ธนาคารโลกสนับสนุนเงินกู้เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจใน สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ได้มีพิธีเซ็นสัญญาเงินกู้ยืมระหว่างรัฐบาลแห่ง สปป. ลาว กับธนาคารโลก สำหรับโครงการส่งเสริมความสามารถ
ในการแข่งขันและการค้าของ สปป. ลาว ในวงเงินกู้ยืมแบบผ่อนผันจำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากสมาคมพัฒนาสากลภายใต้การดูแล
ของธนาคารโลก และมอบเงินทุนช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากผู้ให้ทุนอื่นจำนวน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีนางทิบพะกอน จันทะวงสา 
รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน แห่ง สปป. ลาว และนายนิโกลา ปอนตารา หัวหน้าห้องว่าการธนาคารโลกประจำ สปป. ลาว เป็นผู้ลงนาม 
ในโอกาสนี้ นายสมจิด อินทะมิด รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม  

โครงการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันและการค้าของ สปป. ลาว ข้างต้น จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ ปี 2561 ถึง 2565 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
สนับสนุนความพยายามของรัฐบาลในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมใน การดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะการลดขั้นตอนที่ซับซ้อนทางธุรกิจ การอำนวย
ความสะดวกและปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันด้านการค้า นอกจากนี้ รัฐบาล สปป. ลาว จะลดขั้นตอนการออกใบอนุญาตดำเนินธุรกิจ 
โดยมุ่งลดจำนวนวันที่และการเอกสารสำหรับธุรกิจการนำเข้าและส่งออกลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะครอบคลุมถึงกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 
และกลุ่มธุรกิจที่มีสตรีเป็นผู้นำองค์กรให้ได้รับผลประโยชน์จากการปรับปรุงดังกล่าว การปรับปรุงเหล่านี้ยังจะเกิดประโยชน์แก่ประชาชนลาว
โดยทั่วไป เนื่องจากจะมีการจ้างงานใหม่ๆ และนำไปสู่การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ราคาสินค้าจะค่อยลดลง ซึ่งจะเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค 

การอำนวยความสะดวกทางธุรกิจใน สปป. ลาว ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาล สปป. ลาว กำหนดไว้ สะท้อนจากตัวชี้วัดการจัดลำดับประเทศ
ที่มีความสะดวกในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก ซึ่ง สปป. ลาว ตกจากลำดับ 139 ในปี 2560 มาเป็นลำดับ 141 ในปี 2561 และรัฐบาล
สปป. ลาว ได้ประกาศว่าการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจมีสำคัญในลำดับแรกของการพัฒนาเศรษฐกิจ นายนิโกลาฯ กล่าวว่า การปรับปรุง
สภาพแวดล้อมทางธุรกิจสามารถดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนที่มีคุณภาพสูงเข้าไป สปป. ลาว และภาคเอกชนเหล่านี้ก็จะช่วยเพิ่มอัตรา
การขยายตัวของเศรษฐกิจและสร้างงานทำให้ประชาชนลาวมากขึ้น 

ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจการค้า, ฉบับวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เข้าถึงได้จาก https://laoedaily.com.la/38300/
19 พฤศจิกายน 2561

Back to the list

More Related

  • โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน ได้ดำเนินการจ่ายค่าชดเชยเป็นงวดที่ 4 จากจำนวน 7 งวด รวมมูลค่ากว่า 851 พันล้านกีบ (99.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งไม่รวมแขวงอุดมไซ เนื่องจากยังต้องรอเอกสารรับรองรายงานการเบิกจ่ายตามระเบียบ อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโครงการดังกล่าว มีความคืบหน้าร้อยละ 55.69 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมทั้งเปิดใช้งานตามแผนงานภายในปี 2564 หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
  • เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2562 นางเข็มมะนี พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง <br />
    สปป. ลาว  พร้อมด้วยคณะ ได้ให้การต้อนรับนายหนิง จีเจอ รองประธานคณะกรรมการการพัฒนาและ<br />
    การปฏิรูปแห่งชาติจีน และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือน สปป. ลาว ระหว่างวันที่ 18 - 21 ก.พ. 2562 <br />
    ณ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว คณะดังกล่าว ประกอบด้วย คณะกรรมการการพัฒนาและการปฏิรูปแห่งชาติ ศูนย์แลกเปลี่ยนเศรษฐกิจสากล บริษัททางรถไฟลาว – จีน ธนาคารขาออก – ขาเข้าแห่งชาติ คณะกรรมการการพัฒนาและการปฏิรูปแขวงยูนนาน และกลุ่มบริษัทวิศวกรรมการก่อสร้างและ<br />
    การลงทุนยูนนาน ประเทศจีน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับแผนแม่บทความร่วมมือแนวทางเศรษฐกิจลาว – จีน สัญญาเพิ่มศักยภาพในการผลิต การค้าและการลงทุน การติดตามและผลักดันโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน และความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการค้า<br />
  • กรมการนำเข้าและส่งออกแห่ง สปป. ลาว จะเริ่มออกใบอนุญาตนำเข้าและส่งออกยานพาหนะผ่านระบบการแจ้งภาษีศุลกากรประตูเดียวแห่งชาติผ่านเว็บไซต์ www.laonsw.net ตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. 2562 เป็นต้นไป
  • เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2562 ตลาดหลักทรัพย์ลาวร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย จัดงานสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ การส่งเสริมสภาพคล่องในตลาดหลักทรัพย์ลาว และการเผยแพร่ประสบการณ์ของคณะผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนและบริษัทหลักทรัพย์ โดยมีนายวันคำ วอระวง ผู้อำนวยการใหญ่ตลาดหลักทรัพย์ลาว นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย รองประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานดังกล่าว
  • ปัจจุบันผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – วังเวียง ได้เริ่มลงมือก่อสร้างและนำเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่การก่อสร้าง
  • 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาล สปป. ลาว กำหนดนโยบายต่างๆ เพื่อให้เขตเศรษฐกิจพิเศษกลายเป็นส่วนสำคัญด้านเศรษฐกิจเคียงคู่กับการส่งออกและการสร้างอาชีพ ปัจจุบัน มีผู้เข้ามาลงทุนเกือบ 600 บริษัท และสามารถส่งออกสินค้าได้ 249 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่รัฐบาลยอมรับว่า การพัฒนาเขตเศรษฐกิจยังมีลักษณะแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีบางเขตเศรษฐกิจที่พัฒนาช้ากว่ากำหนด

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ