โครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสาคาดว่าจะมีรายรับประมาณ 2,079 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่ประชุมคณะกรรมการโครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2562 ณ แขวงไซยะบูลี ได้รับฟังรายงานผล
การดำเนินโครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา โดยคาดว่าในช่วงระยะเวลาสัมปทาน 25 ปี (2559 - 2584) โครงการฯ จะมีรายรับ
ประมาณ 2,079 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยรายรับจากโรงงานไฟฟ้า 1,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าภาคหลวง 269 ล้านดอลลาร์
สหรัฐ ภาษีกำไร 319 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินปันผล 773 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รายรับจากเหมืองถ่านหิน 719 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
(ค่าภาคหลวง 212 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาษีกำไร 127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินปันผล 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และรายได้
จากการขายขี้เถ้าลอยประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ รัฐบาล สปป. ลาวจะมีรายได้จากการเก็บภาษีเงินได้จากพนักงาน
และลูกจ้างโครงการฯ ในช่วงการก่อสร้างประมาณ 8,000 คน และในช่วงดำเนินงานประมาณ 2,000 – 4,000 คน 

โครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสาได้ลงนามสัญญาสัมปทาน 25 ปี กับรัฐบาล สปป. ลาว เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2552 มีมูลค่าการลงทุน 
3,710 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเครื่องที่ 1 ได้เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) เมื่อเดือน มิ.ย. 2558 เครื่องที่ 2 เมื่อเดือน 
พ.ย. 2559 และเครื่องที่ 3 เมื่อเดือน มี.ค. 2560 โครงการดังกล่าว ใช้ถ่านหินและหินปูนเป็นวัตถุดิบในการผลิต มีพื้นที่สัมปทาน 
76.4 ตารางกิโลเมตร มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,878 เมกะวัตต์ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเฉลี่ย 12,582 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี 
จากการสำรวจมีปริมาณถ่านหินสะสม 436.9 ล้านตัน ซึ่งจะใช้ถ่านหินผลิตกระแสไฟฟ้าในช่วงสัมปทาน 370 ตัน เฉลี่ย 14.5 ตันต่อปี 
และมีการติดตั้งระบบสายส่ง 500 กิโลโวลต์ ยาว 67 กิโลเมตร และ 115 กิโลโวลต์ ยาว 115 กิโลเมตร 

ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่ วันที่ 18 ต.ค. 2562 
https://www.vientianemai.net/khao/22699.html
31 ตุลาคม 2562

Back to the list

More Related

  • สปป. ลาวยังเผชิญกับหลายปัจจัยที่มีความท้าทายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวในปี 2562 ให้ได้ตามเป้าหมาย 4.5 ล้านคน และในช่วง 9 เดือนแรกของปีมีจำนวนนักท่องเที่ยว 3.4 ล้านคนเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 โดยมีนักท่องเที่ยวจากจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 26 ขณะที่นักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ๆ มีจำนวนลดลง
  • เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2562 นายสินละวง คุดไพทูน เจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ นายสะหวันคอน ราชมุนตรี    รองรัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สปป. ลาว นางคำจัน วงแสนบุน รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว นายจำปา คำสุกใส หัวหน้าห้องการส่งเสริมและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ       พร้อมด้วยภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างศูนย์คุ้มครองและบริหารเขตเศรษฐกิจเฉพาะ  บึงธาตุหลวง โครงการเวียงจันทน์นครสีเขียว และพิธีเปิดโรงแรมโปลีเวียงจันทน์ ณ เขตเศรษฐกิจเฉพาะบึงธาตุหลวง   นครหลวงเวียงจันทน์
  • เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2562 นายสอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานต่อที่ประชุมสภาแห่งชาติ ชุดที่ 8 สมัยสามัญ ครั้งที่ 8 ว่า ในปี 2562 คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจ สปป. ลาวจะขยายตัวช้าลงเล็กน้อยประมาณร้อยละ 6.4 รายได้ต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ 2,683 ดอลลาร์สหรัฐ (ต่ำกว่าที่สภาแห่งชาติคาดการณ์ที่ 2,726 ดอลลาร์สหรัฐ) ในภาคการเกษตรคาดว่าจะขยายตัวตามที่คาดการณ์ที่ร้อยละ 2.8 ภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 7.1 (ต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อยที่ร้อยละ 8.3) และภาคบริการร้อยละ 7
  • นายโจว คุน ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท ไห่เฉิงยูนนาน จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทขนาดใหญ่ จากต่างประเทศหลายแห่งเข้ามาลงทุนในภาคการก่อสร้างและพัฒนาพื้นที่ และกว่า 100 บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินธุรกิจและการค้าในเขตเศรษฐกิจเฉพาะบ่อเต็นแดนงาม รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี เขตเศรษฐกิจฯ ยังคงต้องการดึงดูดการลงทุนกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2562 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาว และนาย Yasushi Negishi ผู้อำนวยการสำนักงานผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประจำ สปป. ลาว ได้ร่วมลงนามสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาใน 3 ด้าน ได้แก่ การเกษตร การศึกษา และการบริหารการคลัง โดยมีรองรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว รองรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป. ลาว ผู้แทนกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รองเจ้าแขวงหัวพัน หลวงพระบาง ไซยะบูลี และเชียงขวาง และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
  • เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2562 นายบุนเหลือ สินไซวอละวง หัวหน้ากรมนโยบายการเงินและนิติกรรม กระทรวงการเงิน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมการนำเสนอข้อคิดเห็นต่อร่างคำแนะนำเกี่ยวกับการลดรายจ่ายของรัฐ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ