ข่าวเศรษฐกิจทั่วโลก

  • ในฐานะที่ สอท. ณ กรุงเบอร์ลิน มีส่วนอย่างแข็งขันตลอดมาในการสนับสนุนนโยบายการปฏิรูปการศึกษาด้านอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ซึ่งมีเยอรมนีเป็นต้นแบบในระดับสากล โดยใช้องค์ความรู้ที่เป็นเลิศจากต่างประเทศในการพัฒนาอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ในโอกาสนี้ สอท. ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และสถาบัน IRATEC เยอรมนี จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านอาชีวศึกษาทวิภาคี ครั้งที่ 4 (Thai-German Meister Workshop) ในสาขาแมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) ระหว่างวันที่ 11-22 กันยายน 2560 ที่สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา กรุงเทพฯ
  •       เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 นายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เข้าพบหารือกับ Prof. Dr. Hubert Ertl, Vice President and Head of Research of the Federal Institute for Vocational Education and Training (BIBB) พร้อมด้วย Mr. Michael Schwarz, Deputy Head of Division, German Office for International Cooperation in Vocational Education and Training (VET), BIBB และ Mr. Gerhard Reh, iMOVE ที่เมืองบอนน์ เพื่อหารือต่อยอดความร่วมมือในปัจจุบันและริเริ่มโครงการระหว่างกันในอนาคต โดยมุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรครูฝึก/ครูช่างและแรงงานขั้นสูงของไทยในสาขา mechatronics เพื่อรองรับการสร้างเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมตามนโยบายประเทศไทย 4.0 โดยที่ผ่านมา ฝ่ายเยอรมันได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานของไทย ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูตฯ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)<br />
        ในการนี้ Prof. Dr. Hubert Ertl เน้นย้ำถึงความสำคัญของอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีที่เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจเยอรมัน ซึ่งความเข้มแข็งของอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์การทำงานอย่างบูรณาการจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย และภาคเอกชนของเยอรมนี<br />
  • สถานเอกอัครราขทูต ณ กรุงเบอร์ลิน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมัน 2 คน ได้แก่ Dr. Christina Schmidt-Holtmann ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี และนาย Lutz Haase ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร FTWK ซึ่งเป็น start-up ด้านบริการสุขภาพที่ประสบความสำเร็จ เดินทางเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 18 – 24 กันยายน 2560 เพื่อขยายหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างไทยกับเยอรมนี และร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนา Green and Innovative Economy ซึ่งในปีนี้ จัดในหัวข้อ Digital Agenda ของเยอรมนีกับโอกาสทางธุรกิจของไทย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร
  • เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดกิจกรรมเสวนา Empowering Women through Entrepreneurship and Startups in Berlin ระหว่างเวลา 16.00-18.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของกรุงเบอร์ลินในการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รับฟังทิศทางและนโยบายในอนาคตของกรุงเบอร์ลิน ในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของธุรกิจ startup ของเยอรมนีและยุโรป รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ชาวไทยและชาวเยอรมัน โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจสตรี
  •           Adlershof Science Park เป็นอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมต้นแบบชั้นนำของประเทศเยอรมนี ที่เป็นศูนย์รวมของหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ ที่มีทั้งศูนย์เทคโนโลยีและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (Incubator) กว่า 90 แห่งกระจายไปตามสาขาต่าง ๆ สถาบันวิจัยมากมายทั้งที่ไม่ใช่มหาลัยและสถาบันในระดับมหาวิทยาลัย เช่น Humboldt University รวมแล้วกว่า 20 แห่ง และบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 1,000 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมย่อย ๆ กว่า 16 โครงการ โดยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง 460 แห่ง มีพนักงานทั้งหมด 16,000 คน <br />
              Adlershof เป็นนิคมวิจัยที่มีสิ่งแวดล้อม (eco-system) ที่เหมาะสมสำหรับเอกชนในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทเอกชน สอดคล้องกับหลักการที่ว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ควรประกอบด้วยองค์ประกอบสามส่วนในการสร้างนวัตกรรม (innovation triple helix) ได้แก่ 1. บริษัทเอกชน ซึ่งเป็นที่มาของแหล่งเงินทุนแอละโจทย์การวิจัย 2. สถาบันวิจัย ซึ่งเป็นแหล่งที่มาขององค์ความรู้และการวิจัยประยุกต์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย เช่น ห้องแล็บ และ 3. สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของการวิจัยขั้นพื้นฐานและเป็นผู้สร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพ <br />
              ด้วยเหตุนี้ Adlershof จึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างนวัตกรรมที่เอกชนสามารนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ และสามารถขยายโครงสร้างองค์การอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีส่วนให้บริการมากมาย ศูนย์บริการหลักๆ ได้แก่ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (incubator) ที่ให้บริการผู้ประกอบการ หรือ บริษัทตั้งแต่ ด้านการจัดเตรียมเอกสาร ใบอนุญาต ด้านการตลาด และการส่งต่อเทคโนโลยี ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลในSMEs และ ศูนย์วิจัยข้อมูลทางสถิติ <br />
    หัวใจของ Adlershof คือ ศูนย์วิจัยในสาขาต่าง ๆ ได้แก่  ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัย Photonics and Optics ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและมัลติมีเดีย ศูนย์วิจัย Microsystems and Materials และศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)<br />
               การทำงานของ Adlershof  เริ่มตั้งแต่การปูรากฐานการทำวิจัย การทํางานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานวิจัยและบริษัทผู้ผลิต เพื่อปรับปรุง และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และสามารถนำไปสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ประกอบกับการมีเครือข่ายที่กว้างขวาง Adlershof จึงช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในการพบปะกับบริษัทชั้นนำมากมาย<br />
               ลักษณะสำคัญของ Adlershof  คือ  <br />
               1.    การที่รัฐบาลริเริ่มโครงการแล้วส่งต่อให้ภาคเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการ ด้วยแนวทางการบริหารแบบเอกชนนี้เอง ปัจจุบันมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายใน Adlershof กว่า 70% ของรายได้ต่อปีกว่า 2 พันล้านยูโร จึงมาจากภาคเอกชน<br />
               2.    จุดมุ่งหมายในการทำการวิจัย คือ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ใช้การได้มากกว่าหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ ไม่เน้นการสร้างงานวิจัยเพื่อผลงานทางวิชาการ แต่ไม่นำมาปรับใช้ หรือที่เรียกว่า ขึ้นหิ้ง<br />
               3.     การสร้างเครือข่ายจากจุดแข็งของกรุงเบอร์ลิน ในการเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสำหรับ Start-ups ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของโลก <br />
               4.    มุ่งแสวงหาผู้ประกอบการรายใหม่ (“incubees”) เพื่อนำมาบ่มเพาะกับเทคโนโลยี และร่วมมือกับ บริษัท ขนาดใหญ่ที่อาจมีการแตกหน่อทางธุรกิจใหม่ ๆ<br />
               จากการเยี่ยมศึกษาดูงานที่ Adlershof ของ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 ฝ่ายไทยได้เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะเรียนรู้ประสบการณ์จาก Adlershof รวมทังขยายความร่วมมือระหว่าง Adlershof กับอุทยานวิทยาศาสตร์ของไทย ทั้งด้าโดยเฉพาะด้าน การวางระบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้มแข็งและมีการลงทุนด้าน R & D อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลทางธุรกิจมากที่สุด และการศึกษาโครงสร้างเครือข่าย R & D ของ Adlershof ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ที่ไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งกับผู้ประกอบการระดับ high-tech หรือ mid-tech ได้ <br />
  •         เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน จัดพิธีเปิดคูหาไทยในงาน International Green Week 2017 (IGW) โดยมีนายธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน กล่าวเปิดงาน และได้รับเกียรติจาก ดร. อำพน กิตติอำพน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และนาง Marlene Mortler คณะกรรมาธิการด้านยาเสพติดระดับสหพันธ์ฯ กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมตัดริบบิ้นเปิดงาน พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตประเทศอาเซียน ผู้แทนกระทรวงต่างๆ ของเยอรมนี กลุ่ม Friends of Thailand และหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทย<br />
        อนึ่ง ในปีนี้พื้นที่ Thai Pavilion จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก ได้แก่ Thailand: Green Village for Sustainable Economy ประกอบด้วยร้านค้าจากโครงการในพระราชดำริ ได้แก่ ร้านภูฟ้า โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภัทรพัฒน์ มูลนิธิโครงการหลวง องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการไทยในเยอรมนีและยุโรปจำนวน 22 ราย และนิทรรศการเรื่องวันดินโลกและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยงาน IGW ถือเป็นเทศกาลสินค้าอาหารและเกษตรประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนีและสหภาพยุโรป มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกและ 16 รัฐของเยอรมนีร่วมออกร้าน อีกทั้ง มีการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการทำการเกษตรและการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว<br />
  • สรุปมาตรการสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจ และมาตรการส่งเสริมการทำธุรกิจในเยอรมนี (สถานะเดือนสิงหาคม 2560)<br />
    1.    เงินช่วยเหลือ และกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) ที่เป็นไปตามเงื่อนไข<br />
            1.1    ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
                    1.1.1    Start-ups / SMEs / Mittlestand<br />
                     -     โครงการ EXIST – Existenzgründungen aus der Wissenschaft จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ เป็นโครงการสนับสนุนการก่อตั้งบริษัทภายใต้สภาพแวดล้อมมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย โดยให้เงินสนับสนุนตั้งแต่ด้านการพัฒนาแนวคิดทางธุรกิจเพื่อให้กลายมาเป็นแผนธุรกิจต่อไป ด้านงานวิจัยทั้งในด้านการพัฒนาทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความคิดริเริ่มในการจัดตั้ง start-up และการเตรียมการที่จำเป็นเพื่อการดำเนินการทางธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมในด้านนวัตกรรมจากพื้นฐานเทคโนโลยี<br />
                     -     โครงการ "European Recovery Programme" หรือ ERP ของธนาคารเคเอฟดับเบิลยู (KREDITANSTALT FUR WIEDERAUFBAU: KfW) ที่จัดตั้งโดยรัฐบาล ให้การค้ำประกันสินเชื่อแก่ธุรกิจ Start-ups ในระหว่างการจัดตั้งและดำเนินการกิจการ (การลงทุน การจัดซื้อ และวัตถุดิบที่ใช้ในการดำเนินงาน) โดยในบางกรณี เคเอฟดับเบิลยู รับความเสี่ยงสูงสุดถึง 80% ของ Default risk หรือ ความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ย และ/หรือไม่อาจจ่ายคืนเงินต้นตามกำหนดได้ <br />
                     1.1.2    การพัฒนาทักษะด้านอาชีพ (Vocational Training)<br />
                      -    เงินช่วยเหลือ และเงินอุดหนุน แก่ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มจำนวนสถานที่ฝึกงานตามสำนักงานสาขาต่างๆ และมีการพัฒนาคุณภาพการฝึกทักษะอาชีพ โดยที่เงินช่วยเหลือดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ กระทรวงการศึกษาและวิจัย และกระทรวงการต่างประเทศ<br />
                      -    กระทรวงการศึกษาและวิจัย ให้การสนับสนุนโครงการ intra-company ในการให้บุคคลพิการเข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกทักษะอาชีพโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล<br />
                     1.1.3    กิจกรรมส่งเสริมการประหยัดพลังงาน<br />
                      -    การให้เงินอุดหนุนแก่โรงงานผลิตที่มีการปรับปรุงขั้นตอนการผลิตเพื่อประหยัดพลังงาน (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ)<br />
                      -    การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือเพื่อการลงทุนด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จากการใช้เทคโนโลยีข้ามภาคส่วนที่มีศักยภาพสูง (สนับสนุนโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ)<br />
                     1.1.4     Child care service<br />
                      -    กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (Federal Ministry for Family, Seniors, Women and Youth) ริเริ่มโครงการ Corporate Child Care โดยให้สนับสนุนด้านเงินอุดหนุนในการจัดตั้งส่วนบริการดูแลเด็กภายในบริษัท<br />
            1.2    ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific)<br />
                    1.2.1    เงินช่วยเหลือ พร้อมมาตรการสนับสนุนจำนวนมากถูกใช้ไปในการพัฒนานวัตกรรม ที่กระตุ้นให้เกิดกิจกรรมการค้า (Commercialization) ในกลุ่มธุรกิจต่อไปนี้<br />
                     -    เทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมเต็มรูปแบบ (Innovative port Technology): สนับสนุนโครงการที่มุ่งพัฒนา หรือปรับเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมแบบเต็มรูปแบบ การจัดการสินค้า ประเภทคาร์โก้ให้เหมาะสม และการพัฒนาเทคโนโลยีโลจิสติกส์ให้เป็นระบบดิจิทัล<br />
                     -    โครงการพัฒนายานพาหนะไร้คนขับ ที่ควบคุมระบบควบคุมรถอัตโนมัติ (Automated and networked driving) นำโดยกระทรวงคมนาคม: ให้การสนับสนุนโครงการพัฒนานวัตกรรมระบบอัตโนมัติ การเชื่อมต่อ และสื่อสารระหว่างเครือข่ายการจราจรต่างๆ<br />
                     -    BioEconomy 2030 ภายใต้การกำกับของกระทรวงการศึกษาและวิจัย: ให้การสนับสนุนด้านนวัตกรรม และการวิจัยภาคเกษตรกรรม และการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ รวมทั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีจีโนม (GENOME) เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพิมพ์เขียว ดีเอ็นเอของเซลล์และยีนทั้ง ของมนุษย์และสัตว์<br />
                     -    โครงการนวัตกรรมแห่งธรรมชาติ (Environmental Innovation Program): ภายใต้การกำกับของกระทรวงสิ่งแวดล้อม ได้มีการส่งเสริมการพัฒนาที่ครอบคลุมบริเวณกว้าง และการเริ่มผสมผสานกระบวนการทางเทคโนโลยีที่หลีกเลี่ยง หรือลดผลกระทบต่อธรรมชาติ<br />
                     -    อุตสาหกรรมการบินพลเรือน (Civil aviation industry): กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ เสนอเงินช่วยเหลือสำหรับการพัฒนาเครื่องบินที่มีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีระบบเครื่องที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อผู้โดยสาร<br />
                     -    ธุรกิจด้านสุขภาพ (Health care and wellness business): กระทรวงการศึกษาและวิจัยเสนอเงินช่วยเหลือในส่วนของการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการบำบัดรักษาเชื้อแบคทีเรีย<br />
                    1.2.2    SMEs: การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) แก่ SMEs ในสาขา เทคโนโลยีชีวภาพ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการวิจัยวัสดุ เทคโนโลยีทางการแพทย์ เทคโนโลยีเพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีการสื่อสาร<br />
                    1.2.3    ธุรกิจการบริการสร้างสรรค์: การศึกษา, การจัดงาน, การออกแบบ, สารสนเทศในรูปแบบดิจิตอล: รัฐบาลเยอรมันให้ส่งเสริมอุตสาหกรรมศิลปะสร้างสรรค์ของเยอรมัน ผ่านการให้เงินรางวัล หรือเงินสนับสนุนโครงการต่างๆ<br />
    2.    เงินกู้ผ่อนปรน (Soft loans)<br />
            2.1    ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
                    2.1.1    การลงทุนในพื้นที่ชนบทและในรัฐใหม่ของเยอรมนี<br />
                    -    กองทุนสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อการเติบโต และการแข่งขัน: เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม เพิ่มอำนาจทางเศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และสภาพความเป็นอยู่ในพื้นที่ชนบท<br />
                    -    กองทุนสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจของภูมิภาค: เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรักการลงทุนที่สร้างงานเพื่อการแข่งขันอย่างถาวรในภูมิภาคที่โครงสร้างเศรษฐกิจอ่อนแอ และรัฐใหม่<br />
                    2.1.2    Start-ups / SMEs / Mittlestand<br />
                    -    รัฐบาลมลรัฐ และรัฐบาลกลาง เสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่ Start-ups<br />
                    -    สำนักงานส่งเสริมการลงทุนของเยอรมนี (GTAI) ให้การสนับสนุน Start-ups ในการสร้างเครือข่ายและหาข้อมูลตลาด <br />
                    -    โครงการ ERP ของธนาคารเคเอฟดับเบิลยู เสนอ เงินกู้ผ่อนปรนให้แก่ SMEs Start-ups และ Mittlestand จำนวนสูงสุดไม่เกิน 25 ล้านยูโร ด้วยดอกเบี้ย 1% p.a. สำหรับ 5 ปีแรก โดยที่โครงการนี้ครอบคลุมไปถึงการลงทุน และกิจกรรมทางธุรกิจในต่างประเทศด้วย<br />
            2.2.    ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific) <br />
                    2.2.1   กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร: เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อเป็นเงินทุนช่วยเหลือในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่จำเป็นของธุรกิจกลุ่มดังกล่าว<br />
                    2.2.2   กลุ่มพลังงานทดแทน: “Energie aus dem Land” พลังงานจากพื้นที่ชนบท โดยให้การสนับสนุนผ่านเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับการลงทุนในขั้นตอนกรผลิต การเก็บ และการจัดจำหน่ายพลังงานทดแทนจากพื้นที่ชนบท<br />
    3.    ศูนย์ให้คำปรึกษา สร้างเครือข่าย และบริการข้อมูล<br />
            3.1    ประเภทธุรกิจข้ามภาคส่วน (Cross-sector)<br />
                    3.1.1    สำหรับผู้อพยพ (refugee): บริการให้คำปรึกษาในด้านการบูรณาการด้านการดำเนินงานของผู้อพยพ โดยที่ผู้ให้บริการในแต่ละรัฐจะแตกต่างกัน<br />
                    3.1.2    สำหรับ SMEs:  <br />
                     -    Kompetenzzentrum Fachkräftesicherung (KOFA) เป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพ สำหรับแรงงานมีฝีมือ (บริหารโดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ และกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม) ให้การสนับสนุน SMEs เพื่อให้คงความสามารถในการแข่งขัน ในขณะเดียวกัน สามารถจัดโปรแกรมการฝึกอบรม และพัฒนาทักษะ เพื่อใช้ดึงดูดแรงานมีฝีมือได้<br />
                     -    กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ช่วยจัดหาช่องทางการติดต่อธุรกิจในต่างประเทศ และจัดทำโครงการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดให้แก่ SMEs ที่ต้องการหาช่องทางในตลาดต่างประเทศ<br />
                     -    Innovation forum SMEs จัดโดย กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ให้การสนับสนุนด้านการจัดตั้งและพัฒนา เครือข่ายสหสาขาวิชาชีพทั้งในระดับท้องถิ่น และระหว่างภูมิภาค ระหว่าง Start-ups / SMEs / Mittlestrand สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย และ หุ้นส่วนที่เหมาะสมในสาขานวัตกรรมต่างๆ <br />
                    3.1.3    Digitalization<br />
                     -    กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งชาติ ได้จัดโครงการอย่าง “go-digital” เพื่อเป็นการสนับสนุน SMEs ให้ได้รับคำปรึกษาจากผู้เชียวชาญในด้านการสร้าง และขยายระบบอทีภายในบริษัท การรักษาความปลอดภัยด้านไอที การตลาดอินเตอร์เน็ต และกระบวนการทางธุรกิจดิจิตอล สำหรับกิจการทุกขนาด<br />
                    3.1.4    พลังงานทดแทน<br />
                     -    Climate Protection Initiative โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมให้การสนับสนุนด้านการให้คำปรึกษาที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นด้านการวางแผนเตรียมพร้อมและการนำคอนเซ็ปต์การปกป้องสภาพภูมิอากาศไปปฏิบัติ การดำเนินการตามโมเดลประหยัดพลังงงาน การลงทุนด้านการปกป้องสภาพภูมิอากาศสำหรับกิจการทุกขนาด<br />
            3.2    ประเภทเฉพาะกลุ่มธุรกิจ (Sector specific)<br />
                    3.2.1    กลุ่มพลังงานทดแทน<br />
                    -    รับให้คำปรึกษาเป็นไปตามข้อตกลง สำหรับนักลงทุนเยอรมันที่ต้องการไปลงทุนในโครงการด้านพลังงานทดแทนและการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในต่างประเทศ (โดยกระทรวงเศรษฐกิจและพลังานแห่งชาติ)<br />
                    3.2.2    กลุ่มการค้าระหว่างประเทศ<br />
                    -    การให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ“entrepreneurial know-how”: คำแนะนำด้านเศรษฐกิจ การเงิน บุคลากร และปัญหาต่างๆเกี่ยวกับองค์กรจากการค้ากับต่างประเทศ (จัดโดย Bundesamtes für Wirtschaft und Ausfuhrkontrolle (BAFA) ซึ่งคล้ายกับสถาบันอบรมที่จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ)<br />
                    -    ให้บริการด้านคำปรึกษาเกี่ยวกับศูนย์ฝึกทักษะอาชีพ โดยผู้เข้ารับการอบรมทั้งใน และต่างประเทศ (จัดโดย BAFA)<br />
                    3.2.3    กลุ่มธุรกิจดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง<br />
                    -    โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบเร่งรัด สำหรับนักลงทุนใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดในอเมริกา (จัดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ และพลังงานแห่งชาติ)<br />
                    3.2.4    กลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพ<br />
                    -    โปรแกรมการให้คำปรึกษาแบบเร่งรัด สำหรับนักลงทุนใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดในอเมริกา (จัดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ และพลังงานแห่งชาติ)<br />
                    3.2.5    กลุ่มเกษตรกรรม<br />
                    -    กระทรวงเกษตร มีบริการให้คำปรึกษา และข้อมูลหลักสูตรการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมให้เป็นการทำเกษตรอินทรีย์ และกระบวนการผลิตสีเขียวให้แก่เกษตรกร และธุรกิจที่เกี่ยวกับการเกษตรโดยไม่คิดด่าใช้จ่าย<br />
                    -    กระทรวงเกษตร เสนอการสนับสนุนด้านความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างบริษัทต่างประเทศ ในด้านอุปทานอาหารของโลก เช่น การแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์ แบบทวิภาคี  เพื่อการสร้าง และคงความสัมพันธ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมทั้งความร่วมมือระหว่างประเทศบนพื้นฐานข้อตกลงทวิภาคีกับประเทศคู่ค้าที่ถูกเลือก<br />
  • เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 นายบ่อแสงคำ วงดาลา รัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว เป็นประธานในการประชุมปรึกษาหารือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว
  • โครงการไฟฟ้าฯ เป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างไทยกับ สปป. ลาว ในลักษณะ win - win ซึ่งการสร้างเขื่อนไซยะบุรีสอดคล้องกับนโยบาย Battery of Asia และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 ของ สปป. ลาว นอกจากนี้ โครงการฯ มีลักษณะเป็นฝายน้ำล้น หรือ Run-of-River

Pages: 1 2 3 4 5 ... 369 Next

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ