Laos becomes Vietnam’s top outbound investment destination
Laos has become the top destination for outbound investment from Vietnam as a result of the enhanced special solidarity and comprehensive cooperation between the two countries. 


Director General of Laos’ Ministry of Planning and Investment’s Investment Promotion Department, Mr. Manothong Vongsay, that investment from Vietnam in Laos had recently diversified into more sectors. 


Previously, Vietnamese entrepreneurs would pump their investment capital into the resource sector, such as mining, hydropower and agriculture, as well as construction. Hoang Anh Gia Lai (HAGL) has invested in rubber tree and oil palm plantations in Laos but many of its projects have been sold to other businesses. 


Other large-scale projects undertaken by Vietnamese firms are the Xekaman1 and Xekaman3 hydro plants, power transmission lines from Xekaman to Vietnam, and a US$522 million potassium chloride salt project. 


As of March last year, Vietnamese businesses had invested in 270 projects with the value of investment amounting to over US$5.12 billion. However, an official in charge at the Lao Ministry of Planning and Investment told the total value of Vietnamese investment in Laos stood at US$3.7 billion. The official assumed that the rest was also destined for investment in Laos. 


The majority of Vietnamese investment has gone into agro-forestry-fishery, telecommunications, mining, and healthcare services. Vietnam is the third largest foreign investor in Laos after China and Thailand. Economists say the close proximity of Laos is one of the main reasons for Vietnamese investors wanting to do business here. Vietnamese investment has contributed to the growth of the Lao economy and has been generating job opportunities in the country in recent decades. 


ที่มา: หนังสือพิมพ์ Vientiane times, ฉบับวันที่ 01 เมษายน 2561
25 เมษายน 2561

Back to the list

More Related

  • ผู้ประสานงานโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพลาว - ไทย แห่งที่ 5 (บอลิคำไซ - บึงกาฬ) กระทรวงโยธาธิการและขนส่งแห่ง สปป. ลาว กล่าวว่า สปป. ลาว และไทยได้ตกลงนำเอารูปแคนมาเป็นสัญลักษณ์ของสะพาน ในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้จะใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งหมด 3,930 ล้านบาท โดยจะแบ่งออกเป็นสองส่วนประกอบด้วยฝั่งไทย จะสร้างทางเชื่อมต่อมูลค่า 1,340 ล้านบาท อาคารที่ทำการด่าน 610 ล้านบาท ก่อสร้างสะพาน 680 ล้านบาท รวมทั้งหมด 2,630 ล้านบาท ฝั่ง สปป. ลาว จะสร้างทางเชื่อมต่อ มูลค่า 370 ล้านบาท อาคารที่ทำการด่าน 440 ล้านบาท ก่อสร้างสะพาน 490 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 1,300 ล้านบาท และคาดว่าในอีก 8 เดือนข้างหน้าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ (เดือนมีนาคม 2562)
  • เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา มีพิธีลงนามสัญญาโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจใหม่สีพันดอน เมืองโขง แขวงจำปาสัก โดยนายสุพัน แก้วมีไช รัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุนแห่ง สปป. ลาว นายเส็ง กว่าง ฟาย ประธานบริษัท ลาวมหานที สีพันดอน (ฮ่องกง) อินเวสเมนท์ จำกัด และนายลาตี สีสุพันนะวง ประธานบริษัท แอลทีวี ก่อสร้างสะพาน ถนน และชลประทาน จำกัด โดยมีนายสอนชัย สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีแห่ง สปป. ลาว ตลอดจนแขกที่เข้าร่วมพิธีได้ร่วมเป็นสักขีพยาน    
  • โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวและรัฐบาลจีน โดยรัฐบาล สปป. ลาว ได้ถือหุ้นในโครงการฯ ร้อยละ 30  และรัฐบาลจีนถือหุ้นร้อยละ 70 โครงการดังกล่าวจะดำเนินการก่อสร้างทางรถในแขวงบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา แขวงอุดมไซย แขวงหลวงพระบาง แขวงเวียงจันทน์ และนครหลวงเวียงจันทน์ รวมระยะทางทั้งสิ้น 414,332 กิโลเมตร และมีสถานีรถไฟทั้งหมด32 สถานี โดยทางรถไฟดังกล่าวจะรองรับรถไฟฟ้าความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การลงทุนโครงการดังกล่าวมีมูลค่าทั้งหมด 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน มีความคืบหน้าร้อยละ 33.7 ซึ่งเร็วกว่าแผนที่คาดไว้ร้อยละ 4 และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2021
  • อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ สปป. ลาว จะเติบโตในระดับร้อยละ 6.7 ซึ่งยังคงขยายตัวในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่ขยายตัวช้าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา
  • กระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว ยืนยันจะแก้ไขปัญหาที่ยังเป็นอุปสรรคเพื่อสร้างสภาพคล่องทางการเงิน และรับประกันให้แขนงการเงินของประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้าน โดยเน้นการดำเนินงานที่โปร่งใส และระบบที่ทันสมัย ในขณะเดียวกันจะขยายฐานรายรับใหม่ควบคู่กับการหาแหล่งรายได้เพิ่มเติม
  • สปป.ลาว คาดว่าการผลิตในภาคกสิกรรมจะสามารถสร้างผลผลิตได้ร้อยละ 15.73 ของมูลค่าผลิตภัณฑ์ภายใน หรือ GDP ตลอดปี 2561 และจะขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ