ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – วังเวียง
ปัจจุบันผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – วังเวียง ได้เริ่มลงมือก่อสร้างและนำเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่การก่อสร้าง 

โครงการก่อสร้างทางด่วนฯ เป็นการรองรับการคมนาคมขนส่งในยุคของการเชื่อมโยง ซึ่งรัฐบาล สปป. ลาว ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
เพื่อรองรับการคมนาคมขนส่งให้สะดวกยิ่งขึ้น และจะทำให้ สปป. ลาว กลายเป็นประเทศที่เชื่อมโยงกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง การพัฒนาดังกล่าว
ประกอบด้วยแผนการจัดทำโครงการทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – ด่านบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา โดยมีจุดเริ่มต้นจากบ้านสีเกิด เมืองนาซายทอง 
นครหลวงเวียงจันทน์ – เมืองวังเวียง แขวงเวียงจันทน์ จากนั้นจึงจะเริ่มก่อสร้างจากเมืองวังเวียง แขวงเวียงจันทน์ – แขวงหลวงพระบาง – 
แขวงอุดมไซ – ด่านบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา 

นายบุนยะวัด นีละไซ ผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาว จากกระทรวงโยธาธิการและขนส่งแห่ง สปป. ลาว ระบุว่า โครงการก่อสร้างทางด่วนจาก
นครหลวงเวียงจันทน์ – วังเวียง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางด่วนลาว – จีน ที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่นครหลวงเวียงจันทน์ – บ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา 
ซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศจีน โดยผ่าน 4 แขวง และ 1 นครหลวง คือ แขวงเวียงจันทน์ แขวงหลวงพระบาง แขวงอุดมไซ แขวงหลวงน้ำทา และ
นครหลวงเวียงจันทน์ ปัจจุบันเริ่มลงมือก่อสร้างจากจุดเริ่มต้นคือ ช่วงนครหลวงเวียงจันทน์ – เมืองวังเวียง รวมความยาวทั้งหมด 109.12 กิโลเมตร 
ขนาดความกว้าง 23 เมตร มี 4 ช่องจราจร (ไป – กลับ) โครงการดังกล่าวเป็นการลงทุนของกลุ่มบริษัทก่อสร้างจากมณฑลยูนนาน ในรูปแบบ BOT 
ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้าง 3 ปี 

นายบุนยะวัดฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันบริษัทรับเหมาก่อสร้างได้แบ่งทีมงานก่อสร้างออกเป็น 7 ทีม ประจำในแต่ละจุดก่อสร้าง และ
ได้เริ่มบุกเบิกเส้นทาง เปิดหน้าดิน และนำเอาเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่ก่อสร้างโครงการดังกล่าว 

ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจการค้า, วันที่ 25 มกราคม 2562 
เข้าถึงได้จาก https://laoedaily.com.la/43879/
29 มกราคม 2562

Back to the list

More Related

  • เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2562 ตลาดหลักทรัพย์ลาวร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย จัดงานสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ การส่งเสริมสภาพคล่องในตลาดหลักทรัพย์ลาว และการเผยแพร่ประสบการณ์ของคณะผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนและบริษัทหลักทรัพย์ โดยมีนายวันคำ วอระวง ผู้อำนวยการใหญ่ตลาดหลักทรัพย์ลาว นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย รองประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานดังกล่าว
  • ปัจจุบันผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – วังเวียง ได้เริ่มลงมือก่อสร้างและนำเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่การก่อสร้าง
  • 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาล สปป. ลาว กำหนดนโยบายต่างๆ เพื่อให้เขตเศรษฐกิจพิเศษกลายเป็นส่วนสำคัญด้านเศรษฐกิจเคียงคู่กับการส่งออกและการสร้างอาชีพ ปัจจุบัน มีผู้เข้ามาลงทุนเกือบ 600 บริษัท และสามารถส่งออกสินค้าได้ 249 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่รัฐบาลยอมรับว่า การพัฒนาเขตเศรษฐกิจยังมีลักษณะแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีบางเขตเศรษฐกิจที่พัฒนาช้ากว่ากำหนด
  • ปี 2561 สปป. ลาว สามารถจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นกว่า 336 พันล้านกีบ (39.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อเทียบกับปี 2560 แต่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่สภาแห่งชาติรับรองไว้ที่ 7,200 พันล้านกีบ (843.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทั้งนี้ นายสมดี ดวงดี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว ได้เน้นให้เพิ่มการตรวจสอบการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีตามชายแดน
  • ปีนี้รัฐบาล สปป. ลาว คาดการณ์การขยายตัวของ GDP ร้อยละ 6.7 ขึ้นไป พร้อมส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ มูลค่ากว่า 23 ล้านล้านกีบ (2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือกว่าครึ่งของการลงทุนทั้งหมด และจะเร่งแก้ไข 10 ตัวชี้วัดความสะดวกในการประกอบธุรกิจใน สปป. ลาว ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว
  • นายสุลิยน พิลาวง หัวหน้ากรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว   คาดว่า ปี 2561 สปป. ลาว มีมูลค่าการนำเข้าและส่งออก 10,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 105 ของแผนงานประจำปี 2561 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 เมื่อเทียบกับปี 2560 โดยการส่งออกมีมูลค่า 5,115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 ทั้งนี้ มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้า แร่ทอง ทองแดง ชิ้นส่วนกล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม ยางพาราและอื่นๆ และมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 87          ของการส่งออกทั้งหมด และการนำเข้ามีมูลค่า 5,424 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 ทั้งนี้ มีสินค้านำเข้า     ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ยานพาหนะและชิ้นส่วนอะไหล่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ก่อสร้าง และมีตลาดนำเข้าสำคัญ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 88 ของการนำเข้าทั้งหมด โดย สปป. ลาว ยังขาดดุลการค้าประมาณ 310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ