  • ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการจัดแสดงสินค้านานาชาติที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคและของโลก โดยในแต่ละปี ฮ่องกงจะมีงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน และกันยายน
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นกลุ่มใหญ่ ตามด้วยไกด์ที่ถือธงสีแดงผ่านสถานที่ท่องเที่ยว และศูนย์การค้าต่างๆ ได้กลายเป็นภาพติดตาที่ทุกคนต่างเรียกว่า “กรุ๊ปทัวร์จีน”
  • เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. 2556 ฮ่องกงได้มีการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “HOFEX” ขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre โดยงานดังกล่าวเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมออกบูธจำนวนกว่า 1,900 ราย จาก 48 ประเทศทั่วโลก และสามารถดึงดูดผู้เที่ยวชมได้ถึง 35,000 ราย ในโอกาสดังกล่าว บีไอซีได้เดินทางไปเที่ยวชมงานและเที่ยวชิมอาหารจากนานาประเทศทั่วโลก รวมถึงสัมภาษณ์ผู้ประกอบการไทยที่มาร่วมงานด้วย จึงขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่าน ดังนี้
  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จัดงานเทศกาลอาหารและวัฒนธรรมไทย ณ นครฉางซา มณฑลหูหนาน (Thai Food and Culture Festival 2013, Changsha) ระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2556 ณ ห้างสรรพสินค้า ID Mall โดยได้รับความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครหนานหนิง และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครคุนหมิง
  • ในบทความนี้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) ขอพาท่านไปดูกันว่า การจะเปิดร้านอาหารไทยในจีนนั้น มีกฎระเบียบอะไรที่ต้องคำนึงถึง และมีขั้นตอนยากง่ายประการใด

สถานการณ์ในต่างประเทศ