BCEL จับมือธนาคารธนชาติ พัฒนาระบบชำระเงินระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 ได้มีการแถลงข่าวความร่วมมือการใช้มาตรฐาน QR Code สำหรับชำระเงินระหว่างประเทศ ของธนาคารการค้าต่างประเทศ มหาชนลาว (BCEL) และธนาคารธนชาต จำกัด(มหาชน) ของไทย โดยมีนายสอนไซ ซิดพะไซ รองผู้ว่าธนาคารแห่ง สปป.ลาวและนางฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมเป็นประธานในงานแถลงข่าวดังกล่าว


การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางด้านการบริการดิจิตอลร่วมกันระหว่างธนาคารการค้าต่างประเทศ มหาชนลาว และธนาคารธนชาต เป็นการสร้างนวัตกรรมใหม่ด้านบริการของธนาคารในสังคมดิจิตอล อันเป็นผลจากความร่วมมือระหว่าง 2 ธนาคาร ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา สำหรับระบบชำระเงินระหว่างประเทศของ สปป.ลาว ผ่านระบบ QR Codeนั้น ในระยะแรกลูกค้าของ BCEL จะสามารถชำระค่าสินค้าและบริการผ่านระบบ QR Codeได้ทุกร้านค้าในประเทศไทยที่ใช้ระบบพร้อมเพย์ในระยะที่สอง จะพัฒนาให้ลูกค้าที่ใช้พร้อมเพย์ของไทย สามารถชำระสินค้าและบริการใน สปป.ลาว ผ่านร้านค้าที่ใช้ระบบBCEL Onepay 


อย่างไรก็ตาม ระบบชำระเงินดังกล่าว จะเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และจะช่วยผลักดันให้ทั้งสองประเทศก้าวไปสู่สังคมไร้เงินสดร่วมกัน รวมถึงจะช่วยยกระดับการค้าระหว่างสองประเทศให้เกิดความคล่องตัว ปลอดภัย และมีมาตรฐานเดียวกัน 


ที่มา: เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ลาวพัฒนา,วันที่ 27 มีนาคม 2561 
เข้าถึงได้จาก http://www.laophattananews.com/archives/29970
30 มีนาคม 2561

Back to the list

More Related

  • ผู้ประสานงานโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพลาว - ไทย แห่งที่ 5 (บอลิคำไซ - บึงกาฬ) กระทรวงโยธาธิการและขนส่งแห่ง สปป. ลาว กล่าวว่า สปป. ลาว และไทยได้ตกลงนำเอารูปแคนมาเป็นสัญลักษณ์ของสะพาน ในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้จะใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งหมด 3,930 ล้านบาท โดยจะแบ่งออกเป็นสองส่วนประกอบด้วยฝั่งไทย จะสร้างทางเชื่อมต่อมูลค่า 1,340 ล้านบาท อาคารที่ทำการด่าน 610 ล้านบาท ก่อสร้างสะพาน 680 ล้านบาท รวมทั้งหมด 2,630 ล้านบาท ฝั่ง สปป. ลาว จะสร้างทางเชื่อมต่อ มูลค่า 370 ล้านบาท อาคารที่ทำการด่าน 440 ล้านบาท ก่อสร้างสะพาน 490 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 1,300 ล้านบาท และคาดว่าในอีก 8 เดือนข้างหน้าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ (เดือนมีนาคม 2562)
  • เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา มีพิธีลงนามสัญญาโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจใหม่สีพันดอน เมืองโขง แขวงจำปาสัก โดยนายสุพัน แก้วมีไช รัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุนแห่ง สปป. ลาว นายเส็ง กว่าง ฟาย ประธานบริษัท ลาวมหานที สีพันดอน (ฮ่องกง) อินเวสเมนท์ จำกัด และนายลาตี สีสุพันนะวง ประธานบริษัท แอลทีวี ก่อสร้างสะพาน ถนน และชลประทาน จำกัด โดยมีนายสอนชัย สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีแห่ง สปป. ลาว ตลอดจนแขกที่เข้าร่วมพิธีได้ร่วมเป็นสักขีพยาน    
  • โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว - จีน เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวและรัฐบาลจีน โดยรัฐบาล สปป. ลาว ได้ถือหุ้นในโครงการฯ ร้อยละ 30  และรัฐบาลจีนถือหุ้นร้อยละ 70 โครงการดังกล่าวจะดำเนินการก่อสร้างทางรถในแขวงบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา แขวงอุดมไซย แขวงหลวงพระบาง แขวงเวียงจันทน์ และนครหลวงเวียงจันทน์ รวมระยะทางทั้งสิ้น 414,332 กิโลเมตร และมีสถานีรถไฟทั้งหมด32 สถานี โดยทางรถไฟดังกล่าวจะรองรับรถไฟฟ้าความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การลงทุนโครงการดังกล่าวมีมูลค่าทั้งหมด 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน มีความคืบหน้าร้อยละ 33.7 ซึ่งเร็วกว่าแผนที่คาดไว้ร้อยละ 4 และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2021
  • อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ สปป. ลาว จะเติบโตในระดับร้อยละ 6.7 ซึ่งยังคงขยายตัวในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่ขยายตัวช้าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา
  • กระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว ยืนยันจะแก้ไขปัญหาที่ยังเป็นอุปสรรคเพื่อสร้างสภาพคล่องทางการเงิน และรับประกันให้แขนงการเงินของประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้าน โดยเน้นการดำเนินงานที่โปร่งใส และระบบที่ทันสมัย ในขณะเดียวกันจะขยายฐานรายรับใหม่ควบคู่กับการหาแหล่งรายได้เพิ่มเติม
  • สปป.ลาว คาดว่าการผลิตในภาคกสิกรรมจะสามารถสร้างผลผลิตได้ร้อยละ 15.73 ของมูลค่าผลิตภัณฑ์ภายใน หรือ GDP ตลอดปี 2561 และจะขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ