โครงการไฟฟ้าพลังงานน้ำน้ำเงี้ยบ 1 เริ่มผลิตไฟฟ้าเพื่อขายให้ประเทศไทย
โครงการไฟฟ้าพลังงานน้ำน้ำเงี้ยบ 1 เริ่มผลิตไฟฟ้าเพื่อขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 2562 
เป็นต้นมา หลังจากที่เริ่มก่อสร้างเมื่อปลายปี 2557 และแล้วเสร็จเมื่อเดือน ส.ค. 2562 

โครงการไฟฟ้าพลังงานน้ำน้ำเงี้ยบ 1 มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 290 เมกกะวัตต์ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ เขื่อนขนาดใหญ่และโรงผลิต
ไฟฟ้าขนาดใหญ่ และเขื่อนขนาดเล็กและโรงผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำเงี้ยบ เมืองบอลิคัน แขวงบอลิคำไซ 
เขื่อนขนาดใหญ่สร้างด้วยคอนกรีตอัดแน่น มีความสูง 167 เมตร มีกำลังผลิต 272 เมกะวัตต์ และจะขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. 
ผ่านสายส่งขนาด 230 กิโลโวลต์ ความยาว 120 กม. จากโครงการฯ ถึงสถานีไฟฟ้านาบง นครหลวงเวียงจันทน์ และกระแสไฟฟ้า
จะถูกปั่นขึ้นมาที่ 500 กิโลโวลต์ ก่อนจะส่งไปยังประเทศไทย สำหรับเขื่อนขนาดเล็กมีกำลังผลิต 18 เมกะวัตต์ โดยจะขายไฟฟ้า
ให้แก่รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาวเพื่อใช้ภายในประเทศ 

โครงการฯ มีระยะเวลาสัมปทาน 27 ปี อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท ไฟฟ้าน้ำเงี้ยบ 1 จำกัด โดยมีบริษัทร่วมทุนประกอบด้วย
บริษัท KPIC Netherlands B.V. (ร้อยละ 45) บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ร้อยละ 30)และ
บริษัท รัฐวิสาหกิจถือหุ้นลาว จำกัด (ร้อยละ 25) และหลังจากสิ้นสุดสัญญาสัมปทานโครงการดังกล่าวจะได้รับการโอนมา
เป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐบาล สปป. ลาว 

ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจการค้า วันที่ 16 ก.ย. 2562
http://www.vientianetimes.org.la/sub-new/Business/Business_Nam_Ngiep_206.php
1 ตุลาคม 2562

Back to the list

More Related

  • เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2562 ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชี้นำร่วมโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ครั้งที่ 8 ณ ห้องว่าการปกครอง แขวงไซยะบูลี โดยมีนายบุนปอน สีสุลาด ประธานกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม สภาแห่งชาติลาว รองเจ้าแขวงไซยะบูลีและหลวงพระบาง ผู้แทนโครงการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งที่ประชุมได้รับฟัง การรายงานผลการดำเนินงานของโครงการฯ ในด้านต่าง ๆ รวมถึงการอำนวยความสะดวกและปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับ การดำเนินโครงการฯ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาและเตรียมความพร้อมในการเปิดเขื่อนดังกล่าว อย่างเป็นทางการปลายปีนี้
  • นาย Andrew Mason หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออก และแปซิฟิก ธนาคารโลก กล่าวว่า รายงานการขยายตัวทางเศรษฐกิจของธนาคารโลกประจำเดือน ต.ค. 2562 คาดว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจเอเชียและแปซิฟิกในปี 2562 จะอยู่ที่ร้อยละ 5.8 ลดลงจากปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 6.3 และคาดว่าจะลดลงอยู่ที่ร้อยละ 5.7 และ 5.6 ในปี 2563 และ 2564 ตามลำดับ
  • ข้อมูลจากกลุ่มผู้ผลิตปูนซีเมนต์ของ สปป. ลาว ระบุว่า ในปี 2561 สปป. ลาวมีโรงงานผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์ทั่วประเทศจำนวน 13 แห่ง ในปี 2556 – 2558 มีจำนวน 9 โรงงาน คือ โรงงานปูนซีเมนต์หลวงพระบาง โรงงานปูนซีเมนต์วังเวียงแห่งที่ 1 2 และ 3 โรงบดปูนซีเมนต์เวียงจันทน์ โรงบดปูนซีเมนต์ BMC เวียงจันทน์ โรงงานปูนซีเมนต์ท่าแขก โรงงานปูนซีเมนต์สะหวันนะเขต และโรงงานปูนซีเมนต์สาละวัน ในปี 2559 มีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก 3 โรงงาน คือ โรงงานปูนซีเมนต์ไซยะบูลี โรงงานปูนซีเมนต์เชียงขวาง และโรงงานปูนซีเมนต์เมืองคูนคำ แขวงคำม่วน และในปี 2560 มีเพิ่มขึ้นอีก 1 โรงงาน คือ โรงงานคำม่วนซีเมนต์ของ SCG โดยรวมกำลังการผลิตทั้งหมด 8.3 ล้านตันต่อปี
  • เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการท่องเที่ยวจากสี่แขวงภาคใต้ของ สปป. ลาว และจากภาคกลางและภาคใต้ ของเวียดนาม พร้อมด้วยหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องจัดการประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ที่แขวงจำปาสัก
  • เมื่อวันที่ 8 - 9 ต.ค. 2562 กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว ร่วมกับองค์กรสหประชาชาติ ว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) จัดการประชุมเชิงปฺฏิบัติการภายใต้หัวข้อ “การประเมินความเปราะบาง และการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อผลักดันการสร้างความสามารถด้านการผลิตและความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ” ณ โรงแรม Crowne Plaza Vientiane โดยมี ดร. กิแก้ว จันทะบูลี รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว นาง Sara Sekkenes ผู้ประสานงานขององค์กรสหประชาชาติประจำ สปป. ลาว และนาย Patrick Osakwe หัวหน้าด้านการค้าและความยากจนของ UNCTAD เป็นประธานร่วม
  • สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และคณะกรรมการประสานงานอาเซียนด้านวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (ACCMSMEs) ได้จัดตั้งเว็บไซต์ศูนย์ให้บริการผู้ประกอบการ SMEs ในอาเซียน www. aseansme.org เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารและการบริการที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ SMEs และหน่วยงานส่งเสริม SMEs ในอาเซียน โดยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบการค้าและเป็นฐานข้อมูลสินค้าและการบริการ (e-directory) เพื่อสนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ สินค้า และบริการ นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้าน SMEs

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ