โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีจะเปิดอย่างเป็นทางการปลายปีนี้
เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2562 ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชี้นำ
ร่วมโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ครั้งที่ 8 ณ ห้องว่าการปกครอง แขวงไซยะบูลี โดยมีนายบุนปอน สีสุลาด ประธานกรรมาธิการ
ด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม สภาแห่งชาติลาว รองเจ้าแขวงไซยะบูลีและหลวงพระบาง ผู้แทนโครงการฯ 
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งที่ประชุมได้รับฟัง การรายงานผลการดำเนินงานของโครงการฯ ในด้านต่าง ๆ รวมถึงการอำนวย
ความสะดวกและปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับ การดำเนินโครงการฯ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาและเตรียมความพร้อม
ในการเปิดเขื่อนดังกล่าว อย่างเป็นทางการปลายปีนี้  

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าโครงการฯ ประกอบด้วยงานก่อสร้างทั่วไป การติดตั้งเครื่องจักรพลังน้ำและพลังไฟฟ้า 
และงานระบบสายส่ง แล้วเสร็จร้อยละ 100 รวมถึงการจัดสรรและโยกย้ายบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการฯ 
ซึ่งมีทั้งหมด 15 หมู่บ้าน (แขวงไซยะบูลี 6 หมู่บ้าน และแขวงหลวงพระบาง 9 หมู่บ้าน) รวม 626 ครอบครัว และรวมประชาชนที่ได้รับ
ผลกระทบทั้งสิ้น 2,974 คน ในโอกาสนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุม ได้ลงพื้นที่โครงการฯ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม 
โดยเฉพาะงานด้านสุขอนามัย การเก็บขยะออกจากอ่างเก็บน้ำ การจัดสรรบ้านให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการฯ 

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด กับรัฐบาล สปป. ลาว ซึ่งได้ลงนามสัญญาสัมปทาน 
เมื่อเดือน ต.ค. 2553 และเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อเดือน พ.ย. 2555 รวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งหมด 8 ปี โครงการฯ มีอายุสัมปทาน 
29 ปี (2562 - 2589) รวมมูลค่าโครงการ 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเฉลี่ย 
7,370 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี และมีเป้าหมายผลิตไฟฟ้าเพื่อขายให้ กฟผ. และรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว คาดว่าจากการจำหน่ายไฟฟ้า
อย่างเป็นทางการ คาดว่ารัฐบาล สปป. ลาวจะมีรายได้จากการขายไฟฟ้าในช่วงปี 2562 – 2589 รวม 3,913 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
เฉลี่ยปีละ 135 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่ วันที่ 9 ต.ค. 2562
https://www.vientianemai.net/khao/22622.html
21 ตุลาคม 2562

Back to the list

More Related

  • เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2562 นายพวงปะลิสัก ปะวงเวียงคำ รองรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว และนาย Han Sen รองหัวหน้าองค์กรคุ้มครองบริหารภาษีแห่งประเทศจีน (GACC) ได้ร่วมลงนามข้อกำหนดเงื่อนไขด้านสุขอนามัยพืชสำหรับการส่งออกมันเทศจาก สปป. ลาวไปยังจีน ในช่วงการประชุมทบทวนการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการกักกันพืชและสัตว์ และความปลอดภัยด้านอาหาร โดยเฉพาะมาตรฐานสินค้าเกษตรของ สปป. ลาวที่ส่งออกไปยังจีน ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
  • กรมโฆษณาการท่องเที่ยว กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สปป. ลาว เปิดเผยสถิตินักท่องเที่ยวโดยช่วงเดือน ม.ค. – ก.ย. 2562 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมา สปป. ลาว 3.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 (3,092,086 คน) โดยนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 26 นักท่องเที่ยวเวียดนามเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวไทยลดลงร้อยละ 6 สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ได้แก่ สหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 อังกฤษร้อยละ 22 เยอรมนีร้อยละ 13 ส่วนชาติที่ลดลง ได้แก่ ผรั่งเศสลดลงร้อยละ 11 เกาหลีใต้ร้อยละ 1 เดนมาร์กร้อยละ 27 สวิตเซอร์แลนด์ร้อยละ 11 และฟินแลนด์ร้อยละ 28
  • เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2562 ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว มหาชน (ทคตล.) ในฐานะผู้แทนกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ร่วมกับบริษัท หลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด จัดงานนำเสนอข้อมูลการจำหน่ายหุ้นของ ทคตล. ณ โรงแรม Landmark Mekong Riverside นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีนายพูขง จันทะจัก ผู้อำนวยการใหญ่ ทคตล. นายลิน ลี ผู้อำนวยการบริษัทหลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด นางสายสะหมอน จันทะจัก หัวหน้าสำนักงานสภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว ผู้ถือหุ้น และนักลงทุนเข้าร่วม
  • เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด ที่ปรึกษาคณะบริหารศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว รองเจ้าแขวงจำปาสัก ประธานบริษัท ไฟฟ้า ดอนสะโฮง จำกัด และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานพิธีทดสอบเครื่องปั่นไฟเครื่องที่ 1 จาก 4 เครื่อง ของโครงการเขื่อนไฟฟ้าดอนสะโฮง เมืองโขง แขวงจำปาสัก
  • ที่ประชุมคณะกรรมการโครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2562 ณ แขวงไซยะบูลี ได้รับฟังรายงานผลการดำเนินโครงการไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา โดยคาดว่าในช่วงระยะเวลาสัมปทาน 25 ปี (2559 - 2584) โครงการฯ จะมีรายรับประมาณ 2,079 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยรายรับจากโรงงานไฟฟ้า 1,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าภาคหลวง 269 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาษีกำไร 319 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินปันผล 773 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รายรับจากเหมืองถ่านหิน 719 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าภาคหลวง 212 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาษีกำไร 127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินปันผล 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และรายได้จากการขายขี้เถ้าลอยประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ รัฐบาล สปป. ลาวจะมีรายได้จากการเก็บภาษีเงินได้จากพนักงานและลูกจ้างโครงการฯ ในช่วงการก่อสร้างประมาณ 8,000 คน และในช่วงดำเนินงานประมาณ 2,000 – 4,000 คน
  • นับตั้งแต่ปี 2552 ผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำในแขวงบ่อแก้ว (ตรงข้ามกับจังหวัดเชียงราย) ได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ได้แก่ การสร้างถนน คูกั้นดินถล่ม ท่าเรือสากล สำนักงานภาษี ตลาดสด ระบบน้ำประปา สถานีไฟฟ้า ระบบสื่อสาร สาธารณสุขและการรักษาขั้นพื้นฐาน ถนนมิตรภาพ ลาว – จีน ตลาดจีน ร้านอาหารริมแม่น้ำ โรงแรมห้าดาว และโครงการท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีนักธุรกิจเข้ามาลงทุนจำนวน 495 กิจการ รวมทุนจดทะเบียนประมาณ 496 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ