สปป. ลาวอยู่อันดับ 113 ความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index)
รายงานดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก (Global Competitiveness Index) ประจำปี 2562 ของ World Economic Forum 
ลดอันดับความสามารถทางการแข่งขันระดับโลกของ สปป. ลาว จากอันดับ 112 ในปี 2561 มาอยู่ที่อันดับ 113 จากจำนวน 141 ประเทศ 

ดัชนีดังกล่าวเป็นการสำรวจข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคและความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ อาทิ นโยบายและปัจจัยบ่งชี้ถึงระดับ
การเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันและระยะกลาง เพื่อวิเคราะห์การใช้ทรัพยากร อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ โดยมีทั้งหมด 12 ตัวชี้วัด 
ได้แก่ สภาพแวดล้อมของหน่วยงาน โครงสร้างพื้นฐาน การใช้เทคโนโลยี เสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค สาธารณสุข ทักษะ ตลาดสินค้า 
ตลาดแรงงาน ระบบการเงิน ขนาดของตลาด การเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจ และความสามารถด้านนวัตกรรม 

สปป. ลาวได้คะแนนสูงสุดในด้านโครงสร้างพื้นฐานซึ่งอยู่อันดับ 93 โดยเฉพาะด้านการขนส่ง ซึ่งวัดคุณภาพการเชื่อมโยงและประสิทธิภาพ
ของถนน ทางรถไฟ การขนส่งทางบกและสนามบิน แม้ว่าจะพัฒนาช้ากว่าประเทศอื่น ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ในขณะที่ได้คะแนนต่ำสุด
ในด้านการเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจ ซึ่งอยู่อันดับ 137 โดยวัดจากคุณภาพของเครือข่ายธุรกิจโดยรวมของประเทศและคุณภาพการดำเนินงาน
และกลยุทธ์ของบริษัทต่าง ๆ 

สำหรับประเทศที่ถูกจัดอันดับให้มีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลกสูงสุด คือ สิงคโปร์ ในขณะที่เวียดนาม ได้ขยับอันดับขึ้นถึง 10 อันดับ 
มาอยู่ที่อันดับ 67 จาก 77 ในปี 2561 โดยได้คะแนนสูงในด้านสาธารณสุข ความมั่นคง เสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค และขนาดของตลาด 

ที่มา: เว็บไซต์ Laotian Times และ เว็บไซต์ Laopost วันที่ 15 ต.ค. 2562 
 https://laotiantimes.com/2019/10/15/laos-falls-to-113rd-place-in-global-competitiveness- ranking/ 
 https://laopost.com/ລາວຢູ່ອັນດັບທີ-113-ໃນການຈັ/
31 ตุลาคม 2562

Back to the list

More Related

  • เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2562 นายพวงปะลิสัก ปะวงเวียงคำ รองรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว และนาย Han Sen รองหัวหน้าองค์กรคุ้มครองบริหารภาษีแห่งประเทศจีน (GACC) ได้ร่วมลงนามข้อกำหนดเงื่อนไขด้านสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งออกมันเทศจาก สปป. ลาวไปยังจีน ในช่วงการประชุมทบทวนการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการกักกันพืชและสัตว์ และความปลอดภัยด้านอาหาร โดยเฉพาะมาตรฐานสินค้าเกษตรของ สปป. ลาวที่ส่งออกไปยังจีน ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
  • กรมโฆษณาการท่องเที่ยว กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สปป. ลาว เปิดเผยสถิตินักท่องเที่ยวโดยช่วงเดือน ม.ค. – ก.ย. 2562 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมา สปป. ลาว 3.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 (3,092,086 คน) โดยนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 26 นักท่องเที่ยวเวียดนามเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวไทยลดลงร้อยละ 6 สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ได้แก่ สหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 อังกฤษร้อยละ 22 เยอรมนีร้อยละ 13 ส่วนชาติที่ลดลง ได้แก่ ผรั่งเศสลดลงร้อยละ 11 เกาหลีใต้ร้อยละ 1 เดนมาร์กร้อยละ 27 สวิตเซอร์แลนด์ร้อยละ 11 และฟินแลนด์ร้อยละ 28
  • เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2562 ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว มหาชน (ทคตล.) ในฐานะผู้แทนกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ร่วมกับบริษัท หลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด จัดงานนำเสนอข้อมูลการจำหน่ายหุ้นของ ทคตล. ณ โรงแรม Landmark Mekong Riverside นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีนายพูขง จันทะจัก ผู้อำนวยการใหญ่ ทคตล. นายลิน ลี ผู้อำนวยการบริษัทหลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด นางสายสะหมอน จันทะจัก หัวหน้าสำนักงานสภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว ผู้ถือหุ้น และนักลงทุนเข้าร่วม
  • เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด ที่ปรึกษาคณะบริหารศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว รองเจ้าแขวงจำปาสัก ประธานบริษัท ไฟฟ้า ดอนสะโฮง จำกัด และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานพิธีทดสอบเครื่องปั่นไฟเครื่องที่ 1 จาก 4 เครื่อง ของโครงการเขื่อนไฟฟ้าดอนสะโฮง เมืองโขง แขวงจำปาสัก
  • ที่ประชุมคณะกรรมการโครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2562 ณ แขวงไซยะบูลี ได้รับฟังรายงานผลการดำเนินโครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา โดยคาดว่าในช่วงระยะเวลาสัมปทาน 25 ปี (2559 - 2584) โครงการฯ จะมีรายรับประมาณ 2,079 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยรายรับจากโรงงานไฟฟ้า 1,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าภาคหลวง 269 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาษีกำไร 319 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินปันผล 773 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รายรับจากเหมืองถ่านหิน 719 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าภาคหลวง 212 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาษีกำไร 127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินปันผล 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และรายได้จากการขายขี้เถ้าลอยประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ รัฐบาล สปป. ลาวจะมีรายได้จากการเก็บภาษีเงินได้จากพนักงานและลูกจ้างโครงการฯ ในช่วงการก่อสร้างประมาณ 8,000 คน และในช่วงดำเนินงานประมาณ 2,000 – 4,000 คน
  • นับตั้งแต่ปี 2552 ผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำในแขวงบ่อแก้ว (ตรงข้ามกับจังหวัดเชียงราย) ได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ได้แก่ การสร้างถนน คูกั้นดินถล่ม ท่าเรือสากล สำนักงานภาษี ตลาดสด ระบบน้ำประปา สถานีไฟฟ้า ระบบสื่อสาร สาธารณสุขและการรักษาขั้นพื้นฐาน ถนนมิตรภาพ ลาว – จีน ตลาดจีน ร้านอาหารริมแม่น้ำ โรงแรมห้าดาว และโครงการท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีนักธุรกิจเข้ามาลงทุนจำนวน 495 กิจการ รวมทุนจดทะเบียนประมาณ 496 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ