รัฐบาลลาว เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ
ในปี 2561 – ปี 2562 รัฐบาล สปป. ลาว คาดการณ์เศรษฐกิจจะเติบโตในอัตราร้อยละ 6.5 ขึ้นไป และได้กำหนด 10 แนวทางการแก้ไขปัญหา
เศรษฐกิจ อาทิ การแก้ไขและฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ การพัฒนาทางด้านวัฒนธรรมและสังคม การพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน 
ซึ่งเป็นงานสำคัญที่ทุกเมือง แขวง และท้องถิ่นจะต้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว  

ตามมติการประชุมของรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 ประจำปี 2561 รัฐบาล สปป. ลาว ได้มอบหมายให้กระทรวงต่างๆ ตรวจสอบความถูกต้อง
ของการคาดการณ์ตัวเลขในปี 2562 ที่เกี่ยวข้องกับภาระบทบาทและความรับผิดชอบของตน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ 
พร้อมทั้งยืนยันตัวเลขและจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้กระทรวงแผนการและการลงทุนแห่ง สปป. ลาว รวบรวมและจัดทำรายงาน 
ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในแต่ละด้านประกอบด้วย  

- ด้านเศรษฐกิจ เน้นการปรับปรุงและควบคุมเศรษฐกิจมหาภาคให้มีความเข้มแข็ง พร้อมทั้งผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่าร้อยละ
6.5 รายรับเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 2,750 ดอลลาร์สหรัฐ และผลักดันให้ภาคกสิกรรมขยายตัวร้อยละ 2.6 ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 8 
และภาคการบริการขยายตัวร้อยละ 6.8 ด้านการระดมทุนเพื่อการพัฒนาผลักดันให้มีการระดมทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 26 ของ GDP 
โดยให้มีการดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนภายในประเทศและต่างประเทศไม่ให้ต่ำกว่า 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านรายรับงบประมาณของรัฐ
กำหนดให้มีรายรับจำนวน 3.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำหนดให้มีรายจ่ายไม่เกินจำนวน 3.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อยังคง
ต้องควบคุมให้ต่ำกว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ ด้านอัตราแลกเปลี่ยนสะพัดต้องควบคุมไม่ให้เกินร้อยละ 5 (ส่วนต่างระหว่างธนาคารและ
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้เกินร้อยละ 2) ด้านเงินในคลังสำรองต้องควบคุมให้มีเงินเพียงพอต่อการชำระการนำเข้าได้มากกว่า 3 เดือน 
และการควบคุมปริมาณเงินสะพัด (M2) ให้เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของ GDP  

- การแก้ไขและฟื้นฟูหลังภัยพิบัติทางธรรมชาติและการดำเนินชีวิต รัฐบาล สปป. ลาว จะสนับสนุนปัจจัยที่เอื้อต่อการการผลิต อาทิ พันธุ์สัตว์
และพืช ความรู้ด้านเทคนิค เครื่องจักรในการผลิต และอื่นๆ รวมทั้งการกำหนดนโยบายสินเชื่อและดอกเบี้ย ภาษีที่ดิน ค่าไฟฟ้า น้ำปะปา 
และค่าน้ำชลประทานให้อยู่ในระบบแบ่งชำระ เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้แก่ชาวเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ 

- ด้านวัฒนธรรมและสังคม เน้นปรับปรุงคุณภาพการศึกษา สาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการสังคมให้ครอบคลุมและมีคุณภาพสูงขึ้น อาทิ 
อัตราการเข้าเรียนของเด็กอายุ 5 ปี ต้องดำเนินการให้ได้ร้อยละ 79 ระดับประถมศึกษาร้อยละ 84 มัธยมศึกษาตอนต้นร้อยละ 84 
และมัธยมศึกษาตอนปลายร้อยละ 56 ทั้งนี้ การพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน จะต้องดำเนินการขจัดความยากจนให้ได้ 4,833 ครอบครัว 
220 บ้าน 2 เมือง จัดสรรภูมิลำเนาและที่ทำกินให้ได้ 163 บ้าน 

ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจการค้า ฉบับวันที่ 10 ตุลาคม 2561 
เข้าถึงได้จาก https://laoedaily.com.la/36994/
29 ตุลาคม 2561

Back to the list

More Related

  • นายสุลิยน พิลาวง หัวหน้ากรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว   คาดว่า ปี 2561 สปป. ลาว มีมูลค่าการนำเข้าและส่งออก 10,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 105 ของแผนงานประจำปี 2561 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 เมื่อเทียบกับปี 2560 โดยการส่งออกมีมูลค่า 5,115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 ทั้งนี้ มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้า แร่ทอง ทองแดง ชิ้นส่วนกล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม ยางพาราและอื่นๆ และมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 87          ของการส่งออกทั้งหมด และการนำเข้ามีมูลค่า 5,424 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 ทั้งนี้ มีสินค้านำเข้า     ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ยานพาหนะและชิ้นส่วนอะไหล่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ก่อสร้าง และมีตลาดนำเข้าสำคัญ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 88 ของการนำเข้าทั้งหมด โดย สปป. ลาว ยังขาดดุลการค้าประมาณ 310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2562 ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างองค์การปกครองแขวงอุดมไซกับบริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ห้องว่าการปกครองแขวงอุดมไช โดยมีนายคำพัน เผยยะวง ผู้แทนองค์การปกครองแขวงอุดมไช และนายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว  
  • เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2562 กระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาว ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ล้านช้าง มหาชน บริษัท หลักทรัพย์ ทคตล - กท จำกัด และบริษัท หลักทรัพย์ ลาว - จีน จำกัด ได้จัดพิธีเปิดการซื้อ – ขายพันธบัตรรัฐบาล อย่างเป็นทางการ (First trading day) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาตลาดทุน สปป. ลาว ให้มีความหลากหลาย และอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนทั่วไป บุคคล นิติบุคคลทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ สามารถแลกเปลี่ยนซื้อ – ขายพันธบัตรผ่านตลาดหลักทรัพย์ลาว โดยมีนางสำเพา เลาสี รองหัวหน้าห้องการกระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว และนางสายสะหมอน จันทะจัก หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองหลักทรัพย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีดังกล่าว
  • ในปี 2560 จีนมีมูลค่านำเข้าสินค้าจากทั่วโลก 1.841 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่าการนำเข้าของจีนร้อยละ 55.9 มาจากประเทศในทวีปเอเชีย ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สิทธิพิเศษด้านการค้ากับจีน ได้สร้างรายรับให้ สปป. ลาว กว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • นายสมมาด พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่ง สปป. ลาว รายงานต่อที่ประชุมสภาแห่งชาติเกี่ยวกับร่างกฎหมายว่าด้วยที่ดิน ฉบับปรับปรุงว่า เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยที่ดินฉบับปัจจุบัน   (ปี 2546) ถูกประกาศใช้มาเป็นเวลา 15 ปี และมีเนื้อหาบางส่วนยังมีช่องว่าง ไม่ครอบคลุม และไม่ชัดเจน เป็นเหตุให้การปฏิบัติตามกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่เป็นเอกภาพ จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยที่ดิน ฉบับปี 2546 ให้มีเนื้อหาที่ละเอียด ชัดเจน และสอดคล้องกับสภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจ - สังคม และมติของคณะบริหารงานศูนย์กลางพรรคว่าด้วยการความคุ้มครองและพัฒนาที่ดิน
  • เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 ได้มีการจัดพิธีลงนามสัญญาสัมปทานโครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำพูน โดยนายคำเลียน พนเสนา รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุนแห่ง สปป. ลาว และนายบุนอู้ม สีวันเพ็ง ประธานสภาบริหารบริษัท น้ำพูนพาวเวอร์ จำกัด เป็นผู้ลงนาม

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ