สปป. ลาวทดสอบเครื่องปั่นไฟที่เขื่อนดอนสะโฮง
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด ที่ปรึกษาคณะบริหารศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ดร. คำมะนี อินทิลาด 
รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว รองเจ้าแขวงจำปาสัก ประธานบริษัท ไฟฟ้า ดอนสะโฮง จำกัด และผู้แทนหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานพิธีทดสอบเครื่องปั่นไฟเครื่องที่ 1 จาก 4 เครื่อง ของโครงการเขื่อนไฟฟ้าดอนสะโฮง เมืองโขง แขวงจำปาสัก 

ดร. คำมะนีฯ กล่าวว่า เขื่อนดอนสะโฮงเป็นเขื่อนประเภทเขื่อนน้ำล้น (run-of-river) ซึ่งใช้น้ำเพียงร้อยละ 5 ของปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อน 
ซึ่งนับเป็นโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน โครงการฯ จะทดสอบเครื่องปั่นไฟแต่ละเครื่องทุก 10 วัน และเครื่องปั่นไฟทั้งหมด
จะทำงานเต็มรูปแบบภายในสิ้นปี 2562 การทดสอบเดินเครื่องปั่นไฟครั้งนี้เป็นการดำเนินการเร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ 

โครงการดังกล่าวเริ่มก่อสร้างเมื่อเดือน ม.ค. 2559 ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จร้อยละ 93 เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท Mega First 
Corporation Berhad จากมาเลเซีย (ร้อยละ 80) และบริษัท ผลิตไฟฟ้าลาว มหาชน (EDL-Gen) (ร้อยละ 20) มูลค่าการลงทุน 
500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีกำลังการผลิตติดตั้ง 260 เมกะวัตต์ โดยเขื่อนแห่งนี้ตั้งอยู่ทางฝั่งใต้สุดของช่องสะโฮง ซึ่งเป็น 1 ใน 7 
ช่องทางหลักของแม่น้ำโขงในบริเวณมหานทีสี่พันดอน 

 อุตสาหกรรมไฟฟ้าพลังน้ำของ สปป. ลาวมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2548 มีเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำเพียง 9 แห่ง รวมกำลังการผลิต 
680 เมกะวัตต์ ปัจจุบันนี้ สปป. ลาวมีเขื่อนทั้งหมด 63 แห่ง รวมกำลังการผลิต 7,207 เมกะวัตต์ คาดว่าในปลายปี 2564 สปป. ลาวจะมีเขื่อน
ไฟฟ้าพลังน้ำทั้งหมด 100แห่ง รวมกำลังการผลิต 5,170 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ สปป. ลาวอยู่ระหว่างการวางแผนและศึกษาความเป็นไปได้
ในการพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำอีก 337 แห่ง รวมกำลังผลิต 15,826 เมกะวัตต์ ดังนั้น เมื่อแล้วเสร็จ สปป. ลาวจะมีเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำทั้งสิ้น 
437 แห่ง รวมกำลังผลิต 20,996 เมกะวัตต์ 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ Vientiane Times วันที่ 15 ต.ค. 2562
31 ตุลาคม 2562

Back to the list

More Related

  • เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2562 นายพวงปะลิสัก ปะวงเวียงคำ รองรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว และนาย Han Sen รองหัวหน้าองค์กรคุ้มครองบริหารภาษีแห่งประเทศจีน (GACC) ได้ร่วมลงนามข้อกำหนดเงื่อนไขด้านสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งออกมันเทศจาก สปป. ลาวไปยังจีน ในช่วงการประชุมทบทวนการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการกักกันพืชและสัตว์ และความปลอดภัยด้านอาหาร โดยเฉพาะมาตรฐานสินค้าเกษตรของ สปป. ลาวที่ส่งออกไปยังจีน ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
  • กรมโฆษณาการท่องเที่ยว กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สปป. ลาว เปิดเผยสถิตินักท่องเที่ยวโดยช่วงเดือน ม.ค. – ก.ย. 2562 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมา สปป. ลาว 3.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 (3,092,086 คน) โดยนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 26 นักท่องเที่ยวเวียดนามเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวไทยลดลงร้อยละ 6 สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ได้แก่ สหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 อังกฤษร้อยละ 22 เยอรมนีร้อยละ 13 ส่วนชาติที่ลดลง ได้แก่ ผรั่งเศสลดลงร้อยละ 11 เกาหลีใต้ร้อยละ 1 เดนมาร์กร้อยละ 27 สวิตเซอร์แลนด์ร้อยละ 11 และฟินแลนด์ร้อยละ 28
  • เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2562 ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว มหาชน (ทคตล.) ในฐานะผู้แทนกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ร่วมกับบริษัท หลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด จัดงานนำเสนอข้อมูลการจำหน่ายหุ้นของ ทคตล. ณ โรงแรม Landmark Mekong Riverside นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีนายพูขง จันทะจัก ผู้อำนวยการใหญ่ ทคตล. นายลิน ลี ผู้อำนวยการบริษัทหลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด นางสายสะหมอน จันทะจัก หัวหน้าสำนักงานสภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว ผู้ถือหุ้น และนักลงทุนเข้าร่วม
  • เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด ที่ปรึกษาคณะบริหารศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว รองเจ้าแขวงจำปาสัก ประธานบริษัท ไฟฟ้า ดอนสะโฮง จำกัด และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานพิธีทดสอบเครื่องปั่นไฟเครื่องที่ 1 จาก 4 เครื่อง ของโครงการเขื่อนไฟฟ้าดอนสะโฮง เมืองโขง แขวงจำปาสัก
  • ที่ประชุมคณะกรรมการโครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2562 ณ แขวงไซยะบูลี ได้รับฟังรายงานผลการดำเนินโครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา โดยคาดว่าในช่วงระยะเวลาสัมปทาน 25 ปี (2559 - 2584) โครงการฯ จะมีรายรับประมาณ 2,079 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยรายรับจากโรงงานไฟฟ้า 1,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าภาคหลวง 269 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาษีกำไร 319 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินปันผล 773 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รายรับจากเหมืองถ่านหิน 719 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าภาคหลวง 212 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาษีกำไร 127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินปันผล 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และรายได้จากการขายขี้เถ้าลอยประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ รัฐบาล สปป. ลาวจะมีรายได้จากการเก็บภาษีเงินได้จากพนักงานและลูกจ้างโครงการฯ ในช่วงการก่อสร้างประมาณ 8,000 คน และในช่วงดำเนินงานประมาณ 2,000 – 4,000 คน
  • นับตั้งแต่ปี 2552 ผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำในแขวงบ่อแก้ว (ตรงข้ามกับจังหวัดเชียงราย) ได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ได้แก่ การสร้างถนน คูกั้นดินถล่ม ท่าเรือสากล สำนักงานภาษี ตลาดสด ระบบน้ำประปา สถานีไฟฟ้า ระบบสื่อสาร สาธารณสุขและการรักษาขั้นพื้นฐาน ถนนมิตรภาพ ลาว – จีน ตลาดจีน ร้านอาหารริมแม่น้ำ โรงแรมห้าดาว และโครงการท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีนักธุรกิจเข้ามาลงทุนจำนวน 495 กิจการ รวมทุนจดทะเบียนประมาณ 496 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ