การหารือร่างข้อตกลงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนวิสาหกิจและการออกใบอนุญาตดำเนินธุรกิจ
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 กรมทะเบียนและคุ้มครองวิสาหกิจ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว ได้จัดการประชุม
การระดมข้อคิดเห็นจากภาครัฐและภาคเอกชนต่อร่างข้อตกลงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนวิสาหกิจและการออกใบอนุญาตดำเนินธุรกิจ 
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาว มีความคล่องตัวและบรรลุเป้าหมายที่จะให้ สปป. ลาว เป็นประเทศที่มี
ความสะดวกในการประกอบธุรกิจในลำดับเลขสองหลักจากลำดับเลขสามหลักในปัจจุบันตามตัวชี้วัดของธนาคารโลกโดยมี
นางเข็มมะนี พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว เป็นประธานการประชุม และมีรองรัฐมนตรี 
หัวหน้ากรม และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม 

นางเข็มมะนีฯ กล่าวว่า รัฐบาล สปป. ลาว ได้ให้ความสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจให้มีความสะดวกและ
เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจรวมถึงการขจัดอุปสรรคต่างๆ โดยรัฐบาล สปป. ลาว ได้ออกคำสั่งเลขที่ 02/นย เพื่อปรับปรุงกลไก
การประสานงานในการดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาว ให้ดีขึ้น 

นายสมพวง เพียนพินิด หัวหน้ากรมทะเบียนและคุ้มครองวิสาหกิจ กล่าวว่า สำหรับร่างข้อตกลงว่าด้วยการขึ้นทะเบียนวิสาหกิจ
และการออกใบอนุญาตดำเนินธุรกิจ มีทั้งหมด 7 หมวด 33 มาตรา และข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 

นางเข็มมะนีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยลดขั้นตอนการออกใบอนุญาตดำเนินธุรกิจ อาทิ หากฝ่ายใดออกใบอนุญาต
การดำเนินธุรกิจ ฝ่ายนั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบและมอบใบอนุญาตการดำเนินธุรกิจให้วิสาหกิจนั้น การลดขั้นตอนดังกล่าวเพื่อประหยัดเวลา
และค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นทำธุรกิจ ทั้งนี้ นางเข็มมะนีฯ ยืนยันว่า ในอนาคต สปป. ลาว จะเป็นประเทศที่มีความสะดวกในการประกอบธุรกิจ
ในลำดับเลขสองหลัก ที่ประชุมได้เปิดเผยตัวเลขการจัดลำดับประเทศที่มีความสะดวกในการประกอบธุรกิจในปี 2562 โดย สปป. ลาว 
อยู่ในลำดับ 154 จาก 190 ประเทศทั่วโลก และอยู่ในลำดับ 9 ของอาเซียน โดยการเริ่มต้นธุรกิจใน สปป. ลาว ถูกจัดอยู่ในลำดับ 180 

ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจการค้า, วันที่ 14 ธันวาคม 2561 
เข้าถึงได้จาก https://laoedaily.com.la/41032/
21 ธันวาคม 2561

Back to the list

More Related

  • นายสุลิยน พิลาวง หัวหน้ากรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว   คาดว่า ปี 2561 สปป. ลาว มีมูลค่าการนำเข้าและส่งออก 10,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 105 ของแผนงานประจำปี 2561 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 เมื่อเทียบกับปี 2560 โดยการส่งออกมีมูลค่า 5,115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 ทั้งนี้ มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้า แร่ทอง ทองแดง ชิ้นส่วนกล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม ยางพาราและอื่นๆ และมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 87          ของการส่งออกทั้งหมด และการนำเข้ามีมูลค่า 5,424 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 ทั้งนี้ มีสินค้านำเข้า     ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ยานพาหนะและชิ้นส่วนอะไหล่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ก่อสร้าง และมีตลาดนำเข้าสำคัญ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 88 ของการนำเข้าทั้งหมด โดย สปป. ลาว ยังขาดดุลการค้าประมาณ 310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2562 ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างองค์การปกครองแขวงอุดมไซกับบริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ห้องว่าการปกครองแขวงอุดมไช โดยมีนายคำพัน เผยยะวง ผู้แทนองค์การปกครองแขวงอุดมไช และนายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว  
  • เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2562 กระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาว ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ล้านช้าง มหาชน บริษัท หลักทรัพย์ ทคตล - กท จำกัด และบริษัท หลักทรัพย์ ลาว - จีน จำกัด ได้จัดพิธีเปิดการซื้อ – ขายพันธบัตรรัฐบาล อย่างเป็นทางการ (First trading day) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาตลาดทุน สปป. ลาว ให้มีความหลากหลาย และอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนทั่วไป บุคคล นิติบุคคลทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ สามารถแลกเปลี่ยนซื้อ – ขายพันธบัตรผ่านตลาดหลักทรัพย์ลาว โดยมีนางสำเพา เลาสี รองหัวหน้าห้องการกระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว และนางสายสะหมอน จันทะจัก หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองหลักทรัพย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีดังกล่าว
  • ในปี 2560 จีนมีมูลค่านำเข้าสินค้าจากทั่วโลก 1.841 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่าการนำเข้าของจีนร้อยละ 55.9 มาจากประเทศในทวีปเอเชีย ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สิทธิพิเศษด้านการค้ากับจีน ได้สร้างรายรับให้ สปป. ลาว กว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • นายสมมาด พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่ง สปป. ลาว รายงานต่อที่ประชุมสภาแห่งชาติเกี่ยวกับร่างกฎหมายว่าด้วยที่ดิน ฉบับปรับปรุงว่า เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยที่ดินฉบับปัจจุบัน   (ปี 2546) ถูกประกาศใช้มาเป็นเวลา 15 ปี และมีเนื้อหาบางส่วนยังมีช่องว่าง ไม่ครอบคลุม และไม่ชัดเจน เป็นเหตุให้การปฏิบัติตามกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่เป็นเอกภาพ จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยที่ดิน ฉบับปี 2546 ให้มีเนื้อหาที่ละเอียด ชัดเจน และสอดคล้องกับสภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจ - สังคม และมติของคณะบริหารงานศูนย์กลางพรรคว่าด้วยการความคุ้มครองและพัฒนาที่ดิน
  • เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 ได้มีการจัดพิธีลงนามสัญญาสัมปทานโครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำพูน โดยนายคำเลียน พนเสนา รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุนแห่ง สปป. ลาว และนายบุนอู้ม สีวันเพ็ง ประธานสภาบริหารบริษัท น้ำพูนพาวเวอร์ จำกัด เป็นผู้ลงนาม

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ