เขตเศรษฐกิจพิเศษของ สปป.ลาว สามารถดึงดูดนักลงทุน กว่า 50 บริษัท
ปัจจุบันเขตเศรษฐกิจพิเศษของ สปป.ลาว สามารถดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนได้ 51 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทการลงทุนจากภายในประเทศ 5 บริษัท การลงทุนจากต่างประเทศ 45 บริษัท และการลงทุนร่วมระหว่างนักลงทุนจากภายในประเทศและต่างประเทศ 1 บริษัท รวมมูลค่าการลงทุนทั้งหมด 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่นักลงทุนลงทุนในด้านการบริการ ร้อยละ 44 ด้านการค้า ร้อยละ 42 และด้านอุตสาหกรรม ร้อยละ 16 


ปีที่ผ่านมา เขตเศรษฐกิจพิเศษของ สปป.ลาว สามารถสร้างรายได้เข้ารัฐกว่า 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับจากค่าสัมปทานที่ดิน ภาษีเงินได้ ภาษีกำไร ภาษีมูลค่าเพิ่ม และอื่นๆ ทั้งนี้ รัฐบาลแห่ง สปป.ลาว ได้สนับสนุนและให้การคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ พร้อมทั้งปรับปรุงร่างดำรัสว่าด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกให้การดำเนินงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงขึ้น


โครงการก่อสร้างเขตพัฒนากวมรวมไชเชษฐา (Saysettha Development Zone) ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์ และบริษัทลงทุนต่างประเทศ มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน มีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 128 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแบ่งการถือหุ้นเป็น สปป.ลาว ร้อยละ 25และจีน ร้อยละ 75ปัจจุบันได้ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ถนนความยาว 18 กิโลเมตร ปรับปรุงหน้าดิน 400 เอเคอร์ ระบบน้ำประปา และวางระบบระบายน้ำ เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารโรงงานระดับมาตรฐานบนเนื้อที่ 5 เอเคอร์ การก่อสร้างอาคารห้องพักพนักงาน ศูนย์บริการลูกค้า และอาคารอื่นๆ เพิ่มเติมอีกบนเนื้อที่ 2 เอเคอร์ และกำลังอยู่ในช่วงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้า 115 กิโลโวลต์สำหรับการก่อสร้างในระยะต่อไป ทางโครงการฯ ได้เชิญนักออกแบบและวางแผนชาวสิงค์โปร์ เข้ามาควบคุมและดำเนินการดังกล่าว 


 
ที่มา: หนังสือพิมพ์ลาวพัฒนา, วันที่ 15 มีนาคม 2561
19 มีนาคม 2561

Back to the list

More Related

  • Government law enforcement officers ordered the closure of the shops and confiscated almost 400 items during surprise raids at Golden Triangle Special Economic Zone in Tonpheung district, Bokeo province on July 27. The illegal items, consisting of bracelets, necklaces, horns, teeth, pendants and bangles, many from endangered species, were taken for identification and the Chinese shop owners were ordered to no longer sell illegal wildlife items or reproductions of wildlife parts.
  • เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 นายบุนเทียน แก้วสีพา หัวหน้ากรมการค้าภายใน กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงสำรวจและติดตามผลการดำเนินการติดฉลากภาษาลาวบนสินค้านำเข้า ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งเลขที่ 2501/อค.คพน ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2558 และจะนำผลการดำเนินการดังกล่าวไปปรับปรุงเนื้อหาของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค สปป. ลาว การสำรวจครั้งนี้มี 3 บริษัทที่ได้รับการตรวจสอบ ได้แก่ บริษัท สีเพ็ดดา การค้าขาเข้า – ขาออก จำกัด บริษัท อาพีแอล จำกัด (เดิมชื่อ บริษัทริมปิง ลาว จำกัด) และบริษัท ขวัญใจ การค้าขาเข้า – ขาออก จำกัด
  • เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 สปป. ลาว ได้จัดการประชุมสื่อมวลชนภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง (Mekong - Lancang Cooperation Media Summit) และได้จัดการสัมมนาเกี่ยวกับการยกระดับการบริโภคและการพัฒนาการท่องเที่ยวของ สปป. ลาว
  • ห้องการส่งเสริมและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ สปป. ลาว ได้จัดการประชุมเพื่อเผยแพร่ดำรัสว่าด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษ ฉบับปรับปรุง เลขที่ 188/ลบ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยมีนายคำเลียน พนเสนา รองรัฐมนตรี กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว เป็นประธาน และนายจำปา คำสุกใส หัวหน้าห้องการส่งเสริมและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ สปป. ลาว พร้อมด้วยประธานและรองประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผู้แทนผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานประชุมดังกล่าว
  • นายสมหวัง สมจินดา หัวหน้าด่านภาษีสากลสะพานมิตรภาพลาว – ไทย แห่งที่ 3 (คำม่วน – นครพนม) ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สามารถจัดเก็บรายรับได้ 127 พันล้านกีบ (15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 46.84 ของแผนการ โดยมีรายรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.74 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งรายรับส่วนใหญ่ ได้มาจากการนำเข้าสินค้าแล้วส่งออกต่อไปยังประเทศที่สาม อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง ร้อยละ 20 ค่าธรรมเนียมรถเข้า – ออกด่าน ร้อยละ 17 เครื่องวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ รวมร้อยละ 5.4 อย่างไรก็ตาม มีบางกลุ่มสินค้าที่ได้ยุติการนำเข้า อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากไม่มีคลังน้ำมันเป็นของตนเอง และมีบางบริษัทที่หันไปนำเข้าผ่านช่องทางอื่น และสินค้าบางประเภทปรับลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ 0 ตามอัตราภาษีอาเซียน
  •   โครงการปรับปรุงและซ่อมแซมเส้นทางหลวงแห่งชาติหมายเลข 13 เหนือ มีระยะทางยาวทั้งสิ้น 58 กิโลเมตร และคาดว่าจะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 128 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะเริ่มการปรับปรุงและซ่อมแซมเส้นทางดังกล่าวในเดือนมกราคม 2562 และมีกำหนดเวลา 3 ปี จากนั้นผู้รับเหมาจะเป็นผู้บำรุงรักษาเส้นทางดังกล่าวเป็นเวลา 7 ปี อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวได้ว่าจ้างรัฐวิสาหกิจวิศวกรรมคมนาคมเพื่อดำเนินการสำรวจและออกแบบตั้งแต่ปี 2558 โดยการสนับสนุนที่ปรึกษาจากธนาคารโลกและหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ