ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมหารือเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 นายบ่อแสงคำ วงดาลา รัฐมนตรีกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว เป็นประธานในการประชุมปรึกษาหารือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว โดยการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและร่วมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว สปป. ลาว ให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือแนวทางการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาอาชญากรรมและปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของ สปป. ลาว อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมสู่ปีแห่งการส่งเสริมการท่องเที่ยวลาว 2561 นี้ด้วย

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของ สปป. ลาว นับว่ามีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปี 2559 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในลาว 4.2 ล้านคน สร้างรายได้ 724 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจของ สปป. ลาว สามารถสร้างรายรับเป็นอันดับที่ 4 รองจากรายรับด้านพลังงาน อุตสาหกรรมอื่นๆ และการผลิตไฟฟ้า ซึ่งรัฐบาลได้คาดการณ์ว่าปี 2561 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในลาวไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน และสร้างรายได้ประมาณ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา: หนังสือพิมพ์ลาวพัฒนา ฉบับวันที่ 27พฤศจิกายน 2560
ที่มารูปภาพ: http://blog.bangkokair.com
29 พฤศจิกายน 2560

Back to the list

More Related

  • นายคำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่แห่ง สปป. ลาว ได้ตอบข้อซักถามของสมาชิกสภาแห่งชาติเกี่ยวกับประเด็นการสร้างเขื่อนไฟฟ้า และการจำหน่ายไฟฟ้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ว่า ปัจจุบัน สปป. ลาว   มีแหล่งผลิตไฟฟ้าจำนวน 61 แห่ง มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 7,207.24 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 37,366.66     กิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี และได้จำหน่ายไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม จีน และเมียนมา<br />
    นายคำมะนีฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ภายหลังการประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยไฟฟ้าปี 2540 และการดำเนินนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศทำให้มีนักธุรกิจเข้ามาลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า (IPP) ซึ่งถือเป็นการริเริ่มการดำเนินธุรกิจไฟฟ้า  ในรูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ต่อมาในปี 2550 สปป. ลาว มีแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 450 เมกะวัตต์ หรือประมาณร้อยละ 40 ของครัวเรือนผู้บริโภคทั่วประเทศ<br />
  • ในปี 2562 ภาคอุตสาหกรรม การบริการ และเกษตรกรรม มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น และจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สปป. ลาว ให้ขยายตัวร้อยละ 6.7 ในขณะที่ปี 2561 ขยายตัวเพียงร้อยละ 6.5
  • นายสมดี ดวงดี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการเงินแห่ง สปป. ลาว ได้รายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมและแผนงบประมาณ – เงินตรา ประจำปี 2561 ในการประชุมสภาแห่งชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 6 ชุดที่ 8 ว่า เศรษฐกิจมหาภาคของ สปป. ลาว ยังมีความมั่นคงและขยายตัว อย่างต่อเนื่อง แต่อยู่ในจังหวะที่ช้าลง เนื่องจากปัจจัยภายในและภายนอก อาทิ ผลกระทบจากต้นทุนการผลิต ที่สูงขึ้น ค่าเงินกีบที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ การเข้มงวดของระบบสินเชื่อธนาคาร รวมไปถึงการเกิด ภัยพิบัติธรรมชาติ และอื่นๆ
  • ธนาคารโลกประเมินความสะดวกในการประกอบธุรกิจใน สปป. ลาว ลดลงจากลำดับ 141 ในปี 2561    มาอยู่ที่ลำดับ 154 ในปี 2562 จากจำนวน 190 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจแห่งชาติลาว ระบุว่า ส่วนสำคัญที่ทำให้ผลการประเมินลดลงคือ การให้บริการและการประสานงานของแต่ละกระทรวงไม่มีเอกภาพ   หากไม่เร่งแก้ไขอาจทำให้นักธุรกิจตัดสินใจไปลงทุนในประเทศอื่นที่มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ดีกว่า
  • ทิศทางเศรษฐกิจของ สปป. ลาว ในปีนี้ เผชิญกับความยุ่งยากหลายด้าน อาทิ เกษตรกรรม ไฟฟ้า เหมืองแร่   ซึ่งขยายตัวลดลง สถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจแห่งชาติจึงได้เสนอแนะให้รัฐบาล สปป. ลาว กำหนดมาตรการเพื่อ      กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อรองรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ได้มีพิธีเซ็นสัญญาเงินกู้ยืมระหว่างรัฐบาลแห่ง สปป. ลาว กับธนาคารโลก สำหรับโครงการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันและการค้าของ สปป. ลาว ในวงเงินกู้ยืมแบบผ่อนผันจำนวน   10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากสมาคมพัฒนาสากลภายใต้การดูแลของธนาคารโลก และมอบเงินทุนช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากผู้ให้ทุนอื่นจำนวน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ