ธนาคารโลกประเมินความสะดวกในการประกอบธุรกิจใน สปป. ลาว ประจำปี 2562
ธนาคารโลกประเมินความสะดวกในการประกอบธุรกิจใน สปป. ลาว ลดลงจากลำดับ 141 ในปี 2561 มาอยู่ที่ลำดับ 154 ในปี 2562 จากจำนวน
190 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจแห่งชาติลาว ระบุว่า ส่วนสำคัญที่ทำให้ผลการประเมินลดลงคือ การให้บริการและ
การประสานงานของแต่ละกระทรวงไม่มีเอกภาพ หากไม่เร่งแก้ไขอาจทำให้นักธุรกิจตัดสินใจไปลงทุนในประเทศอื่นที่มีนโยบาย
ส่งเสริมการลงทุนที่ดีกว่า 

รัฐบาล สปป. ลาว เคยตั้งเป้าหมายให้ สปป. ลาว เป็นประเทศที่มีความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ในลำดับเลขสองหลักให้ได้ภายในปี 2561 
ตามตัวชี้วัดของธนาคารโลก และที่ผ่านมาได้ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีเลขที่ 02/นย. ลงวันที่ 1 ก.พ. 2561 เน้นการอำนวยความสะดวก
การดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การดำเนินธุรกิจมีความสะดวก มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุน และช่วยดึงดูดนักลงทุน
จากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศให้ได้มากที่สุดตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา 

นางวาลี เวดสะพง รองประธานสภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว กล่าวว่า สปป. ลาว เคยมีสถิติประเทศที่มีความสะดวก
ในการประกอบธุรกิจลำดับดีที่สุดในลำดับ 139 โดยส่วนตัวคิดว่า การปรับลดลำดับ ในการประเมินครั้งนี้อาจจะไม่มีผลกระทบต่อ
การดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาว เพราะการประเมินอ้างอิงตัวเลขเศรษฐกิจในปี 2560 ซึ่งมีผลในปี 2561 ดังนั้น การออกคำสั่งเลขที่ 02/นย. 
ของนายกรัฐมนตรีเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561 มีความสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้การดำเนินธุรกิจในอนาคต
มีความสะดวก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานตามคำสั่งดังกล่าว นอกจากนี้ รัฐบาล สปป. ลาว จะต้องเร่งแก้ไขปัญหา
หนี้สาธารณะที่ยังอยู่ในอัตราค่อนข้างเสี่ยง และรัฐบาลควรจะเจรจาสัญญาด้านราคาหรือขยายสัญญาเพิ่มเติมกับโครงการใหญ่ๆ ที่รัฐบาล
ได้อนุมัติแล้ว อาทิ โครงการก่อสร้างเขื่อน และโครงการสายนำส่งกระแสไฟฟ้าที่มีมูลค่าลงทุนสูง เพื่อช่วยลดอัตราการเก็บค่าไฟฟ้า
ให้แก่โรงพยาบาลและภาคเกษตรกรรม หากสามารถดำเนินการได้จะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศคล่องตัวมากขึ้น 

ดร. ลีเบอร์ ลีบัวปาว รองหัวหน้าสถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจแห่งชาติลาว กล่าวว่า คำสั่งนายกรัฐมนตรี เลขที่ 02/นย. มีความละเอียด ชัดเจน 
โปร่งใส และจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจมีความคล่องตัว โดยเฉพาะ การดำเนินการผ่านระบบประตูเดียว แต่ในความเป็นจริงการดำเนินธุรกิจ
ใน สปป. ลาว ไม่มีความคล่องตัวเท่าที่ควร เนื่องจากการดำเนินธุรกิจบางอย่างมีความเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง จึงทำให้การดำเนินการ
มีความล่าช้า ไม่เป็นไปตามกำหนดเวลา นอกจากนี้ ดร.ลีเบอร์ฯ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า หากรัฐบาล สปป. ลาว ต้องการให้การประเมิน
ความสะดวกในการประกอบธุรกิจใน สปป. ลาว ลดลงเหลือลำดับเลขสองหลักในปี 2563 รัฐบาลจะต้องปฏิรูประบบประตูเดียว
ให้มีความชัดเจน มีการติดตามและประเมินผลขั้นตอนการดำเนินการด้านเอกสาร ในแต่ละกระทรวงอย่างเข้มงวด เพื่ออำนวยความสะดวก
ให้แก่นักธุรกิจ 

ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจการค้า, วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 
เข้าถึงได้จาก https://laoedaily.com.la/39312/?fbclid=IwAR1O7MbrloNdmXGQ59-Mh9ZozsiC50htezhr9oinFlmpshP_bpXYhmevK_I
7 ธันวาคม 2561

Back to the list

More Related

  • โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน ได้ดำเนินการจ่ายค่าชดเชยเป็นงวดที่ 4 จากจำนวน 7 งวด รวมมูลค่ากว่า 851 พันล้านกีบ (99.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งไม่รวมแขวงอุดมไซ เนื่องจากยังต้องรอเอกสารรับรองรายงานการเบิกจ่ายตามระเบียบ อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโครงการดังกล่าว มีความคืบหน้าร้อยละ 55.69 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมทั้งเปิดใช้งานตามแผนงานภายในปี 2564 หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
  • เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2562 นางเข็มมะนี พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง <br />
    สปป. ลาว  พร้อมด้วยคณะ ได้ให้การต้อนรับนายหนิง จีเจอ รองประธานคณะกรรมการการพัฒนาและ<br />
    การปฏิรูปแห่งชาติจีน และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือน สปป. ลาว ระหว่างวันที่ 18 - 21 ก.พ. 2562 <br />
    ณ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว คณะดังกล่าว ประกอบด้วย คณะกรรมการการพัฒนาและการปฏิรูปแห่งชาติ ศูนย์แลกเปลี่ยนเศรษฐกิจสากล บริษัททางรถไฟลาว – จีน ธนาคารขาออก – ขาเข้าแห่งชาติ คณะกรรมการการพัฒนาและการปฏิรูปแขวงยูนนาน และกลุ่มบริษัทวิศวกรรมการก่อสร้างและ<br />
    การลงทุนยูนนาน ประเทศจีน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับแผนแม่บทความร่วมมือแนวทางเศรษฐกิจลาว – จีน สัญญาเพิ่มศักยภาพในการผลิต การค้าและการลงทุน การติดตามและผลักดันโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน และความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการค้า<br />
  • กรมการนำเข้าและส่งออกแห่ง สปป. ลาว จะเริ่มออกใบอนุญาตนำเข้าและส่งออกยานพาหนะผ่านระบบการแจ้งภาษีศุลกากรประตูเดียวแห่งชาติผ่านเว็บไซต์ www.laonsw.net ตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. 2562 เป็นต้นไป
  • เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2562 ตลาดหลักทรัพย์ลาวร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย จัดงานสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ การส่งเสริมสภาพคล่องในตลาดหลักทรัพย์ลาว และการเผยแพร่ประสบการณ์ของคณะผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนและบริษัทหลักทรัพย์ โดยมีนายวันคำ วอระวง ผู้อำนวยการใหญ่ตลาดหลักทรัพย์ลาว นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย รองประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานดังกล่าว
  • ปัจจุบันผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – วังเวียง ได้เริ่มลงมือก่อสร้างและนำเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่การก่อสร้าง
  • 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาล สปป. ลาว กำหนดนโยบายต่างๆ เพื่อให้เขตเศรษฐกิจพิเศษกลายเป็นส่วนสำคัญด้านเศรษฐกิจเคียงคู่กับการส่งออกและการสร้างอาชีพ ปัจจุบัน มีผู้เข้ามาลงทุนเกือบ 600 บริษัท และสามารถส่งออกสินค้าได้ 249 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่รัฐบาลยอมรับว่า การพัฒนาเขตเศรษฐกิจยังมีลักษณะแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีบางเขตเศรษฐกิจที่พัฒนาช้ากว่ากำหนด

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ