รู้เท่าทันกฎหมาย TFTEA เตรียมพร้อมส่งออกสู่สหรัฐ ( ตอนที่ 1)
รู้เท่าทันกฎหมาย TFTEA เตรียมพร้อมส่งออกสู่สหรัฐ ( ตอนที่ 1)
          เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2 Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม รายงาน TIP Report ไม่ใช่กลไกเดียวของสหรัฐฯ ในการผลักดันนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานบังคับ ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโอบามาได้ลงนามในกฎหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act 2015 (TFTEA) ซึ่งแก้ไขกฎหมายศุลกากรสหรัฐฯ ฉบับเดิมให้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการสกัดกั้นไม่ให้สินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายเข้าสู่ตลาดของสหรัฐฯ

          อันที่จริงแล้ว ภายใต้กฎหมายศุลกากรฉบับเดิมของสหรัฐฯ หรือ กฎหมาย Tariff Act ซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 (พ.ศ. 2473) ก็มีบทบัญญัติที่ห้ามการนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายไว้อย่างชัดเจน แต่โดยที่ในช่วงเวลาดังกล่าว สหรัฐฯ ยังไม่สามารถผลิตสินค้าบางประเภทได้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในแง่ "ทางเลือก" ของประเทศที่ผลิตสินค้าส่งออก ซึ่งต่างจากสถานการณ์การแข่งขันทางการค้าที่เข้มข้นขึ้นในปัจจุบัน จึงได้กำหนด “ข้อสงวน” ซึ่งเรียกว่า “Consumptive Demand Clause” ไว้เพื่อเปิดช่องให้ยังสามารถนำเข้าสินค้าสินค้าจากต่างประเทศได้แม้สินค้าดังกล่าวจะเกี่ยวโยงกับการใช้แรงงานผิดกฎหมาย

          กฎหมาย TFTEA ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 11 มี.ค. 2559 ปิดช่องโหว่ของกฎหมาย Tariff Act ข้างต้น โดยยกเลิกข้อสงวน Consumptive Demand Clause และให้อำนาจเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ซึ่งประกอบด้วย 2 หน่วยงานภายใต้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ได้แก่ U.S. Customs and Border Protection (CBP) และ Homeland Security Investigations (HSI) สังกัด U.S. Immigration and Customs Enforcement (ICE) ในการทำงานร่วมกันเพื่อสกัดกั้นสินค้าซึ่งเกี่ยวโยงกับแรงงานผิดกฎหมายซึ่งครอบคลุมถึงแรงงานบังคับ แรงงานขัดหนี้ และแรงงานนักโทษ

          อนึ่ง ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย TFTEA ของสหรัฐฯ คือ เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะสกัดกั้นสินค้าในลักษณะรายบริษัทและไม่ได้เป็นห้ามนำเข้าสินค้าเป็นรายประเทศ ดังนั้น จึงจะไม่มีการห้ามนำเข้าสินค้าจากประเทศต่างๆ เพียงเพราะประเทศนั้นถูกจัดลำดับในรายงาน TIP Report ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หรือบัญชีต่างๆ ของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เช่น บัญชี List of Goods Produced by Child Labor or Forced Labor หรือ บัญชี List of Products Produced by Forced Labor or Indentured Child Labor ดังนั้น ผู้ประกอบการซึ่งส่งออกสินค้าไปยังตลาดสหรัฐฯ จึงไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไปแต่ควรเตรียมความพร้อมโดยตรวจสอบห่วงโซการผลิตเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการใช้แรงงานผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ รวมถึงศึกษาขั้นตอนและติดตามพัฒนาการเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย TFTEA อย่างใกล้ชิด

          สำหรับตอนต่อไป เราจะมาเล่าถึงขั้นตอนและกระบวนการตามกฎหมายที่ผู้ประกอบการไทยควรทราบเป็นแนวทางเบื้องต้น รวมถึงผลกระทบที่สำคัญที่เกิดขึ้นจากกฎหมายฉบับนี้
22 กันยายน 2559
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ (ThaiBiz)

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ