ธนาคารโลก คาดเศรษฐกิจลาวเติบโตต่ำกว่าร้อยละ 7
ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า GDP ของ สปป. ลาว ในปีนี้จะเติบโตในอัตราร้อยละ 6.6 และอัตราร้อยละ 6.9 ในปีหน้า ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์
ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาที่ระบุว่า GDP ของ สปป. ลาว ในปีนี้ จะเติบโตในอัตราร้อยละ 6.8 และอัตราร้อยละ 7 ในปีหน้า 

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา ธนาคารโลก ได้ออกรายงานการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ระบุภาพรวมของ
การขยายตัวทางเศรษฐกิจในหลายเดือนที่ผ่านมา อาทิ ความตึงเครียดทางการค้า อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกา 
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นและความผันผวนของตลาดการเงินในหลายประเทศที่เป็นตลาดใหม่ ขณะเดียวกันอัตราเงินเฟ้อก็มีแนวโน้ม
เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลกระทบต่อความไม่แน่นอนของแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ 

นางวิคตอเรีย คัวคัว รองประธานธนาคารโลก ดูแลภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่า การเติบโตของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
เป็นกุญแจสำคัญในการขจัดความยากจนและความบอบบางของเศรษฐกิจในภูมิภาค รวมไปถึงการปกป้องทางการค้าและความผันผวน
ในตลาดการเงิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสการเติบโตในระยะกลางได้ โดยเฉพาะผลกระทบต่อประชาชนที่ยากจน ดังนั้น การกำหนด
นโยบายด้านเศรษฐกิจของแต่ละประเทศจึงมีความสำคัญและจะต้องเป็นไปเพื่อเตรียมความพร้อมและป้องกันสิ่งท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวช้ากว่าปีที่ผ่านมาในอัตราร้อยละ 6.5 หากไม่นับรวมการเติบโตของเศรษฐกิจจีนแล้ว 
การเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก จะยังคงขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 5.3 ในปี 2561 - 2563 โดยมีความต้องการ
ภายในประเทศเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญ ด้านการเติบโตของเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตอยู่ในอัตราร้อยละ 6.6 
และในปี 2562 - 2563 จะเติบโตในอัตราร้อยละ 6.9 

นายซูเดย์ เชดติ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสผู้รับผิดชอบภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของธนาคารโลก ระบุว่า การเชื่อมโยงในภูมิภาค
และระหว่างประเทศต่างๆ จะเพิ่มความบอบบางต่อสภาพเศรษฐกิจจากปัจจัยภายนอก เนื่องจากความเสี่ยงที่เป็นต้นเหตุให้เกิดการกีดกัน
ทางการค้าที่สูงขึ้น อาทิ การเพิ่มมาตรการกีดกันทางการค้าที่สูงขึ้น ความผันผวนของตลาดการเงินที่เพิ่มขึ้น รวมกับความบอบบางด้าน
งบประมาณและด้านการเงินภายในประเทศแล้ว อันจะส่งผลให้ประเทศที่กำลังพัฒนาในภูมิภาคนี้ได้รับผลกระทบ จึงจำเป็นต้องดำเนิน
นโยบายระดับมหาภาคและระดับโครงสร้างด้วยความระมัดระวัง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงภายนอกประเทศ
และเพิ่มอัตราการเติบโตให้เต็มความสามารถ 

ขณะที่ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดการณ์ GDP ของ สปป. ลาว ในปีนี้จะเติบโตในระดับปานกลางในอัตราร้อยละ 6.6 ในปีนี้ และ
อัตราร้อยละ 6.9 ในปีหน้า ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาที่ระบุว่า การเติบโตของเศรษฐกิจ สปป. ลาว ในปีนี้จะเติบโต
ในอัตราร้อยละ 6.8 และอัตราร้อยละ 7 ในปีหน้า ด้านอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 จากการคาดการณ์ในเบื้องต้นขึ้นมาอยู่ที่
ร้อยละ 2.5 ในปี 2561 และร้อยละ 3.1 ในปี 2562 

ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจการค้า, ฉบับวันที่ 5 ตุลาคม 2561 
เข้าถึงได้จาก http://laosupdate.com/10057/
16 ตุลาคม 2561

Back to the list

More Related

  • นายสุลิยน พิลาวง หัวหน้ากรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว   คาดว่า ปี 2561 สปป. ลาว มีมูลค่าการนำเข้าและส่งออก 10,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 105 ของแผนงานประจำปี 2561 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 เมื่อเทียบกับปี 2560 โดยการส่งออกมีมูลค่า 5,115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 ทั้งนี้ มีสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้า แร่ทอง ทองแดง ชิ้นส่วนกล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม ยางพาราและอื่นๆ และมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 87          ของการส่งออกทั้งหมด และการนำเข้ามีมูลค่า 5,424 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 ทั้งนี้ มีสินค้านำเข้า     ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ยานพาหนะและชิ้นส่วนอะไหล่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ก่อสร้าง และมีตลาดนำเข้าสำคัญ ไทย จีน และเวียดนาม คิดเป็นร้อยละ 88 ของการนำเข้าทั้งหมด โดย สปป. ลาว ยังขาดดุลการค้าประมาณ 310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2562 ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างองค์การปกครองแขวงอุดมไซกับบริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ห้องว่าการปกครองแขวงอุดมไช โดยมีนายคำพัน เผยยะวง ผู้แทนองค์การปกครองแขวงอุดมไช และนายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว  
  • เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2562 กระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว ในฐานะผู้แทนรัฐบาล สปป. ลาว ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ล้านช้าง มหาชน บริษัท หลักทรัพย์ ทคตล - กท จำกัด และบริษัท หลักทรัพย์ ลาว - จีน จำกัด ได้จัดพิธีเปิดการซื้อ – ขายพันธบัตรรัฐบาล อย่างเป็นทางการ (First trading day) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาตลาดทุน สปป. ลาว ให้มีความหลากหลาย และอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนทั่วไป บุคคล นิติบุคคลทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ สามารถแลกเปลี่ยนซื้อ – ขายพันธบัตรผ่านตลาดหลักทรัพย์ลาว โดยมีนางสำเพา เลาสี รองหัวหน้าห้องการกระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว และนางสายสะหมอน จันทะจัก หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองหลักทรัพย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีดังกล่าว
  • ในปี 2560 จีนมีมูลค่านำเข้าสินค้าจากทั่วโลก 1.841 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่าการนำเข้าของจีนร้อยละ 55.9 มาจากประเทศในทวีปเอเชีย ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สิทธิพิเศษด้านการค้ากับจีน ได้สร้างรายรับให้ สปป. ลาว กว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • นายสมมาด พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่ง สปป. ลาว รายงานต่อที่ประชุมสภาแห่งชาติเกี่ยวกับร่างกฎหมายว่าด้วยที่ดิน ฉบับปรับปรุงว่า เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยที่ดินฉบับปัจจุบัน   (ปี 2546) ถูกประกาศใช้มาเป็นเวลา 15 ปี และมีเนื้อหาบางส่วนยังมีช่องว่าง ไม่ครอบคลุม และไม่ชัดเจน เป็นเหตุให้การปฏิบัติตามกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่เป็นเอกภาพ จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยที่ดิน ฉบับปี 2546 ให้มีเนื้อหาที่ละเอียด ชัดเจน และสอดคล้องกับสภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจ - สังคม และมติของคณะบริหารงานศูนย์กลางพรรคว่าด้วยการความคุ้มครองและพัฒนาที่ดิน
  • เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 ได้มีการจัดพิธีลงนามสัญญาสัมปทานโครงการเขื่อนไฟฟ้าน้ำพูน โดยนายคำเลียน พนเสนา รองรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุนแห่ง สปป. ลาว และนายบุนอู้ม สีวันเพ็ง ประธานสภาบริหารบริษัท น้ำพูนพาวเวอร์ จำกัด เป็นผู้ลงนาม

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ