ไทย – ลาว ร่วมกันส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งทางการเงินผ่านตลาดทุนลาว
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2562 ตลาดหลักทรัพย์ลาวร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย จัดงานสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนา
ตลาดหลักทรัพย์ การส่งเสริมสภาพคล่องในตลาดหลักทรัพย์ลาว และการเผยแพร่ประสบการณ์ของคณะผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคม
บริษัทหลักทรัพย์ไทยเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนและบริษัทหลักทรัพย์ โดยมีนายวันคำ วอระวง ผู้อำนวยการใหญ่ตลาดหลักทรัพย์ลาว 
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย รองประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานดังกล่าว 

นายวันคำฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ลาวได้ประสบความสำเร็จหลายด้าน เช่น ตลาดหลักทรัพย์ลาว
มีบทบาทเป็นแหล่งทุนขนาดใหญ่ให้แก่นักลงทุนที่ต้องการระดมทุน และเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนซื้อ – ขาย ซึ่งปัจจุบันมีนักลงทุน
เข้ามาจดทะเบียนทั้งหมด 9 บริษัท และมีผลิตภัณฑ์ใหม่คือ พันธบัตรรัฐบาลที่เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลาว และตั้งแต่
ปี 2562 เป็นต้นไป ตลาดหลักทรัพย์ลาวจะยกระดับกลไกการซื้อ – ขาย หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ อาทิ การขยายเวลาการแลกเปลี่ยนซื้อ
– ขายหลักทรัพย์ เพิ่มประเภทคำสั่งซื้อ – ขายหุ้น การซื้อ – ขายหุ้นจำนวนมาก (Block Trade) การปรับราคาใหม่ (Tick Size) ทั้งนี้ 
เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นและเพิ่มเครื่องมือใหม่ๆ ให้แก่การซื้อ – ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ลาว 

นางภัทธีราฯ กล่าวว่า นักลงทุนใน สปป. ลาว มีความสนใจการลงทุนในตลาดทุนกอปรกับยุคปัจจุบันเทคโนโลยีมี ความทันสมัยมากขึ้น 
สามารถพัฒนาทุกอย่างได้รวดเร็วและสะดวกมากขึ้น ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ลาวสามารถจะพัฒนาได้โดยใช้เครื่องมือต่างๆ เข้ามาช่วย 
เพื่อทำให้ตลาดหลักทรัพย์ลาวเติบโตได้เร็วขึ้น สำหรับงานครั้งนี้จะเน้นการแลกเปลี่ยนบทเรียนและประสบการณ์แบบ เจาะลึก 
เพื่อนำเอาบทเรียนและประสบการณ์ดังกล่าวมาปรับใช้สร้างความเข้มแข็งในการพัฒนางานของตลาดหลักทรัพย์ของ สปป. ลาว 

ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจการค้า, วันที่ 1 ก.พ. 2562 
เข้าถึงได้จาก https://laoedaily.com.la/44483/ 
และ Facebook ลาวพัฒนา, วันที่ 4 ก.พ. 2562 เข้าถึงได้จาก https://bit.ly/2Src5BB
6 กุมภาพันธ์ 2562

Back to the list

More Related

  • เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2562 ตลาดหลักทรัพย์ลาวร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย จัดงานสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ การส่งเสริมสภาพคล่องในตลาดหลักทรัพย์ลาว และการเผยแพร่ประสบการณ์ของคณะผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนและบริษัทหลักทรัพย์ โดยมีนายวันคำ วอระวง ผู้อำนวยการใหญ่ตลาดหลักทรัพย์ลาว นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย รองประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานดังกล่าว
  • ปัจจุบันผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – วังเวียง ได้เริ่มลงมือก่อสร้างและนำเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่การก่อสร้าง
  • 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาล สปป. ลาว กำหนดนโยบายต่างๆ เพื่อให้เขตเศรษฐกิจพิเศษกลายเป็นส่วนสำคัญด้านเศรษฐกิจเคียงคู่กับการส่งออกและการสร้างอาชีพ ปัจจุบัน มีผู้เข้ามาลงทุนเกือบ 600 บริษัท และสามารถส่งออกสินค้าได้ 249 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่รัฐบาลยอมรับว่า การพัฒนาเขตเศรษฐกิจยังมีลักษณะแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีบางเขตเศรษฐกิจที่พัฒนาช้ากว่ากำหนด
  • ปี 2561 สปป. ลาว สามารถจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นกว่า 336 พันล้านกีบ (39.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเทียบกับปี 2560 แต่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สภาแห่งชาติรับรองไว้ที่ 7,200 พันล้านกีบ (843.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทั้งนี้ นายสมดี ดวงดี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว ได้เน้นให้เพิ่มการตรวจสอบการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีตามชายแดน
  • ปีนี้รัฐบาล สปป. ลาว คาดการณ์การขยายตัวของ GDP ร้อยละ 6.7 ขึ้นไป พร้อมส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ มูลค่ากว่า 23 ล้านล้านกีบ (2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือกว่าครึ่งของการลงทุนทั้งหมด และจะเร่งแก้ไข 10 ตัวชี้วัดความสะดวกในการประกอบธุรกิจใน สปป. ลาว ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว
  • นายสุลิยน พิลาวง หัวหน้ากรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว   คาดว่า ปี 2561 สปป. ลาว มีมูลค่าการนำเข้าและส่งออก 10,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 105 ของแผนงานประจำปี 2561 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 เมื่อเทียบกับปี 2560 โดยการส่งออกมีมูลค่า 5,115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 ทั้งนี้ มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้า แร่ทอง ทองแดง ชิ้นส่วนกล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม ยางพาราและอื่นๆ และมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 87          ของการส่งออกทั้งหมด และการนำเข้ามีมูลค่า 5,424 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 ทั้งนี้ มีสินค้านำเข้า     ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ยานพาหนะและชิ้นส่วนอะไหล่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ก่อสร้าง และมีตลาดนำเข้าสำคัญ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 88 ของการนำเข้าทั้งหมด โดย สปป. ลาว ยังขาดดุลการค้าประมาณ 310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ