เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำลงทุนในการเนรมิตเมืองใหม่ไปแล้วกว่า 1,926 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นับตั้งแต่ปี 2552 ผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำในแขวงบ่อแก้ว (ตรงข้ามกับจังหวัดเชียงราย) ได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้าง
พื้นฐานของเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ได้แก่ การสร้างถนน คูกั้นดินถล่ม ท่าเรือสากล สำนักงานภาษี ตลาดสด ระบบน้ำประปา สถานีไฟฟ้า 
ระบบสื่อสาร สาธารณสุขและการรักษาขั้นพื้นฐาน ถนนมิตรภาพ ลาว – จีน ตลาดจีน ร้านอาหารริมแม่น้ำ โรงแรมห้าดาว และโครงการ
ท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีนักธุรกิจเข้ามาลงทุนจำนวน 495 กิจการ รวมทุนจดทะเบียนประมาณ 
496 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

นายจันทะจอน วางฟาเซ็ง กรรมการสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ กล่าวว่า เขตเศรษฐกิจฯ ได้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมอื่น ๆ
ได้แก่ การก่อสร้างสะพานและปรับปรุงคลองระบายน้ำ 3 แห่ง รวมมูลค่า 6.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พัฒนาพื้นที่สีเขียว มูลค่า 25 ล้านดอลลาร์
สหรัฐ และได้ดึงดูดการลงทุนในด้านต่าง ๆ ได้แก่ (1) ด้านสาธารณสุข โดยการสร้างโรงพยาบาลสากลลาวตะวันออกร่วมกับโรงพยาบาล
เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว และโรงพยาบาลเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2) ด้านการศึกษา โดยการสร้างโรงเรียน
อนุบาล ประถม และมัธยม มูลค่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3) ด้านวัฒนธรรม โดยก่อสร้างวัดประมาณ 7.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
และ (4) ด้านการท่องเที่ยว โดยการสร้างโรงแรมเพิ่มขึ้นจากจำนวน 13 แห่ง ในปัจจุบันอีก 3 แห่ง ซึ่งจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ เมื่อปี 2561 
มีนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวในเขตเศรษฐกิจฯ 452,571 คน โดยเดินทางผ่านด่านสากลสามเหลี่ยมคำ 131,593 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 
ร้อยละ 124.5 รวมรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมตรวจลงตราที่ด่านประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

ในปี 2562 GDP ของเขตเศรษฐกิจฯ อยู่ที่ประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รายได้เฉลี่ย 3,750 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน และตั้งเป้าหมายให้ GDP 
ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 190 หรืออยู่ที่ 370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2555 – มิ.ย. 2562 เขตเศรษฐกิจฯ ได้ชำระภาษี
ให้รัฐบาล สปป. ลาว รวม 458 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำเป็นการลงทุนของกลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ จำกัด (Kings 
Romans Group) ของจีน โดยรัฐบาล สปป. ลาวได้ร่วมลงนามสัญญาร่วมทุนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว ในอัตราส่วน 80:20 
อายุสัมปทาน 99 ปี เขตเศรษฐกิจฯ มีพื้นที่สัมปทานทั้งหมด 10,000 เฮกตาร์ ประกอบด้วย 2 เขตพัฒนา คือ เขตพัฒนาตัวเมือง 3,000 เฮกตาร์ 
และเขตป่าสงวนสายพูกิ่วลม 7,000 เฮกตาร์ 

ที่มา: เว็บไซต์เศรษฐกิจการค้า วันที่ 14 ต.ค. 2562 
https://laoedaily.com.la/2019/10/14/62660/
31 ตุลาคม 2562

Back to the list

More Related

  • เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2562 นายพวงปะลิสัก ปะวงเวียงคำ รองรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว และนาย Han Sen รองหัวหน้าองค์กรคุ้มครองบริหารภาษีแห่งประเทศจีน (GACC) ได้ร่วมลงนามข้อกำหนดเงื่อนไขด้านสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งออกมันเทศจาก สปป. ลาวไปยังจีน ในช่วงการประชุมทบทวนการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการกักกันพืชและสัตว์ และความปลอดภัยด้านอาหาร โดยเฉพาะมาตรฐานสินค้าเกษตรของ สปป. ลาวที่ส่งออกไปยังจีน ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
  • กรมโฆษณาการท่องเที่ยว กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สปป. ลาว เปิดเผยสถิตินักท่องเที่ยวโดยช่วงเดือน ม.ค. – ก.ย. 2562 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมา สปป. ลาว 3.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 (3,092,086 คน) โดยนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 26 นักท่องเที่ยวเวียดนามเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวไทยลดลงร้อยละ 6 สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ได้แก่ สหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 อังกฤษร้อยละ 22 เยอรมนีร้อยละ 13 ส่วนชาติที่ลดลง ได้แก่ ผรั่งเศสลดลงร้อยละ 11 เกาหลีใต้ร้อยละ 1 เดนมาร์กร้อยละ 27 สวิตเซอร์แลนด์ร้อยละ 11 และฟินแลนด์ร้อยละ 28
  • เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2562 ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว มหาชน (ทคตล.) ในฐานะผู้แทนกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ร่วมกับบริษัท หลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด จัดงานนำเสนอข้อมูลการจำหน่ายหุ้นของ ทคตล. ณ โรงแรม Landmark Mekong Riverside นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีนายพูขง จันทะจัก ผู้อำนวยการใหญ่ ทคตล. นายลิน ลี ผู้อำนวยการบริษัทหลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด นางสายสะหมอน จันทะจัก หัวหน้าสำนักงานสภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว ผู้ถือหุ้น และนักลงทุนเข้าร่วม
  • เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด ที่ปรึกษาคณะบริหารศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว รองเจ้าแขวงจำปาสัก ประธานบริษัท ไฟฟ้า ดอนสะโฮง จำกัด และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานพิธีทดสอบเครื่องปั่นไฟเครื่องที่ 1 จาก 4 เครื่อง ของโครงการเขื่อนไฟฟ้าดอนสะโฮง เมืองโขง แขวงจำปาสัก
  • ที่ประชุมคณะกรรมการโครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2562 ณ แขวงไซยะบูลี ได้รับฟังรายงานผลการดำเนินโครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา โดยคาดว่าในช่วงระยะเวลาสัมปทาน 25 ปี (2559 - 2584) โครงการฯ จะมีรายรับประมาณ 2,079 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยรายรับจากโรงงานไฟฟ้า 1,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าภาคหลวง 269 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาษีกำไร 319 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินปันผล 773 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รายรับจากเหมืองถ่านหิน 719 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าภาคหลวง 212 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาษีกำไร 127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินปันผล 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และรายได้จากการขายขี้เถ้าลอยประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ รัฐบาล สปป. ลาวจะมีรายได้จากการเก็บภาษีเงินได้จากพนักงานและลูกจ้างโครงการฯ ในช่วงการก่อสร้างประมาณ 8,000 คน และในช่วงดำเนินงานประมาณ 2,000 – 4,000 คน
  • นับตั้งแต่ปี 2552 ผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำในแขวงบ่อแก้ว (ตรงข้ามกับจังหวัดเชียงราย) ได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ได้แก่ การสร้างถนน คูกั้นดินถล่ม ท่าเรือสากล สำนักงานภาษี ตลาดสด ระบบน้ำประปา สถานีไฟฟ้า ระบบสื่อสาร สาธารณสุขและการรักษาขั้นพื้นฐาน ถนนมิตรภาพ ลาว – จีน ตลาดจีน ร้านอาหารริมแม่น้ำ โรงแรมห้าดาว และโครงการท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีนักธุรกิจเข้ามาลงทุนจำนวน 495 กิจการ รวมทุนจดทะเบียนประมาณ 496 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ