โอกาสผู้ประกอบการไทยหลังอินเดียพลิกโฉมสร้าง Brand Image ใหม่ หวังเพิ่มการลงทุน
โอกาสผู้ประกอบการไทยหลังอินเดียพลิกโฉมสร้าง Brand Image ใหม่ หวังเพิ่มการลงทุน
        จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ

        หนึ่งประเทศที่ประสบความสำเร็จในการสร้าง Brand Image ของตัวเอง คงหนีไม่พ้นอินเดียด้วย
แบรนด์ยอดฮิตในแต่ละยุคที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอย่าง “God’s Own Country” “Incredible India” และ “Make in India” ที่ปรับโฉมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและการค้าการลงทุนของอินเดียไปจากมุมมองเดิม ๆ ของต่างชาติเป็นอย่างมาก กว่าจะคิดและปั้นแบรนด์ดังเหล่านี้ขึ้นมาได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย นาย Amitabh Kant เลขาธิการกรมนโยบายและส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างแบรนด์ของอินเดียทั้งหลาย ดึงหน่วยงานของภาครัฐและเอกชนของอินเดียมาทำงานร่วมกันเพื่อเปลี่ยนมุมมองและความคิดของผู้คนทั้งในและนอกประเทศต่ออินเดียใหม่ มุ่งหมายต่อยอดศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ

        “God’s Own Country” เปิดตัวเมื่อปี 2533 แบรนด์ที่พลิกโฉมการท่องเที่ยวในรัฐเกรละหรือ Kerala State จากภาพลักษณ์เดิมที่เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวราคาประหยัด ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวพิเศษอื่นใดนอกจากหาดทรายริมทะเล เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เน้นจุดขายที่หาในรัฐอื่นของอินเดียไม่ได้อย่างสถาปัตถยกรรมบ้านเรือนท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงการรักษาแพทย์ทางเลือกและการนวดแบบอยุรเวท พอเปลี่ยนแบรนด์ปุ๊ป ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของรัฐเกรละก็เปลี่ยนไปทันที โดยปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศประเภทที่ใช้จ่ายสูงและอยู่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นนานขึ้น เดินทางเยือนรัฐเกรละมากกว่า 900,000 คน

        แบรนด์ต่อมาที่ดังไม่แพ้กัน คือ “Incredible India” ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2545 และใช้มาจนถึงปัจจุบัน กลยุทธ์หลักของแบรนด์นี้คือ การส่งเสริมการท่องเที่ยวของอินเดียให้เป็นที่ยอมรับในด้านคุณภาพ เน้นส่งเสริมทั้งการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่หลากหลายและการท่องเที่ยวทางการแพทย์ในรัฐต่าง ๆ ของอินเดีย

        อีกหนึ่งแบรนด์ที่ออกตัวแรงไม่เบาเมื่อปี 2557 “Make in India” เป็นแบรนด์ที่ออกมาพร้อมกับการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศของนายกรัฐมนตรีนเรนทร โมที (Narendra Modi) กลยุทธ์แคมเปญภายใต้ Make in India คือ การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของอินเดียทั้งในระดับรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อให้การทำธุรกิจในอินเดียเป็นไปได้ง่ายขึ้น ลดปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ โดยรัฐบาลอินเดียให้ความสำคัญและเอื้อสิทธิพิเศษต่าง ๆ กับภาคอุตสาหกรรม 25 ประเภท ที่เปิดรับการลงทุนจากต่างชาติ ในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ การบิน ท่าเรือ ไอที อิเล็กทรอนิกส์ ระบบทางรถไฟ เภสัชกรรม เคมี สิ่งทอ เครื่องหนัง การท่องเที่ยวและบริการ การดูแลสุขภาพ พลังงานทดแทน เหมืองแร่ ไบโอเทคโนโลยี

        ยิ่ง Brand Image ของอินเดียประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทยมากเท่านั้น เห็นโอกาสและความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลอินเดียมากขนาดนี้ ผู้ประกอบการไทยควรรีบศึกษาหาข้อมูลโอกาสและสิทธพิเศษการค้าการลงทุนในแดนภารตะ ขณะเดียวกัน ต้องไม่ลืมสร้าง “แบรนด์” ของสินค้าและบริการของตนให้โดดเด่นก่อนบุกตลาดอินเดีย ซึ่งตอนนี้มีบริษัทไทยได้นำร่องไปเปิดตลาดในอินเดียหลายรายแล้วเช่นกัน  
16 มีนาคม 2559
แหล่งข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ (ThaiBiz)

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ