พฤติกรรมจับจ่ายของชาว “ออสเตรีย” กับโอกาสสินค้าไทย
พฤติกรรมจับจ่ายของชาว “ออสเตรีย” กับโอกาสสินค้าไทย
        สภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาในยุโรปอาจทำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนท้อแท้ใจ แต่ในทุกวิกฤต มีโอกาส หากลองมองหาอย่างตั้งใจ โอกาสที่ว่าอาจเป็นไปได้ในออสเตรีย

        ออสเตรียเป็นประเทศที่มีรากฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคง เนื่องจากรายได้หลักของประเทศมาจากภาคบริการและการท่องเที่ยวที่เข้มแข็ง บวกกับข้อได้เปรียบในเชิงที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของยุโรปกลาง เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างยุโรปตะวันตกและตะวันออก มีภาพลักษณ์ที่ดี น่าเชื่อถือ และมีภาคบริการต่อเนื่องที่มีคุณภาพ อาทิ สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการส่งสินค้าที่มีให้เลือกหลากหลาย และที่สำคัญใช้เงินสกุลยูโร

        ออสเตรียเป็นประเทศที่มีรายได้สูงเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก ชาวออสเตรียมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 2.2 ล้านบาทต่อปี สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรีย (Statistik Austria) ระบุว่า ในปี 2558 ชาวออสเตรียออมเงินเพียง 6.9% นับเป็นอัตราที่ค่อนข้างต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับ 20 ปีก่อน มีอัตราการบริโภคที่สูงขึ้นต่อเนื่อง อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำที่ 1% ชาวออสเตรียมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยการอุดหนุนสวัสดิการจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาและด้านสุขภาพ จึงสามารถนำรายได้ที่ต้องจับจ่ายในส่วนนี้ ไปใช้จ่ายกับไลฟ์สไตล์ด้านอื่น ๆ

        จากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคชาวออสเตรียพบว่า มีความภักดีต่อแบรนด์ค่อนข้างสูง เลือกซื้อสินค้าที่คุ้นเคยที่สามารถไว้วางใจได้มากกว่าทดลองสินค้าใหม่ ๆ ดังนั้น การช่วงชิงพื้นที่ตลาดได้ก่อนจึงมีความสำคัญยิ่ง การรอจนสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของภูมิภาคยุโรปกลับมาฟื้นตัว อาจสายเกินไปสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าไลฟ์สไตล์

        ความต้องการบริโภคของชาวออสเตรียไม่ได้ตกลงไปตามสภาพเศรษฐกิจของภูมิภาค ดูได้จากเมื่อปีที่ผ่านมา มีบริษัทค้าปลีกจากต่างประเทศถึง 32 บริษัท เข้าไปเปิดธุรกิจในออสเตรีย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเสื้อผ้า หนึ่งในนั้นคือ แบรนด์ Weekday ที่เป็นแบรนด์ย่อยของบริษัท H&M และในปีนี้ คาดว่าจะมีบริษัท ใหม่ ๆ เข้าไปเปิดธุรกิจอีกในจำนวนที่เท่ากัน

        ชาวออสเตรียสนใจสินค้าจากท้องถิ่นและสินค้าออร์แกนิกมากขึ้น เป็นโอกาสของไทย หากผู้ประกอบการมีสินค้าศักยภาพและสนใจตลาดนี้ ต้องพัฒนาสินค้าให้มีคุณค่า มีที่มาที่ไปที่น่าสนใจ อย่างเช่น เป็นสินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น มีส่วนส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้คนที่ท้องถิ่นแหล่งผลิต มีการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และลักษณะบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนมีมาตรฐานทางสิ่งแวดล้อมและมีความปลอดภัย ซึ่งหากตอบโจทย์ โดนใจ อาจได้รับความสนใจจากเครือธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่อย่าง Rewe International หรือ Interspar ที่เป็นเจ้าของซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าปลีกที่มีอยู่ทั่วประเทศก็เป็นได้

        นอกจากนั้น เพราะออสเตรียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานระหว่างประเทศที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ องค์การสหประชาติ และบรรษัทข้ามชาติต่าง ๆ ธุรกิจร้านอาหารและบริการ อาทิ นวดสปาไทยและนวดแผนไทย จึงเป็นที่นิยมและเป็นอีกหนึ่งโอกาสเช่นกัน ซึ่งผู้ประกอบการไทยที่สนใจตลาดนี้จริงจัง สามารถติดต่อไปยังสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา เพื่อขอรับข้อมูลเฉพาะด้านและหารือในรายละเอียดได้ต่อไป
25 พฤษภาคม 2559
แหล่งข้อมูล: สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ (ThaiBiz)

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ