เมียนมาจะเติบโต 8.5% จริงไหม?
เมียนมาจะเติบโต 8.5% จริงไหม?
        กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเมียนมาปีนี้จะเติบโตถึง 8.5% จะเป็นจริงมากแค่ไหน ย้อนดูผลงานทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2558 คงจะพอบอกอะไรได้บ้าง

        นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองด้วยการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 
ที่นานาชาติยอมรับว่าเป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเรียบร้อย และนำมาสู่ชัยชนะของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของนางออง ซาน ซู จี แล้ว ปี 2558 เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่สำคัญมาก ในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของเมียนมาในด้านเศรษฐกิจ หลายประเทศทยอยยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเมียนมา นิตยสาร Mizzima ของเมียนมาได้คัดเลือกพัฒนาการที่โดดเด่นด้านธุรกิจและการลงทุนในเมียนมาในปี 2558 สรุปได้ดังนี้

         ด้านนโยบายเศรษฐกิจ รัฐบาลเมียนมาได้กระตุ้นภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป จึงกำหนดค่าแรงขั้นต่ำเดือนละประมาณ 67 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,100 บาท) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ เมื่อเทียบแล้วต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำของเวียดนามและกัมพูชา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 90-128 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,800 – 4,000 บาท)

         ด้านโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลเมียนมาได้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ และพัฒนาเมืองใหญ่ ๆ ให้เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจเพื่อรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้อนุมัติเงินกู้กว่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้เมียนมาใช้บริหารจัดการน้ำปรับปรุงสภาพแวดล้อมและพัฒนาระบบสาธารณสุขของมัณทะเลย์ เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญทางตอนเหนือของประเทศ 
         อู่ต่อเรือ (Myanmar Shipyards) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคมเมียนมาได้ประกาศว่าจะสร้างกองเรือเชิงพาณิชย์จำนวน 30 ลำ เป็นมูลค่า 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2560 เพื่อเพิ่มศักยภาพในด้านการขนส่งทางทะเลของประเทศ

         ด้านตลาดหลักทรัพย์ ถึงแม้ว่าเมียนมาจะเพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นาน แต่ความเนื้อหอมของสาวงามแห่งอาเซียนทำให้นักลงทุนหุ้นทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ ตลาดหลักทรัพย์ในย่างกุ้งหรือ Yangon Stock Exchange (YSX) เปิดตัวไปเมื่อธันวาคม 2558 และมีกำหนดจะเริ่มซื้อขายได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 3
ของเดือนมีนาคมนี้

        ด้านการค้าชายแดน จากข้อมูลของด่านศุลกากรเมียนมา การค้าชายแดนไทยและเมียนมา ที่แม่สอด-เมียวดี ในปี 2557-2558 มีมูลค่ากว่า 56.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,700 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้านี้ 12.30% ในปี 2558 ไทยลงทุนในเมียนมาเป็นอันดับ 6 คิดเป็น 6.85% ของการลงทุนต่างชาติ สาขาการลงทุนที่สำคัญ ได้แก่ พลังงาน การผลิต ประมงและปศุสัตว์ โรงแรมและการท่องเที่ยว คมนาคมและการสื่อสาร สินค้าอุปโภคบริโภคจากไทยยังคงได้รับความนิยมอย่างมากในเมียนมา เนื่องจากมีคุณภาพเหมาะสมกับราคาเมื่อเทียบกับสินค้าของประเทศอื่น ๆ

         ด้านการลงทุนจากต่างประเทศ บริษัท Telenor ของนอร์เวย์ และบริษัท Ooredoo ของกาตาร์ได้ขยายการให้บริการด้านเครือข่ายโทรคมนาคมในเมียนมา สร้างการจ้างงานให้ชาวเมียนมากว่า 90,000 คน รวมทั้งส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจให้สูงกว่า 8% ต่อปี โดยปัจจุบัน หัวเมืองสำคัญทั้งย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และเนปิดอว์ มีเครือข่าย 3G ใช้เรียบร้อยแล้ว

         นอกจากนี้ บริษัท Wydham Hotel Group ของสหรัฐอเมริกา ได้ลงทุนพัฒนาโรงแรม 5 ดาว ซึ่งรวมเอาห้องพักโรงแรม อพาร์ตเม้นท์ ออฟฟิศ และห้างสรรพสินค้า ไว้อย่างครบครันข้างทะเลสาบกันดอว์จี ที่ทุกคนที่ไปย่างกุ้งต้องต้องแวะไป ขณะที่ในภาคการเงินธนาคาร Tokyo-Mitsubishi UFJ ของญี่ปุ่นและธนาคาร UOB ของสิงคโปร์ ได้เปิดสาขาในย่างกุ้ง โดยเน้นการสนับสนุนด้านอุตสาหกรรมยานยนต์
สำหรับไทยนั้น มีธนาคารกรุงเทพไปตั้งสาขาในย่างกุ้งเช่นกัน

         ฟังพัฒนาการในปี 2558 แล้ว เมียนมาในปีนี้น่าจะยังเติบโตอย่างต่อเนื่องไปสู่ตัวเลขที่ IMF คาดการณ์ไว้ได้ไม่ยาก ส่งท้ายด้วยตัวเลขที่ระบุว่า จำนวนผู้บริโภคที่เป็นชนชั้นกลางและมีฐานะร่ำรวย ในเมียนมาจะเพิ่มจาก 5.3 ล้านคนในปี 2555 เป็น 10.3 ล้านคนภายในปี 2563 ตลาดเมียนมายังมีพื้นที่อีกมากให้นักแสวงหาโอกาสจากไทยไปขยายธุรกิจ บนข้อได้เปรียบของพรมแดนที่อยู่ติดกันและความสัมพันธ์อันดีที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

        อัพเดทความเคลื่อนไหวและโอกาสในเมียนมาที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ http://www.ThaiBizMyanmar.com 
9 มีนาคม 2559
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ (ThaiBiz)

Back to the list

More Related

  • เป็นที่รู้กันว่าไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นเรื่องการแพทย์และสาธารณสุขในระดับโลก โดยไทยสามารถดึงดูดผู้ใช้บริการจากทั่วโลกเข้ามารับการดูแลรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะผู้มีรายได้สูงจากตะวันออกกลางและญี่ปุ่น นอกจากนี้ การเปิดประชาคม ASEAN จะเป็นตัวเร่งให้โรงพยาบาลในไทยเริ่มตื่นตัวรับกระแสดังกล่าว รวมถึงการขยายสาขาออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา
  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเมียนมาปีนี้จะเติบโตถึง 8.5% จะเป็นจริงมากแค่ไหน ย้อนดูผลงานทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2558 คงจะพอบอกอะไรได้บ้าง
  • ขณะที่เมียนมาร์ได้กลายเป็นประเทศ “เนื้อหอม” สำหรับนักลงทุนทั่วโลก ชื่อ “ทวาย” ก็เริ่มเป็นที่คุ้นหูและหมายปองสำหรับนักลงทุนไทย
  • คนเมียนมาร์เข้าถึงมือถือครบ 100% ใน 6 ปี ผลสำรวจล่าสุดชี้ ชาวเมียนมาร์จะใช้มือถือครบทุกคนใน 6 ปี หลังรัฐบาลเปิดเสรีอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
  • การปฏิรูปทางเศรษฐกิจในพม่า ส่งผลต่อการปรับบรรยากาศการลงทุนและการเปิดคลังทรัพยากรมหาศาลเพื่อรองรับกระแสทุนนิยมและโลกาภิวัตน์ที่ถาโถมเข้าใส่เมียนมาร์อย่างต่อเนื่อง
  •         ตลาดอาเซียนถือเป็นตลาดใหม่ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงและรวดเร็ว โดยเฉพาะชาติที่เพิ่งเปิดประเทศอย่าง "เมียนมาร์" ซึ่งเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลก เพราะเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพซึ่งนักลงทุนที่เข้าไปในเมียนมาร์มากที่สุด คือ จีน รองลงมาเป็นญี่ปุ่น และไทยที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ