ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน
ปัจจุบันโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน มีความคืบหน้าร้อยละ 46 และคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2564 
ขณะที่การจ่ายเงินค่าชดเชยดำเนินการไปแล้วจำนวน 3 งวด มูลค่ากว่า 221 พันล้านกีบ (25.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) 
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจำนวน 167 บ้าน 13 เมือง 4 แขวง และนครหลวงเวียงจันทน์ 

นางลัดตะนะมะนี คูนนีวง รองรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่งแห่ง สปป. ลาว ในฐานะหัวหน้าคณะคุ้มครองโครงการก่อสร้าง
ทางรถไฟลาว - จีน เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน มีความคืบหน้าร้อยละ 46.5 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.19 
เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่าน โดยมีการก่อสร้างทั้งหมด 778 จุด อาทิ การเจาะอุโมงค์จำนวน 69 แห่ง การก่อสร้างสะพานจำนวน 139 แห่ง
นอกจากนี้ ได้ติดตั้งสายนำส่งกระแสไฟฟ้าและหม้อแปลงไฟฟ้าจำนวน 258 จุด และการก่อสร้างระบบน้ำประปา 
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวใช้แรงงานชาวลาวจำนวน 4,032 คน และแรงงานชาวต่างชาติจำนวน 17,115 คน 

นางลัดตะนะมะนีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเริ่มดำเนินการจ่ายเงินค่าชดเชยให้ผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 3 งวด มูลค่ากว่า 221 พันล้านกีบ
(25.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ประกอบด้วย งวดแรกมูลค่า 56.5 พันล้านกีบ (6.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) งวดที่สอง มูลค่า 81.6 พันล้านกีบ
(9.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และงวดที่สามมูลค่า 82.9 พันล้านกีบ (9.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และคาดว่างวดที่สี่จะจ่ายเงินค่าชดเชย
มูลค่ากว่า 134 พันล้านกีบ (15.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) 

* อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 8,537 กีบ 

ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจการค้า, วันที่ 13 ธันวาคม 2561 
เข้าถึงได้จาก https://laoedaily.com.la/40942/
20 ธันวาคม 2561

Back to the list

More Related

  • นายสุลิยน พิลาวง หัวหน้ากรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว   คาดว่า ปี 2561 สปป. ลาว มีมูลค่าการนำเข้าและส่งออก 10,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 105 ของแผนงานประจำปี 2561 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 เมื่อเทียบกับปี 2560 โดยการส่งออกมีมูลค่า 5,115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 ทั้งนี้ มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้า แร่ทอง ทองแดง ชิ้นส่วนกล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม ยางพาราและอื่นๆ และมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 87          ของการส่งออกทั้งหมด และการนำเข้ามีมูลค่า 5,424 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 ทั้งนี้ มีสินค้านำเข้า     ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ยานพาหนะและชิ้นส่วนอะไหล่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ก่อสร้าง และมีตลาดนำเข้าสำคัญ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 88 ของการนำเข้าทั้งหมด โดย สปป. ลาว ยังขาดดุลการค้าประมาณ 310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2562 ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างองค์การปกครองแขวงอุดมไซกับบริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ห้องว่าการปกครองแขวงอุดมไช โดยมีนายคำพัน เผยยะวง ผู้แทนองค์การปกครองแขวงอุดมไช และนายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว  
  • เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2562 กระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาว ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ล้านช้าง มหาชน บริษัท หลักทรัพย์ ทคตล - กท จำกัด และบริษัท หลักทรัพย์ ลาว - จีน จำกัด ได้จัดพิธีเปิดการซื้อ – ขายพันธบัตรรัฐบาล อย่างเป็นทางการ (First trading day) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาตลาดทุน สปป. ลาว ให้มีความหลากหลาย และอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนทั่วไป บุคคล นิติบุคคลทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ สามารถแลกเปลี่ยนซื้อ – ขายพันธบัตรผ่านตลาดหลักทรัพย์ลาว โดยมีนางสำเพา เลาสี รองหัวหน้าห้องการกระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว และนางสายสะหมอน จันทะจัก หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองหลักทรัพย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีดังกล่าว
  • ในปี 2560 จีนมีมูลค่านำเข้าสินค้าจากทั่วโลก 1.841 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่าการนำเข้าของจีนร้อยละ 55.9 มาจากประเทศในทวีปเอเชีย ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สิทธิพิเศษด้านการค้ากับจีน ได้สร้างรายรับให้ สปป. ลาว กว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • นายสมมาด พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่ง สปป. ลาว รายงานต่อที่ประชุมสภาแห่งชาติเกี่ยวกับร่างกฎหมายว่าด้วยที่ดิน ฉบับปรับปรุงว่า เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยที่ดินฉบับปัจจุบัน   (ปี 2546) ถูกประกาศใช้มาเป็นเวลา 15 ปี และมีเนื้อหาบางส่วนยังมีช่องว่าง ไม่ครอบคลุม และไม่ชัดเจน เป็นเหตุให้การปฏิบัติตามกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่เป็นเอกภาพ จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยที่ดิน ฉบับปี 2546 ให้มีเนื้อหาที่ละเอียด ชัดเจน และสอดคล้องกับสภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจ - สังคม และมติของคณะบริหารงานศูนย์กลางพรรคว่าด้วยการความคุ้มครองและพัฒนาที่ดิน
  • เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 ได้มีการจัดพิธีลงนามสัญญาสัมปทานโครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำพูน โดยนายคำเลียน พนเสนา รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุนแห่ง สปป. ลาว และนายบุนอู้ม สีวันเพ็ง ประธานสภาบริหารบริษัท น้ำพูนพาวเวอร์ จำกัด เป็นผู้ลงนาม

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ