อุตสาหกรรมอัญมณีของอิสราเอล
เป็นที่ทราบกันดีว่า อิสราเอลเป็นหนึ่งในผู้นำการค้าเพชรของโลกที่สำคัญ นอกจากเบลเยี่ยม สหรัฐฯ ฮ่องกง และอินเดีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรดิบที่ยังไม่ได้เจียระไนด้วย โดยอิสราเอลนำเข้าเพชรดิบ 1 ใน 3 ของการค้าเพชรดิบของโลก และมากกว่าครึ่งหนึ่งของการค้าเพชรและอัญมณีของโลกต้องมาจากอิสราเอล การค้าเพชรและอัญมณีจึงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของอิสราเอล

อุตสาหกรรมเพชร

อุตสาหกรรมเพชรของอิสราเอลเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง และพัฒนาจนสามารถส่งเป็นสินค้าออกไปทั่วโลก และสร้างมูลค่าทางการค้าให้อิสราเอลได้ปีละกว่า 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การค้าเพชรของโลกกว่าร้อยละ 80 อยู่ในมือของผู้ค้าอิสราเอล ได้มีการตั้งตลาดกลางค้าเพชร (The Israel Diamond Exchange – IDE) ณ เมือง Ramat Gan เขตเทลอาวีฟ เป็นศูนย์กลางการค้า การประมูล และการแลกเปลี่ยนเพชรที่สำคัญของโลก

อิสราเอลมีชื่อเสียงด้านการเจียระไนเพชรมานาน แม้จะไม่มีวัตถุดิบแต่ได้อาศัยความมีฝีมือในการตัด ขัด เจียระไน และขึ้นเรือนที่มีมาแต่ดั้งเดิม ผสมกับนวัตกรรมของเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้อิสราเอลมีความชำนาญในการเจียระไนเพชร ตั้งแต่เม็ดเล็กถึงเม็ดใหญ่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เพชรเม็ดกลม หยดน้ำ princess cut และ emerald cut เป็นต้น

เทคโนโลยีที่ใช้ในอุตสาหกรรมการตัดและเจียระไนเพชรในอิสราเอล เป็นการใช้เครื่องมือและซอร์ฟแวร์ที่เรียกว่า Sarin Technology ที่ประเมินว่าจะตัดเพชรดิบอย่างไรให้ดีที่สุด (Mapping) โดยปราศจากตำหนิหรือมีตำหนิน้อยที่สุด อีกทั้งยังสามารถคัดเกรดและสีของเพชร วัดและเจียระไนเพชร พิมพ์ชื่อหรือข้อความบนเพชร โดยอิสราเอลได้คิดค้นเทคโนโลยีดังกล่าวตั้งแต่เมื่อปี 2531 และได้ใช้กันแพร่หลายทั้งผู้ค้าในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากให้ผลวิเคราะห์ได้รวดเร็วและถูกต้อง เทคโนโลยีดังกล่าวใช้วิเคราะห์เพชรแบบ 3D เน้นความละเอียดในทุกแง่มุมของเพชร

สถาบันหลักในอุตสาหกรรมเพชรของอิสราเอล คือ The Israel Diamond Institute (IDI) เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเพชรของอิสราเอลในด้านต่าง ๆ เช่น การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรม ส่งเสริมการตลาด การฝึกอบรมวิชาชีพ การจัดทำวารสารเว็บไซต์ โดยการดำเนินงานของ IDI จะมีคณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วยผู้แทนจากสมาคมผู้เจียระไนเพชรแห่งอิสราเอล (IsDMA) IDE สหภาพแรงงาน และธนาคารที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง IDI มีรัฐบาลถือหุ้นร้อยละ 25 และช่างเจียระไนเพชรอีกร้อยละ 75  มีบริษัทในเครือ อาทิ Technology Institute, the Harry Oppenheimer Diamond Museum, Gemological Lab และสำนักงาน IDI สาขานิวยอร์กและฮ่องกง

ทั้งนี้ รัฐบาลอิสราเอลยังคงมีบทบาทในอุตสาหกรรมเพชร ผ่านการควบคุมภายในจากกระทรวงเศรษฐกิจ ซึ่งกำกับดูแลการนำเข้าและการส่งออกเพชรในอิสราเอล ถึงแม้จะไม่มีการเก็บภาษีนำเข้า-ส่งออก
(รายละเอียดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเพชรของอิสราเอล สืบค้นได้จาก
เว็บไซต์ http://en.israelidiamond.co.il/news.aspx?boneid=377)

อุตสาหกรรมอัญมณีอื่น

อิสราเอลยังมีการค้าพลอยเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญรองจากเพชร โดยเน้นการนำเข้าพลอยดิบหรือที่ยังไม่เจียระไนมาเจียที่อิสราเอลและจำหน่ายให้กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนั้นก็ยังมีตลาดกลางของพลอย (The Israel Precious Stones & Diamond Exchange - IPDSE) ตั้งอยู่ที่เดียวกับตลาดกลางค้าเพชรด้วย

การเข้าสู่ตลาดอัญมณีของอิสราเอล

การจะเป็นผู้ซื้อขายเพชรและพลอยในตลาดอิสราเอลนั้น จะต้องเป็นสมาชิกของ IDE ซึ่งมีเงื่อนไขว่า ผู้สมัครจะต้องอยู่ในวงการธุรกิจค้าเพชรประมาณ 5 -10 ปี และจะต้องมีสมาชิกเดิมเป็นผู้รับรองจึงจะสมัครได้ ส่วนผู้ที่จะค้าพลอยจะต้องสมัครเป็นสมาชิกของ IPDSE โดยต้องประกอบการค้าพลอยมาแล้วประมาณ 3 – 5 ปี และต้องมีสมาชิกของ IPDSE รับรองใบสมัครเช่นกัน นักธุรกิจต่างชาติสามารถขอจดทะเบียนเป็นบริษัทต่างชาติในอิสราเอลเพื่อขอรับใบอนุญาตซื้อขายเพชรและพลอยในอิสราเอลได้

หลังจากที่เป็นสมาชิกของ IDE และ IPDSE แล้ว ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อการค้าเพชรและอัญมณีทุกประเภท จะต้องขอจดทะเบียนต่อ Office of Diamond Controller เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบการตามกฎหมายเกี่ยวกับการค้าเพชร (Diamond Law 1979) ซึ่งใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี และต้องต่ออายุทุกปี ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจะต้องแจ้งหมายเลขภาษีต่อสำนักงาน Diamond Controller เมื่อมีการนำเข้าและส่งออกสินค้า โดย Diamond Controller จะตรวจปล่อยสินค้าตามเอกสารที่ผู้ค้าได้แจ้งไว้ ผู้ประกอบการของอิสราเอลส่วนใหญ่จะเป็นทั้งโรงงานผลิต ผู้ค้า ผู้ส่งออก ผู้นำเข้าในบริษัทเดียวกัน บางรายจะมีร้านขายปลีกในอิสราเอล และร้านขายปลีกในต่างประเทศด้วย

กฎระเบียบทางการค้า

ผู้ที่ต้องการประกอบธุรกิจจะต้องจดทะเบียนกับกระทรวงเศรษฐกิจและสำนักงาน Diamond Controller ในการส่งออกและนำเข้าเพชรและอัญมณี นอกจากนี้ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกจะต้องได้รับอนุญาตจาก Customs Authority รับรองว่าเป็นผู้นำเข้าและผู้ส่งออก และมีการจดทะเบียนธุรกิจอย่างถูกต้อง

การส่งออก

การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับออกจากอิสราเอล ได้รับยกเว้นภาษีส่งออกและภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ส่งออกจะต้องให้ข้อมูลรายละเอียดสินค้า จำนวน และวัตถุดิบที่ใช้ทำเครื่องประดับ เช่น ทอง เงิน เพชร หรือพลอย ต้องระบุปริมาณและจำนวนกะรัต เพื่อตรวจสอบกับจำนวนที่แจ้งและการเก็บสถิติที่ถูกต้อง ทั้งนี้ การส่งออกสามารถดำเนินการได้โดยการบริการส่งสินค้า บรรจุภัณฑ์ของกรมศุลกากรหรือไปรษณีย์อิสราเอล ซึ่งมีพร้อมอยู่ที่ IDE

การค้าระหว่างประเทศของอัญมณีและเครื่องประดับของอิสราเอล

การค้าระหว่างประเทศของอัญมณีและเครื่องประดับของอิสราเอล จะมีการส่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ เพชรดิบ เพชรเจียระไน พลอย และเครื่องประดับ โดยการส่งออกเพชร คิดเป็นประมาณร้อยละ 14-15 ของการส่งออกรวม

ตลาดส่งออกสำคัญของเพชรเจียระไน อันดับ 1 คือ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดหลัก อันดับ 2 คือ ฮ่องกง ตลาดนี้ถือว่าเป็นตลาดสำคัญที่สุดของเอเชีย อันดับ 3 คือ สวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 4 คือ เบลเยี่ยม และอันดับ 5 คือ อินเดีย
(รายละเอียดการค้าระหว่างประเทศสามารถสืบค้นได้จากเว็บไซต์ http://www.cbs.gov.il)

การส่งเสริมการขาย

กระทรวงเศรษฐกิจ โดยสถาบันการส่งออกอิสราเอล รวมทั้ง IDE และ IDI จะส่งเสริมให้ผู้ส่งออกไปเข้าร่วมงานนิทรรศการอัญมณีและเครื่องประดับ จัดแสดงสินค้าในงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ เช่น Mumbai Jewellery & Gems Show, Hong Kong Gems & Jewelry Fair, Hong Kong International Jewelry Show, The JCK Show, Mumbai Jewelry and Gems Fair เป็นต้น เพื่อการขยายตลาด

สำหรับงานแสดงอุตสาหกรรมอัญมณีของอิสราเอล จะมีงาน Jovella ซึ่งจะจัดปีละ 1 ครั้ง ช่วงกลางปี เป็นงานที่จัดขึ้นสำหรับแสดงสินค้าให้สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มีโอกาสชมผลงานการดีไซน์เครื่องประดับและแนวโน้มเครื่องประดับ โดยมีการแสดงเพชร เครื่องประดับเพชรและพลอย เครื่องประดับเงิน และเครื่องประดับแฟชั่น โดยในปี 2559 นี้ งาน Jovella จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 5 ก.ค. 2559 ที่กรุงเทลอาวีฟ
(รายละเอียดในเว็บไซต์ www.jovella.co.il และ http://en.israelidiamond.co.il/english/diamond-and-jewelry-trade-shows)

ช่องทางการจำหน่าย
1. ตลาดกลางค้าเพชรและพลอยที่ Israel Diamond Exchange ณ Ramat Gan ซึ่งห้องค้าเพชรและพลอยจะแยกจากกัน
2. ร้านค้าปลีกทั่วไป จำหน่ายเครื่องประดับเพชรและอัญมณีในร้านของแบรนด์ตนเอง จำหน่ายในศูนย์การค้าหรือโรงแรมชั้นนำ
3. การจำหน่ายออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ของสมาคมหรือบริษัท เป็นช่องทางที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจากเสียค่าใช้จ่ายต่ำ การซื้อขายออนไลน์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในยุคปัจจุบัน    

ราคาขาย
    ราคาเพชรเจียระไนถูกกำหนดโดยหลายปัจจัย อาทิ ความต้องการในตลาด คุณภาพของเพชร ได้แก่ น้ำหนัก ขนาด สี และความสะอาด (4Cs)
(รายละเอียดดัชนีและราคากลางเพชรเจียระไนสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของอุตสาหกรรมเพชรอิสราเอล http://www.israelidiamond.co.il/english/diamon-price-index)

ปัจจุบัน คาดว่าโรงงานเพชรและอัญมณีในอิสราเอลมีประมาณ 150-200 แห่ง มีแรงงานประมาณ 2,000 คน จาก 20,000 คน ในปี 2523 เนื่องจากเศรษฐกิจของโลกมีการเปลี่ยนแปลง อิสราเอลได้มีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่า คือ อินเดีย และจีน สำหรับโรงงานที่ยังดำเนินการอยู่ในอิสราเอลเป็นโรงงานประเภทที่มีขั้นตอนการผลิตซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการผลิต เช่น การใช้เลเซอร์ในการเจียระไน การใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบและเจียระไน เป็นต้น

ธุรกิจค้าเพชรและอัญมณีของอิสราเอลมีบทบาทที่สำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยอิสราเอลเป็นคนกลางในการค้าเพชรและอัญมณีมากกว่าที่จะผลิตเอง การส่งออกเพชรคิดเป็นร้อยละ16 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของอิสราเอล และเพชรดิบที่นำเข้ามาในอิสราเอลร้อยละ 60 มาจาก บริษัท เดอ เบียร์ส อย่างไรก็ตาม การค้าขายเพชรและอัญมณีสำหรับผู้บริโภคในประเทศมีปริมาณไม่มากนัก เนื่องจากธุรกิจส่วนใหญ่เน้นการค้าขายกับต่างประเทศมากกว่า

อุตสาหกรรมอัญมณีในอิสราเอลสามารถประสบความสำเร็จได้ เนื่องจากนโยบายของภาครัฐบาลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมดังกล่าว ดังนั้น หากประเทศไทยมีนโยบายที่จะเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรและอัญมณีของภูมิภาคก็อาจพิจารณาแนวทางการดำเนินการของอิสราเอลเป็นต้นแบบ รวมถึงการแสวงหาลู่ทางขยายความร่วมมือกับอิสราเอลให้เข้มข้นยิ่งขึ้น


ฝ่ายเศรษฐกิจ
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ
2 พฤษภาคม 2559

Back to the list

More Related

  • รมว. คลัง ของ อส. ประกาศว่า อสังหาริมทรัพย์ของ อส. กำลังอยู่ในสภาวะฟองสบู่ที่กำลังจะแตก เนื่องจากมีอพาร์ทเม้นที่ขายไม่ออกถึง 30,000 หน่วย โดยก่อนหน้านี้ Bank of Israel ก็เคยออกมาเตือนถึงสัญญาณดังกล่าวอยู่เป็นระยะว่า ภัยคุกคามต่อเสถียรภาพทางการเงินประการหนึ่ง คือ ตลาดค้าบ้าน และจากรายงานของ IMF ในปี ค.ศ. 2014  พบว่า ราคาบ้านใน อส. สูงกว่ามูลค่าพื้นฐานที่เป็นธรรมราวร้อยละ 25 ซึ่งสุดท้ายจะมีจุดจบใน 2 รูปแบบ  คือ (1) ราคาบ้านจะค่อยๆ ปรับลดลงมาสู่มูลค่าพื้นฐาน ซึ่งจะส่งผลกระทบระยะยาวต่อ ศก. อส. หรือ (2) ฟองสบู่จะแตกออก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ราคาบ้านตกลงมาราวร้อยละ 10 ภายใน 1 ปี แต่ ศก. อส. จะฟื้นตัวภายในระยะเวลาสองปีหลังจากนั้น โดย IMF คาดว่าโอกาสเกิดแบบที่ 2 จะมีเพียง 1 ใน 5 ส่วนเท่านั้นซึ่งสอดคล้องกับ CEO สถาบันอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งซึ่งเห็นว่าไม่น่าจะเกิดสภาวะฟองสบู่แตกเช่นกัน ในอีกด้านหนึ่ง Bank of Israel ได้รายงานถึงความต้องการบ้านถึง 30,000-40,000 หน่วย
  • หรืองาน Thailand Friendly Design Expo 2017 ภายใต้แนวคิด Ageing Society: Access for All จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1 - 4 ธันวาคม 2560 ณ ฮอลล์ 1 - 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี บนพื้นที่กว่า 7,500 ตารางเมตร เป็นงานแสดงสินค้า เทคโนโลยี เฟรนด์ลี่ดีไซน์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เพื่อแสดงนวัตกรรมทางจิตวิญญาณมุ่งสู่ Thailand 4.0
  • ประชาสัมพันธ์งานมหกรรมอารยสถาปัตย์ และนวัตกรรมสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 2
  • เป็นที่ทราบกันดีว่า อิสราเอลเป็นหนึ่งในผู้นำการค้าเพชรของโลกที่สำคัญ นอกจากเบลเยี่ยม สหรัฐฯ ฮ่องกง และอินเดีย และยังเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรดิบที่ยังไม่ได้เจียระไนด้วย โดยอิสราเอลนำเข้าเพชรดิบ 1 ใน 3 ของการค้าเพชรดิบของโลก และมากกว่าครึ่งหนึ่งของการค้าเพชรและอัญมณีของโลกต้องมาจากอิสราเอล การค้าเพชรและอัญมณีจึงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของอิสราเอล
  • รายละเอียดงานแสดงสินค้า/นิทรรศการที่อิสราเอล ปี 2559 - 2560
  • งานแสดงสินค้า BAKE CAKE เป็นงานโชว์ผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ