สปป. ลาวและจีนร่วมกำหนดเงื่อนไขการส่งออกมันเทศไปยังจีน
เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2562 นายพวงปะลิสัก ปะวงเวียงคำ รองรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว และนาย Han Sen 
รองหัวหน้าองค์กรคุ้มครองบริหารภาษีแห่งประเทศจีน (GACC) ได้ร่วมลงนามข้อกำหนดเงื่อนไขด้านสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งออก
มันเทศจาก สปป. ลาวไปยังจีน ในช่วงการประชุมทบทวนการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการกักกันพืชและสัตว์ 
และความปลอดภัยด้านอาหาร โดยเฉพาะมาตรฐานสินค้าเกษตรของ สปป. ลาวที่ส่งออกไปยังจีน ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน 

ที่ผ่านมา สปป. ลาวได้ลงนามข้อกำหนดด้านสุขอนามัยพืชและสัตว์ ได้แก่ ข้าวโพด กล้วย มันสำปะหลัง ข้าว แตงโม และข้อกำหนด
ด้านสุขอนามัยเกี่ยวกับการกักกันและตรวจสุขภาพสัตว์ใหญ่ที่ส่งออกไปยังจีน เช่น วัว ปัจจุบัน สปป. ลาวมีพื้นที่ปลูกมันเทศ 
4,600 เฮกตาร์ มีผลผลิตเฉลี่ย 17 ตันต่อ 1 เฮกตาร์ ในอนาคตทั้งสองฝ่ายจะเจรจาและลงนามข้อกำหนดด้านสุขอนามัยพืชสำหรับ
การส่งออกสินค้าไปยังจีนอีก 23 ชนิด ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกการส่งออกสินค้า โดยปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย 
คุณภาพอาหารและสินค้า และมาตรฐานสุขอนามัยพืช และสัตว์ขององค์การการค้าโลก (WTO/SPS) การดำเนินการดังกล่าว
เป็นการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรภายใน สปป. ลาว โดยเฉพาะเกษตรอินทรีย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน 
ซึ่งเป็นจุดเด่นของ สปป. ลาว 

ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจการค้า วันที่ 25 ต.ค. 2562 
 https://laoedaily.com.la/2019/10/23/63357/ และ นสพ. Vientiane Times วันที่ 25 ต.ค. 2562 


ข้อมูลเพิ่มเติม 
1. มาตรการสุขอนามัยพืชเป็นมาตรการที่ใช้ในการจำกัดการนำเข้าสินค้าเกษตรเพื่อป้องกันและคุ้มครองพืช และสุขภาพมนุษย์
และสัตว์ภายในประเทศ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เกิดจากการบริโภคหรือต่อโรคที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต ที่ติดมากับพืช สัตว์และผลิตภัณฑ์ 
รวมทั้งสารเจือปนในอาหาร สารพิษหรือจุลินทรีย์ที่เป็นพาหะของโรค ทั้งนี้ การกำหนดระดับความปลอดภัยและการตรวจสอบมาตรฐาน
สินค้านำเข้าจะต้องสอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ และตั้งอยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้ 
2. สปป. ลาวมีพื้นที่เหมาะสมต่อการทำการเกษตร โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร ทั้งนี้ การผลิตสินค้าเพื่อส่งออกยังมี
ปริมาณน้อย ดังนั้น สปป. ลาวต้องปรับตัวเพื่อใช้ศักยภาพที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปัจจุบันจีนถือเป็นตลาดใหญ่ที่พร้อมจะรองรับ
สินค้าที่ผลิตใน สปป. ลาว 
 3. จากข้อมูลสถิติขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) พบว่า ในปี 2560 สปป. ลาว ผลิตมันเทศได้จำนวน 
110,130 ตัน จัดอยู่ในอันดับ 39 ของโลก
5 พฤศจิกายน 2562

Back to the list

More Related

  • เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2562 นายพวงปะลิสัก ปะวงเวียงคำ รองรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว และนาย Han Sen รองหัวหน้าองค์กรคุ้มครองบริหารภาษีแห่งประเทศจีน (GACC) ได้ร่วมลงนามข้อกำหนดเงื่อนไขด้านสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งออกมันเทศจาก สปป. ลาวไปยังจีน ในช่วงการประชุมทบทวนการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการกักกันพืชและสัตว์ และความปลอดภัยด้านอาหาร โดยเฉพาะมาตรฐานสินค้าเกษตรของ สปป. ลาวที่ส่งออกไปยังจีน ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
  • กรมโฆษณาการท่องเที่ยว กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สปป. ลาว เปิดเผยสถิตินักท่องเที่ยวโดยช่วงเดือน ม.ค. – ก.ย. 2562 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมา สปป. ลาว 3.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 (3,092,086 คน) โดยนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 26 นักท่องเที่ยวเวียดนามเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวไทยลดลงร้อยละ 6 สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ได้แก่ สหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 อังกฤษร้อยละ 22 เยอรมนีร้อยละ 13 ส่วนชาติที่ลดลง ได้แก่ ผรั่งเศสลดลงร้อยละ 11 เกาหลีใต้ร้อยละ 1 เดนมาร์กร้อยละ 27 สวิตเซอร์แลนด์ร้อยละ 11 และฟินแลนด์ร้อยละ 28
  • เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2562 ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว มหาชน (ทคตล.) ในฐานะผู้แทนกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ร่วมกับบริษัท หลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด จัดงานนำเสนอข้อมูลการจำหน่ายหุ้นของ ทคตล. ณ โรงแรม Landmark Mekong Riverside นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีนายพูขง จันทะจัก ผู้อำนวยการใหญ่ ทคตล. นายลิน ลี ผู้อำนวยการบริษัทหลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด นางสายสะหมอน จันทะจัก หัวหน้าสำนักงานสภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว ผู้ถือหุ้น และนักลงทุนเข้าร่วม
  • เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด ที่ปรึกษาคณะบริหารศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว รองเจ้าแขวงจำปาสัก ประธานบริษัท ไฟฟ้า ดอนสะโฮง จำกัด และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานพิธีทดสอบเครื่องปั่นไฟเครื่องที่ 1 จาก 4 เครื่อง ของโครงการเขื่อนไฟฟ้าดอนสะโฮง เมืองโขง แขวงจำปาสัก
  • ที่ประชุมคณะกรรมการโครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2562 ณ แขวงไซยะบูลี ได้รับฟังรายงานผลการดำเนินโครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา โดยคาดว่าในช่วงระยะเวลาสัมปทาน 25 ปี (2559 - 2584) โครงการฯ จะมีรายรับประมาณ 2,079 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยรายรับจากโรงงานไฟฟ้า 1,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าภาคหลวง 269 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาษีกำไร 319 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินปันผล 773 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รายรับจากเหมืองถ่านหิน 719 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าภาคหลวง 212 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาษีกำไร 127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินปันผล 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และรายได้จากการขายขี้เถ้าลอยประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ รัฐบาล สปป. ลาวจะมีรายได้จากการเก็บภาษีเงินได้จากพนักงานและลูกจ้างโครงการฯ ในช่วงการก่อสร้างประมาณ 8,000 คน และในช่วงดำเนินงานประมาณ 2,000 – 4,000 คน
  • นับตั้งแต่ปี 2552 ผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำในแขวงบ่อแก้ว (ตรงข้ามกับจังหวัดเชียงราย) ได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ได้แก่ การสร้างถนน คูกั้นดินถล่ม ท่าเรือสากล สำนักงานภาษี ตลาดสด ระบบน้ำประปา สถานีไฟฟ้า ระบบสื่อสาร สาธารณสุขและการรักษาขั้นพื้นฐาน ถนนมิตรภาพ ลาว – จีน ตลาดจีน ร้านอาหารริมแม่น้ำ โรงแรมห้าดาว และโครงการท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีนักธุรกิจเข้ามาลงทุนจำนวน 495 กิจการ รวมทุนจดทะเบียนประมาณ 496 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ