รู้เท่าทันกฎหมาย TFTEA เตรียมพร้อมส่งออกสู่สหรัฐ ( ตอนที่ 2)
รู้เท่าทันกฎหมาย TFTEA เตรียมพร้อมส่งออกสู่สหรัฐ ( ตอนที่ 2)
         จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015 (TFTEA 2015) ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ ในตอนนี้ เราจะมาทำความเข้าใจกับกระบวนการทางกฏหมายของ TFTEA เพิ่มเติมกัน อย่างไรก็ดี โดยที่หน่วยงานที่รับผิดชอบของสหรัฐฯ คือ U.S. Customs and Border Protection (CBP) ยังอยู่ระหว่างแก้ไขปรับปรุงระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เราจึงสรุปเฉพาะหลักการและขั้นตอนที่สำคัญมาเล่าให้ฟังในเบื้องต้น

         (1) การเริ่มกระบวนการตามกฎหมาย สามารถทำได้หลายวิธี เช่น จากข้อมูลเชิงลึกของหน่วยงานศุลกากรสหรัฐฯเองหรือจากการร้องเรียนของบุคคลภายนอกที่เรียกว่า petition ซึ่งสำหรับกรณีหลัง ผู้ร้องเรียนอาจเป็น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม หรือประชนทั่วไป สำหรับช่องทางการร้องเรียน สามารถร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรโดยตรงหรือผ่านระบบออนไลน์ซึ่งเรียกว่า “e-allegation” ก็ได้

         (2) การสืบสวนข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะไม่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในทุกกรณีที่ได้รับการร้องเรียน แต่จะพิจารณาข้อมูลบนพื้นฐานของความสมเหตุสมผล โดยใช้มาตรฐานที่เรียกว่า “reason to believe” ในกรณีที่ข้อร้องเรียนน่าจะมีมูลความจริง เจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ จะเริ่มเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากทั้งในประเทศสหรัฐฯ เอง และจากประเทศต้นทางโดยผ่านหน่วยงานสหรัฐฯ ที่ประจำอยู่ในประเทศนั้นๆ หรือเครือข่ายผู้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

         (3) การกักยึดสินค้าชั่วคราว บนพื้นฐานของข้อมูลและหลักฐานจากการสืบสวนสอบสวน หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรมีข้อสงสัยที่สมเหตุสมผล “reasonable suspicion” ว่า สินค้าที่นำเข้าสหรัฐฯ อาจถูกผลิตด้วยแรงงานผิดกฎหมาย Commissioner of Customs สามารถออกคำสั่งให้กักสินค้าชั่วคราวที่เรียกว่า “withhold of release order (WRO)” ได้ ซึ่งในกรณีนี้ CBP จะแจ้งให้ผู้นำเข้าทราบและเผยแพร่รายชื่อสินค้าและบริษัททางเว็บไซต์ของ CBP ทั้งนี้ หลังมีคำสั่ง WRO ผู้นำเข้ามีทางเลือกที่จะส่งสินค้าไปยังประเทศที่สาม (re-export) หรือชี้แจงข้อมูลต่อ CBP เพื่อพิสูจน์ว่า สินค้าที่นำเข้าไม่ได้ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายดังที่ถูกกล่าวอ้าง

         (4) การพิจารณาขั้นสุดท้าย หลังจากออกคำสั่งกักสินค้าชั่วคราว (WRO) Commissioner of Customs จะพิจารณาข้อมูลทั้งหมด ซึ่งรวมถึงข้อมูลและข้อชี้แจงจากผู้นำเข้า โดยใช้มาตรฐานที่สูงที่สุดที่เรียกว่า “probable cause” ซึ่งหากพิจารณาแล้วเห็นว่า มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่า สินค้าที่นำเข้าจะถูกผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมาย Commissioner of Customs จะประกาศผลการพิจารณาที่เรียกว่า “finding” โดยตีพิมพ์ลงใน Federal Registrar และเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของ CBP เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบ ในกรณีนี้ ผู้นำเข้าจะไม่สามารถส่งสินค้าออกไปยังประเทศที่สามได้ และสินค้าจะถูกยึดและทำลายตามขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่งหากผู้นำเข้าประสงค์จะคัดค้านผลการพิจารณาดังกล่าว จะต้องยื่นเรื่องต่อ U.S. International Trade Court ต่อไป

         โดยที่ยังไม่มีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนและกระบวนการข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ส่งออกสินค้าของไทยจึงควรติดตามพัฒนาการของกฎหมาย TFTEA และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้นำเข้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพราะในกรณีที่สินค้าถูกร้องเรียน ผู้ส่งออกจะต้องสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับความโปร่งใสของห่วงโซ่การผลิตให้กับผู้นำเข้า ดังนั้น ผู้ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ จึงควรเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ และทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ซึ่งรวมถึงหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมเพื่อยกระดับและพัฒนามาตรฐานการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะเป็นการป้องกันและรับมือกับข้อร้องเรียนภายใต้กฎหมาย TFTEA ที่ดีที่สุด
23 กันยายน 2559
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ (ThaiBiz)

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ