รัฐบาลลาวออกพันธบัตรมูลค่า 1,700 พันล้านกีบ (ประมาณ 194 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2562 นายสุลิวัด สุวันนะจูมคำ หัวหน้ากรมการเงินต่างประเทศและคุ้มครองหนี้สิน กระทรวงการเงิน สปป. ลาว 
ในฐานะผู้แทนรัฐบาลลาว กับนายอานุกอน สุทำมะวง รักษาการผู้อำนวยการบริษัท หลักทรัพย์ล้านช้าง มหาชน 
นายเทบสะหวัน กิติยะวง รักษาการผู้อำนวยการบริษัท หลักทรัพย์ BCEL-KT จำกัด และนายลิน ลี ผู้อำนวยการบริษัท 
หลักทรัพย์ลาว – จีน จำกัด ได้ลงนามสัญญาแต่งตั้งให้ 3 บริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินและเป็นตัวแทน
จำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลลาว 

การออกพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 1, 700 พันล้านกีบ (ประมาณ 194 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในครั้งนี้เป็นการดำเนินการสืบเนื่องมาจาก
ความสำเร็จในการออกพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 1,000 พันล้านกีบ (ประมาณ 114 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่ผ่านมา โดยบุคคลหรือ
นิติบุคคลทั้งในและต่างประเทศสามารถถือครองและแลกเปลี่ยนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ลาว และเป็นนิมิตรหมายใหม่
สำหรับการพัฒนาตลาดพันธบัตรที่ สปป. ลาว เพื่อให้เป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 และ
แผนงบประมาณแห่งรัฐ 5 ปี (2559 - 2563) ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ โดยที่ผ่านมารัฐบาลลาว
ขาดดุลงบประมาณ กระทรวงการเงิน สปป. ลาว จึงจำเป็นต้องระดมเงินทุนจากภายในและต่างประเทศ 

นายอานุกอนฯ กล่าวว่า นับเป็นความสำเร็จของบริษัทหลักทรัพย์ทั้ง 3 แห่งที่รัฐบาลลาวให้ความเชื่อมั่นในการเป็นตัวแทน
จำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นการจำหน่ายเป็นครั้งที่สอง กำหนดราคาขายที่หน่วยละ 1 ล้านกีบ (ประมาณ 114 ดอลลาร์สหรัฐ) 
โดยแบ่งเป็น 6 รุ่น ได้แก่ อายุ 3 ปี (ดอกเบี้ยร้อยละ 6.8) 5 ปี (ดอกเบี้ยร้อยละ 6.95) 7 ปี (ดอกเบี้ยร้อยละ 7.2) 10 ปี 
(ดอกเบี้ยร้อยละ 7.5) 15 ปี (ดอกเบี้ยร้อยละ 7.7) และ 20 ปี (ดอกเบี้ยร้อยละ 8) จ่ายดอกเบี้ย 2 ครั้งต่อปี โดยจะเปิดจองระหว่าง
วันที่ 2 – 5 ก.ย. 2562 ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ทั้ง 3 แห่ง ผู้ลงทุนจะต้องจองซื้อพันธบัตรครั้งละ 10 ล้านกีบขึ้นไป และจะปิดการจอง
ทันทีเมื่อมีการจองครบ 1,700 พันล้านกีบ 

ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจการค้า วันที่ 26 ส.ค. 2562 (https://laoedaily.com.la/57956/) 
และเว็บไซต์หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่ วันที่ 26 ส.ค. 2562 (https://www.vientianemai.net/khao/22129.html)
6 กันยายน 2562

Back to the list

More Related

  • เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2562 ดร. คำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชี้นำร่วมโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ครั้งที่ 8 ณ ห้องว่าการปกครอง แขวงไซยะบูลี โดยมีนายบุนปอน สีสุลาด ประธานกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม สภาแห่งชาติลาว รองเจ้าแขวงไซยะบูลีและหลวงพระบาง ผู้แทนโครงการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งที่ประชุมได้รับฟัง การรายงานผลการดำเนินงานของโครงการฯ ในด้านต่าง ๆ รวมถึงการอำนวยความสะดวกและปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับ การดำเนินโครงการฯ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาและเตรียมความพร้อมในการเปิดเขื่อนดังกล่าว อย่างเป็นทางการปลายปีนี้
  • นาย Andrew Mason หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออก และแปซิฟิก ธนาคารโลก กล่าวว่า รายงานการขยายตัวทางเศรษฐกิจของธนาคารโลกประจำเดือน ต.ค. 2562 คาดว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจเอเชียและแปซิฟิกในปี 2562 จะอยู่ที่ร้อยละ 5.8 ลดลงจากปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 6.3 และคาดว่าจะลดลงอยู่ที่ร้อยละ 5.7 และ 5.6 ในปี 2563 และ 2564 ตามลำดับ
  • ข้อมูลจากกลุ่มผู้ผลิตปูนซีเมนต์ของ สปป. ลาว ระบุว่า ในปี 2561 สปป. ลาวมีโรงงานผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์ทั่วประเทศจำนวน 13 แห่ง ในปี 2556 – 2558 มีจำนวน 9 โรงงาน คือ โรงงานปูนซีเมนต์หลวงพระบาง โรงงานปูนซีเมนต์วังเวียงแห่งที่ 1 2 และ 3 โรงบดปูนซีเมนต์เวียงจันทน์ โรงบดปูนซีเมนต์ BMC เวียงจันทน์ โรงงานปูนซีเมนต์ท่าแขก โรงงานปูนซีเมนต์สะหวันนะเขต และโรงงานปูนซีเมนต์สาละวัน ในปี 2559 มีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก 3 โรงงาน คือ โรงงานปูนซีเมนต์ไซยะบูลี โรงงานปูนซีเมนต์เชียงขวาง และโรงงานปูนซีเมนต์เมืองคูนคำ แขวงคำม่วน และในปี 2560 มีเพิ่มขึ้นอีก 1 โรงงาน คือ โรงงานคำม่วนซีเมนต์ของ SCG โดยรวมกำลังการผลิตทั้งหมด 8.3 ล้านตันต่อปี
  • เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการท่องเที่ยวจากสี่แขวงภาคใต้ของ สปป. ลาว และจากภาคกลางและภาคใต้ ของเวียดนาม พร้อมด้วยหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องจัดการประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ที่แขวงจำปาสัก
  • เมื่อวันที่ 8 - 9 ต.ค. 2562 กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว ร่วมกับองค์กรสหประชาชาติ ว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) จัดการประชุมเชิงปฺฏิบัติการภายใต้หัวข้อ “การประเมินความเปราะบาง และการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อผลักดันการสร้างความสามารถด้านการผลิตและความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ” ณ โรงแรม Crowne Plaza Vientiane โดยมี ดร. กิแก้ว จันทะบูลี รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว นาง Sara Sekkenes ผู้ประสานงานขององค์กรสหประชาชาติประจำ สปป. ลาว และนาย Patrick Osakwe หัวหน้าด้านการค้าและความยากจนของ UNCTAD เป็นประธานร่วม
  • สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และคณะกรรมการประสานงานอาเซียนด้านวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (ACCMSMEs) ได้จัดตั้งเว็บไซต์ศูนย์ให้บริการผู้ประกอบการ SMEs ในอาเซียน www. aseansme.org เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารและการบริการที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ SMEs และหน่วยงานส่งเสริม SMEs ในอาเซียน โดยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบการค้าและเป็นฐานข้อมูลสินค้าและการบริการ (e-directory) เพื่อสนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ สินค้า และบริการ นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้าน SMEs

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ