ADB ประเมินเศรษฐกิจ สปป. ลาวจะขยายตัวในระดับร้อยละ 6.8
ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดการณ์ว่า การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สปป. ลาว จะขยายตัวร้อยละ 6.8 ในปีนี้ก่อนจะปรับเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 7 ในปีหน้า สำหรับส่วนผลักดันสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจ สปป. ลาว ขยายตัวอย่างต่อเนื่องคือ การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่อาทิ เขื่อนไฟฟ้า และแขนงการบริการ ในขณะเดียวกันอัตราเงินเฟ้อของ สปป. ลาว ยังคงมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นด้วย 


นายยาชุชิ เนกิชิ ผู้แทน ADB ประจำสปป. ลาว กล่าวว่า ถึงแม้ว่ารัฐบาล สปป. ลาว ออกนโยบายด้านเศรษฐกิจที่เข้มงวดมากขึ้นแต่เศรษฐกิจของสปป. ลาว ก็ยังคงโตอยู่ในระดับคงที่ เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนในโครงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อการส่งออกที่เพิ่มมากขึ้น และการขยายตัวของแขนงการบริการต่างๆ


ในรายงานของนายลัดตะนะไต หลวงลาดบันดิด ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารรัฐ ประจำ ADB สปป. ลาว รายงานว่า การขยายตัวของแขนงอุตสาหกรรมที่ลดลงมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบันยังมีการขยายตัวที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เศรษฐกิจของ สปป. ลาว ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวที่สูงขึ้นเล็กน้อยในแขนงการบริการ และการลงทุนในโครงการพลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะเขื่อนไฟฟ้าไซยะบุรีที่มีกำลังการผลิตถึง 1,300 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและจะเริ่มผลิตไฟฟ้าเพื่อการส่งออกได้ในปี 2561 นั้นจะช่วยให้แขนงอุตสาหกรรมมีอัตราเติบโตเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันแขนงกสิกรรมจะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 3 และคาดการณ์ว่าการขยายตัวของแขนงการบริการจะมีความเข็มแข็งเพิ่มขึ้น เนื่องจากการคาดการณ์จำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวจะเพิ่มมากขึ้นจากการดำเนินนโยบาย Visit Laos Year ของรัฐบาล สปป. ลาว 


แต่อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อของ สปป. ลาว ยังคงมีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นในระดับร้อยละ 2.0 – 2.5 การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.9 ของ GDP ในปีนี้อันเป็นผลจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น รวมไปถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้น และการนำเข้าเครื่องจักรกลเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานซึ่งทำให้รัฐมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการส่งออกของ สปป. ลาว ยังอยู่ในระดับปานกลาง และคาดว่าเมี่อโครงการพลังงานไฟฟ้าสามารถดำเนินการผลิตและส่งออกไฟฟ้าได้จะทำให้การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงประมาณร้อยละ 13.7 ของGDP ทั้งนี้ สปป. ลาว ยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยอื่นต่อการคาดคะเนเศรษฐกิจของ สปป. ลาว อาทิ การไม่มีเสถียรภาพในตลาดการเงินโลก สภาวะการค้าการลงทุนที่ลดลงใน สปป. ลาวหากความพยายามของรัฐบาลในการกำกับดูแลภาพรวมของการเงินไม่ประสบผลสำเร็จตามที่คาดการณ์ไว้จะส่งผลให้เกิดความยุ่งยากโดยเฉพาะในการชำระหนี้ของ สปป. ลาว 


สิ่งที่ยังคงเป็นความท้าทายในการพัฒนาของ สปป. ลาว คือความไม่สอดคล้องกันระหว่างคุณภาพการศึกษาและฝีมือแรงงานตลอดถึงการเลือกศึกษาต่อในแขนงที่มีความนิยมสูง แต่ไม่มีตลาดแรงงานรองรับ 


ที่มา: หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจการค้า วันที่ 13 เมษายน 2561
25 เมษายน 2561

Back to the list

More Related

  • Government law enforcement officers ordered the closure of the shops and confiscated almost 400 items during surprise raids at Golden Triangle Special Economic Zone in Tonpheung district, Bokeo province on July 27. The illegal items, consisting of bracelets, necklaces, horns, teeth, pendants and bangles, many from endangered species, were taken for identification and the Chinese shop owners were ordered to no longer sell illegal wildlife items or reproductions of wildlife parts.
  • เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 นายบุนเทียน แก้วสีพา หัวหน้ากรมการค้าภายใน กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงสำรวจและติดตามผลการดำเนินการติดฉลากภาษาลาวบนสินค้านำเข้า ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งเลขที่ 2501/อค.คพน ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2558 และจะนำผลการดำเนินการดังกล่าวไปปรับปรุงเนื้อหาของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค สปป. ลาว การสำรวจครั้งนี้มี 3 บริษัทที่ได้รับการตรวจสอบ ได้แก่ บริษัท สีเพ็ดดา การค้าขาเข้า – ขาออก จำกัด บริษัท อาพีแอล จำกัด (เดิมชื่อ บริษัทริมปิง ลาว จำกัด) และบริษัท ขวัญใจ การค้าขาเข้า – ขาออก จำกัด
  • เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 สปป. ลาว ได้จัดการประชุมสื่อมวลชนภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง (Mekong - Lancang Cooperation Media Summit) และได้จัดการสัมมนาเกี่ยวกับการยกระดับการบริโภคและการพัฒนาการท่องเที่ยวของ สปป. ลาว
  • ห้องการส่งเสริมและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ สปป. ลาว ได้จัดการประชุมเพื่อเผยแพร่ดำรัสว่าด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษ ฉบับปรับปรุง เลขที่ 188/ลบ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยมีนายคำเลียน พนเสนา รองรัฐมนตรี กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว เป็นประธาน และนายจำปา คำสุกใส หัวหน้าห้องการส่งเสริมและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ สปป. ลาว พร้อมด้วยประธานและรองประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผู้แทนผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานประชุมดังกล่าว
  • นายสมหวัง สมจินดา หัวหน้าด่านภาษีสากลสะพานมิตรภาพลาว – ไทย แห่งที่ 3 (คำม่วน – นครพนม) ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สามารถจัดเก็บรายรับได้ 127 พันล้านกีบ (15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 46.84 ของแผนการ โดยมีรายรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.74 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งรายรับส่วนใหญ่ ได้มาจากการนำเข้าสินค้าแล้วส่งออกต่อไปยังประเทศที่สาม อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง ร้อยละ 20 ค่าธรรมเนียมรถเข้า – ออกด่าน ร้อยละ 17 เครื่องวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ รวมร้อยละ 5.4 อย่างไรก็ตาม มีบางกลุ่มสินค้าที่ได้ยุติการนำเข้า อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากไม่มีคลังน้ำมันเป็นของตนเอง และมีบางบริษัทที่หันไปนำเข้าผ่านช่องทางอื่น และสินค้าบางประเภทปรับลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ 0 ตามอัตราภาษีอาเซียน
  •   โครงการปรับปรุงและซ่อมแซมเส้นทางหลวงแห่งชาติหมายเลข 13 เหนือ มีระยะทางยาวทั้งสิ้น 58 กิโลเมตร และคาดว่าจะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 128 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะเริ่มการปรับปรุงและซ่อมแซมเส้นทางดังกล่าวในเดือนมกราคม 2562 และมีกำหนดเวลา 3 ปี จากนั้นผู้รับเหมาจะเป็นผู้บำรุงรักษาเส้นทางดังกล่าวเป็นเวลา 7 ปี อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวได้ว่าจ้างรัฐวิสาหกิจวิศวกรรมคมนาคมเพื่อดำเนินการสำรวจและออกแบบตั้งแต่ปี 2558 โดยการสนับสนุนที่ปรึกษาจากธนาคารโลกและหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ