สภาพอัตราแลกเปลี่ยนของ สปป. ลาว
ในช่วงเดือน ม.ค. – ส.ค. 2562 ตลาดการเงินโลกมีความผันผวน โดยเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าร้อยละ 1.5 เมื่อเทียบกับเงินยูโร 
และเงินบาทแข็งค่าร้อยละ 3.50 เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ 

ภาวะดังกล่าวส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินกีบกับเงินสกุลต่างประเทศมีความผันผวน และค่าเงินกีบอ่อนค่าลงอย่างหลีกเลี่ยง
ไม่ได้เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐและเงินบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ เนื่องจาก สปป. ลาวยังไม่มีฐานการผลิตสินค้า
ภายในประเทศที่เข้มแข็ง จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคและบริโภค รวมทั้งการนำเข้าสินค้า
และวัตถุดิบเพื่อใช้ในการลงทุน ส่งผลให้ สปป. ลาวขาดดุลการค้ากับต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง สปป. ลาวจึงต้องการเงินตรา
ต่างประเทศจำนวนมากเพื่อใช้ชำระค่านำเข้าสินค้าและบริการจากต่างประเทศ 

ภาวะการอ่อนค่าของเงินกีบข้างต้นส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อป้องกันและควบคุมผลกระทบ
ที่รุนแรง ธนาคารแห่ง สปป. ลาวได้มีความพยายามในการดำเนินนโยบายทางการเงินเพื่อควบคุมปริมาณเงินหมุนเวียนและควบคุมอัตรา
แลกเปลี่ยนให้เป็นไปตามกลไกตลาดในระดับที่เหมาะสม ในขณะเดียวกัน แหล่งรายรับเงินตราต่างประเทศของ สปป. ลาวยังมีจำกัด
เนื่องจาก สปป. ลาวขาดดุลการค้ากับต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องประหยัดการใช้จ่ายเงินตราต่างประเทศ นอกจากนี้ 
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรผลักดันและส่งเสริมการลงทุนเพื่อส่งออกในสาขาที่ สปป. ลาวมีศักยภาพ และอำนวยความสะดวกการลงทุน
จากต่างประเทศ รวมทั้งใช้สินค้าและบริการภายในประเทศให้มากขึ้น จำกัดการนำเข้าสินค้าที่ไม่จำเป็นและฟุ่มเฟือย และส่งเสริม
การท่องเที่ยวภายในประเทศและดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศให้มากขึ้น 

ที่มา: เว็บไซต์ธนาคารแห่ง สปป. ลาว วันที่ 2 ก.ย. 2562 http://www.bol.gov.la/fileupload/02-09-2019_1567418322.pdf
9 กันยายน 2562

Back to the list

More Related

  • เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2562 ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชี้นำร่วมโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ครั้งที่ 8 ณ ห้องว่าการปกครอง แขวงไซยะบูลี โดยมีนายบุนปอน สีสุลาด ประธานกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม สภาแห่งชาติลาว รองเจ้าแขวงไซยะบูลีและหลวงพระบาง ผู้แทนโครงการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งที่ประชุมได้รับฟัง การรายงานผลการดำเนินงานของโครงการฯ ในด้านต่าง ๆ รวมถึงการอำนวยความสะดวกและปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับ การดำเนินโครงการฯ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาและเตรียมความพร้อมในการเปิดเขื่อนดังกล่าว อย่างเป็นทางการปลายปีนี้
  • นาย Andrew Mason หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออก และแปซิฟิก ธนาคารโลก กล่าวว่า รายงานการขยายตัวทางเศรษฐกิจของธนาคารโลกประจำเดือน ต.ค. 2562 คาดว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจเอเชียและแปซิฟิกในปี 2562 จะอยู่ที่ร้อยละ 5.8 ลดลงจากปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 6.3 และคาดว่าจะลดลงอยู่ที่ร้อยละ 5.7 และ 5.6 ในปี 2563 และ 2564 ตามลำดับ
  • ข้อมูลจากกลุ่มผู้ผลิตปูนซีเมนต์ของ สปป. ลาว ระบุว่า ในปี 2561 สปป. ลาวมีโรงงานผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์ทั่วประเทศจำนวน 13 แห่ง ในปี 2556 – 2558 มีจำนวน 9 โรงงาน คือ โรงงานปูนซีเมนต์หลวงพระบาง โรงงานปูนซีเมนต์วังเวียงแห่งที่ 1 2 และ 3 โรงบดปูนซีเมนต์เวียงจันทน์ โรงบดปูนซีเมนต์ BMC เวียงจันทน์ โรงงานปูนซีเมนต์ท่าแขก โรงงานปูนซีเมนต์สะหวันนะเขต และโรงงานปูนซีเมนต์สาละวัน ในปี 2559 มีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก 3 โรงงาน คือ โรงงานปูนซีเมนต์ไซยะบูลี โรงงานปูนซีเมนต์เชียงขวาง และโรงงานปูนซีเมนต์เมืองคูนคำ แขวงคำม่วน และในปี 2560 มีเพิ่มขึ้นอีก 1 โรงงาน คือ โรงงานคำม่วนซีเมนต์ของ SCG โดยรวมกำลังการผลิตทั้งหมด 8.3 ล้านตันต่อปี
  • เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการท่องเที่ยวจากสี่แขวงภาคใต้ของ สปป. ลาว และจากภาคกลางและภาคใต้ ของเวียดนาม พร้อมด้วยหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องจัดการประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ที่แขวงจำปาสัก
  • เมื่อวันที่ 8 - 9 ต.ค. 2562 กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว ร่วมกับองค์กรสหประชาชาติ ว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) จัดการประชุมเชิงปฺฏิบัติการภายใต้หัวข้อ “การประเมินความเปราะบาง และการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อผลักดันการสร้างความสามารถด้านการผลิตและความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ” ณ โรงแรม Crowne Plaza Vientiane โดยมี ดร. กิแก้ว จันทะบูลี รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว นาง Sara Sekkenes ผู้ประสานงานขององค์กรสหประชาชาติประจำ สปป. ลาว และนาย Patrick Osakwe หัวหน้าด้านการค้าและความยากจนของ UNCTAD เป็นประธานร่วม
  • สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และคณะกรรมการประสานงานอาเซียนด้านวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (ACCMSMEs) ได้จัดตั้งเว็บไซต์ศูนย์ให้บริการผู้ประกอบการ SMEs ในอาเซียน www. aseansme.org เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารและการบริการที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ SMEs และหน่วยงานส่งเสริม SMEs ในอาเซียน โดยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบการค้าและเป็นฐานข้อมูลสินค้าและการบริการ (e-directory) เพื่อสนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ สินค้า และบริการ นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้าน SMEs

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ