ถึงเวลาตะลอนเมียนมา รุกตลาดอุปกรณ์การแพทย์
ถึงเวลาตะลอนเมียนมา รุกตลาดอุปกรณ์การแพทย์
        เป็นที่รู้กันว่าไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นเรื่องการแพทย์และสาธารณสุขในระดับโลก โดยไทยสามารถดึงดูดผู้ใช้บริการจากทั่วโลกเข้ามารับการดูแลรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะผู้มีรายได้สูงจากตะวันออกกลางและญี่ปุ่น นอกจากนี้ การเปิดประชาคม ASEAN จะเป็นตัวเร่งให้โรงพยาบาลในไทยเริ่มตื่นตัวรับกระแสดังกล่าว รวมถึงการขยายสาขาออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา

        เพื่อเป็นการส่งเสริมและตอกย้ำความโดดเด่นด้านการแพทย์และสาธารณสุขของไทยในประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง ตลอดจนชี้ช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนในสาขาดังกล่าว ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ขอหยิบยก 5 เหตุผลที่ผู้ประกอบการไทยควรเร่งบุกตลาด “เมียนมา” ในสาขาอุปกรณ์การแพทย์ ดังนี้

        1. ตลาดอุปกรณ์การแพทย์เติบโตอย่างก้าวกระโดด ผลจากปัจจัยบวกของการพัฒนาเทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ให้ทันสมัย รวมทั้งความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ที่มีทักษะและความสามารถในการวินิจฉัยโรคที่แม่นยำมากขึ้น ทำให้ชาวเมียนมาหันมาพึ่งพาการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

        2. ความต้องการด้านเครื่องมือแพทย์สำหรับวินิจฉัยโรคภายนอก (IVD) และอุปกรณ์รังสีวินิจฉัย (DI) ที่เพิ่มขึ้น จากนโยบายของรัฐบาลที่จะลดจำนวนผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) แต่โรงพยาบาลของรัฐยังขาดเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายการลงทุนด้านอุปกรณ์รังสีวินิจฉัยและเครื่องมือวินิจฉัยภายนอก

        3. ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของชาวเมียนมาสูงขึ้น 40 % โดยมีมูลค่าประมาณ 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2557 จากการที่ชาวเมียนมาหันมาดูแลสุขภาพตัวเอง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

        4. รัฐบาลเมียนมามุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเพิ่มสัดส่วนงบประมาณในการดูแลสุขภาพจาก 12 % ในปี 2553 เป็น 40 % ในปี 2557

        5. รัฐบาลเมียนมายกเครื่องนโยบายด้านสาธารณสุขใหม่ โดยริเริ่มระบบประกันสุขภาพ ปรับปรุงอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ รวมทั้งส่งเสริมการเปิดโรงพยาบาลและคลินิกใหม่ ๆ ตลอดจนเพิ่มความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเพื่อพัฒนาการผลิตยา การรักษาผู้ป่วย การพัฒนาระบบการศึกษาของบุคลากรทางการแพทย์ เป็นต้น

        ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการไทยได้เข้าไปร่วมทุนในสถานประกอบการทางการแพทย์กับเอกชนท้องถิ่นเมียนมาเพิ่มขึ้น อาทิ กลุ่มโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลสมิติเวช กลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวย่อมส่งผลต่อการขยายธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์ในอนาคตอย่างแน่นอน
19 เมษายน 2559
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ (ThaiBiz)

Back to the list

More Related

  • เป็นที่รู้กันว่าไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นเรื่องการแพทย์และสาธารณสุขในระดับโลก โดยไทยสามารถดึงดูดผู้ใช้บริการจากทั่วโลกเข้ามารับการดูแลรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะผู้มีรายได้สูงจากตะวันออกกลางและญี่ปุ่น นอกจากนี้ การเปิดประชาคม ASEAN จะเป็นตัวเร่งให้โรงพยาบาลในไทยเริ่มตื่นตัวรับกระแสดังกล่าว รวมถึงการขยายสาขาออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา
  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเมียนมาปีนี้จะเติบโตถึง 8.5% จะเป็นจริงมากแค่ไหน ย้อนดูผลงานทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2558 คงจะพอบอกอะไรได้บ้าง
  • ขณะที่เมียนมาร์ได้กลายเป็นประเทศ “เนื้อหอม” สำหรับนักลงทุนทั่วโลก ชื่อ “ทวาย” ก็เริ่มเป็นที่คุ้นหูและหมายปองสำหรับนักลงทุนไทย
  • คนเมียนมาร์เข้าถึงมือถือครบ 100% ใน 6 ปี ผลสำรวจล่าสุดชี้ ชาวเมียนมาร์จะใช้มือถือครบทุกคนใน 6 ปี หลังรัฐบาลเปิดเสรีอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
  • การปฏิรูปทางเศรษฐกิจในพม่า ส่งผลต่อการปรับบรรยากาศการลงทุนและการเปิดคลังทรัพยากรมหาศาลเพื่อรองรับกระแสทุนนิยมและโลกาภิวัตน์ที่ถาโถมเข้าใส่เมียนมาร์อย่างต่อเนื่อง
  •         ตลาดอาเซียนถือเป็นตลาดใหม่ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงและรวดเร็ว โดยเฉพาะชาติที่เพิ่งเปิดประเทศอย่าง "เมียนมาร์" ซึ่งเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลก เพราะเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพซึ่งนักลงทุนที่เข้าไปในเมียนมาร์มากที่สุด คือ จีน รองลงมาเป็นญี่ปุ่น และไทยที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ