การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมชายแดนลาว – ไทย ครั้งที่ 11
นายสะเหลิมไซ กมมะสิด รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศแห่ง สปป. ลาว ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการร่วมชายแดนลาว – ไทย และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ในฐานะผู้แทนฝ่ายไทย ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการร่วมชายแดนไทย – ลาว ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 17 – 19 มกราคม 2561 ที่กรุงเทพมหานคร วัตถุประสงค์ของการประชุมครั้งนี้คือ (1) เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการร่วมชายแดนลาว - ไทย ครั้งที่ 11 ในปี 2558 (2) เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาหลักเขตแดนที่ตกค้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ที่ประชุมได้รับรองบันทึกผลการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสลาว – ไทย 4 ฉบับ บันทึกผล การประชุมคณะอนุกรรมการเทคนิคร่วมลาว – ไทย 3 ฉบับ และได้รับรองผลการสำรวจการปักหลักเขตแดนทางบกระหว่าง สปป. ลาว และประเทศไทย ของคณะอนุกรรมการเทคนิคร่วมลาว – ไทย ระหว่างวันที่ 21 ธันวาคม 2557 - 31 กรกฎาคม 2560 เช่น การสำรวจและการกำหนดสัญลักษณ์บริเวณแก่งผาได การซ่อมหลักเขตแดนหมายเลข 2 - 05 ที่ได้รับความเสียหาย การจัดทำรายงานชี้แจงผลการกำหนดเส้นเขตแดนทางน้ำบริเวณดอยผาหม่น การกำหนดเส้นเขตแดนบริเวนช่องทางบ้านฮวก – กิ่วหก การเก็บข้อมูลและการร่างแผนผังหลักเขตแดนที่ 33 - 34 การดำเนินการสำรวจ 3 หมู่บ้านในพื้นที่รับผิดชอบของคณะอนุกรรมการเทคนิคร่วมลาว – ไทย ผลการสำรวจการเก็บข้อมูลบริเวณแม่น้ำเหือง การสร้างแผนที่บริเวณห้วยโดนตามมาตราส่วน 1 : 25,000 ผลการดำเนินการสำรวจเพิ่มเติมบริเวณบ้านหนองบัวของคณะอนุกรรมการเทคนิคร่วมลาว – ไทย และการรับรองผลการสำรวจและปรับปรุงระบบ GPS ทางน้ำบริเวณชายแดนลาว – ไทย นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบผลการประชุมดังนี้ 
 1) ผลการจัดทำแผนที่แม่น้ำโขงฉบับใหม่ มาตราส่วน 1 : 25,000 จำนวน 115 หลักเขต
2) ผลการปรับปรุงเส้นชายแดนในแผนที่แม่น้ำโขงฉบับใหม่ มาตราส่วน 1 : 25,000 
 3) ผลการวัดระบบ GPS บริเวณฝั่งแม่น้ำโขง ประเทศไทย จำนวน 167 จุด 

 อย่างไรก็ดี การประชุมครั้งนี้ ฝ่ายลาวและฝ่ายไทยได้ร่วมกันพิจารณาการแก้ไขปัญหาหลักเขตแดนที่ยังตกค้างให้แล้วเสร็จ แผนการดำเนินงานระหว่างปี 2561 – 2562 ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสลงพื้นที่ตรวจสอบ อาทิ บริเวณภูผาหม่น 3 หมู่บ้านในพื้นที่รับผิดชอบของคณะอนุกรรมการเทคนิคร่วมลาว – ไทย และบริเวณต้นกำเนิดแม่น้ำเหือง เพื่อให้การสำรวจและการปักหลักเขตแดนทางบกลาว – ไทย แล้วเสร็จในปี 2563 และการสำรวจปักหลักเขตแดนทางน้ำลาว – ไทย ให้แล้วเสร็จในปี 2564 

 ทั้งนี้ การสำรวจและการปักหลักเขตแดนลาว – ไทยทางบก ได้เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2540 ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถสำรวจและปักหลักเขตแล้วเสร็จ 210 หลักเขต รวมความยาวของเส้นเขตแดนทางบก 676 กิโลเมตร จากความยาวของเส้นเขตแดนทางบกทั้งหมด 735 กิโลเมตร 

ที่มา: เว็ปไซต์หนังสือพิมพ์ประชาชน, เข้าถึงแหล่งข้อมูลได้จากhttp://www.pasaxon.org.la/hotnews/2018/22-01/h8.html
23 มกราคม 2561

Back to the list

More Related

  • Government law enforcement officers ordered the closure of the shops and confiscated almost 400 items during surprise raids at Golden Triangle Special Economic Zone in Tonpheung district, Bokeo province on July 27. The illegal items, consisting of bracelets, necklaces, horns, teeth, pendants and bangles, many from endangered species, were taken for identification and the Chinese shop owners were ordered to no longer sell illegal wildlife items or reproductions of wildlife parts.
  • เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 นายบุนเทียน แก้วสีพา หัวหน้ากรมการค้าภายใน กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่ง สปป. ลาว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงสำรวจและติดตามผลการดำเนินการติดฉลากภาษาลาวบนสินค้านำเข้า ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งเลขที่ 2501/อค.คพน ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2558 และจะนำผลการดำเนินการดังกล่าวไปปรับปรุงเนื้อหาของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค สปป. ลาว การสำรวจครั้งนี้มี 3 บริษัทที่ได้รับการตรวจสอบ ได้แก่ บริษัท สีเพ็ดดา การค้าขาเข้า – ขาออก จำกัด บริษัท อาพีแอล จำกัด (เดิมชื่อ บริษัทริมปิง ลาว จำกัด) และบริษัท ขวัญใจ การค้าขาเข้า – ขาออก จำกัด
  • เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2561 สปป. ลาว ได้จัดการประชุมสื่อมวลชนภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง (Mekong - Lancang Cooperation Media Summit) และได้จัดการสัมมนาเกี่ยวกับการยกระดับการบริโภคและการพัฒนาการท่องเที่ยวของ สปป. ลาว
  • ห้องการส่งเสริมและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ สปป. ลาว ได้จัดการประชุมเพื่อเผยแพร่ดำรัสว่าด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษ ฉบับปรับปรุง เลขที่ 188/ลบ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยมีนายคำเลียน พนเสนา รองรัฐมนตรี กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว เป็นประธาน และนายจำปา คำสุกใส หัวหน้าห้องการส่งเสริมและคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ สปป. ลาว พร้อมด้วยประธานและรองประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผู้แทนผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานประชุมดังกล่าว
  • นายสมหวัง สมจินดา หัวหน้าด่านภาษีสากลสะพานมิตรภาพลาว – ไทย แห่งที่ 3 (คำม่วน – นครพนม) ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สามารถจัดเก็บรายรับได้ 127 พันล้านกีบ (15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 46.84 ของแผนการ โดยมีรายรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.74 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งรายรับส่วนใหญ่ ได้มาจากการนำเข้าสินค้าแล้วส่งออกต่อไปยังประเทศที่สาม อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง ร้อยละ 20 ค่าธรรมเนียมรถเข้า – ออกด่าน ร้อยละ 17 เครื่องวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ รวมร้อยละ 5.4 อย่างไรก็ตาม มีบางกลุ่มสินค้าที่ได้ยุติการนำเข้า อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากไม่มีคลังน้ำมันเป็นของตนเอง และมีบางบริษัทที่หันไปนำเข้าผ่านช่องทางอื่น และสินค้าบางประเภทปรับลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ 0 ตามอัตราภาษีอาเซียน
  •   โครงการปรับปรุงและซ่อมแซมเส้นทางหลวงแห่งชาติหมายเลข 13 เหนือ มีระยะทางยาวทั้งสิ้น 58 กิโลเมตร และคาดว่าจะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 128 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะเริ่มการปรับปรุงและซ่อมแซมเส้นทางดังกล่าวในเดือนมกราคม 2562 และมีกำหนดเวลา 3 ปี จากนั้นผู้รับเหมาจะเป็นผู้บำรุงรักษาเส้นทางดังกล่าวเป็นเวลา 7 ปี อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวได้ว่าจ้างรัฐวิสาหกิจวิศวกรรมคมนาคมเพื่อดำเนินการสำรวจและออกแบบตั้งแต่ปี 2558 โดยการสนับสนุนที่ปรึกษาจากธนาคารโลกและหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ