กระแส “Internet+” กับ 10 ตัวเลขสะท้อนพลังเศรษฐกิจดิจิทัลจีน
กระแส “Internet+” กับ 10 ตัวเลขสะท้อนพลังเศรษฐกิจดิจิทัลจีน
         ขณะที่ไทยกำลังเดินหน้าเร่งผลักดัน e-commerce และเศรษฐกิจดิจิทัล ต้องบอกว่า จีนนั้นได้ไปไกลมากแล้วสำหรับเรื่องนี้ ผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะบุกตลาดจีนหรือตกลงทำธุรกิจกับพันธมิตรชาวจีนคงต้องทำความรู้จักเศรษฐกิจดิจิทัลของจีนที่ปัจจุบันเร่งเครื่องภายใต้แผนปฏิบัติการ “Internet+” ให้มากขึ้น

         รัฐบาลกลางของจีนได้เผยโฉมแผนปฏิบัติ “Internet+” ตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว โดยมุ่งหวังที่จะประยุกต์เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Internet) บนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ต่าง ๆ รวมถึงการประมวลผลแบบ cloud เพื่อใช้กับอุตสาหกรรมดั้งเดิมอย่างภาคการผลิต การเกษตรและการแพทย์ให้มากขึ้น ตลอดจนเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น e-banking e-commerce และ e-services ทั้งหมดนี้เพื่อผลักดันและขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของประเทศ

         แม้แต่ก่อนหน้านั้นไม่ต่ำกว่า 5 ปีมาแล้ว ระบบออนไลน์ในจีนได้เชื่อมต่อเข้าสู่วิถีชีวิตของชาวแดนมังกร ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันให้มากขึ้นในแง่การจับจ่ายใช้สอย ชาวจีนไม่ต้องก้าวออกจากประตูบ้าน ตั้งแต่การสั่งซื้อของชิ้นเล็ก ๆ อย่างการ์ดปีใหม่ไปจนถึงชุดโซฟาสำหรับห้องรับแขก และสินค้าเหล่านี้มาส่งถึงบ้าน หากไม่พอใจ ก็ส่งคืนไปแบบสบาย ๆ หากซื้อประกันเพิ่มในราคาไม่กี่หยวน

         ต่อไปนี้คือ 10 ตัวเลขที่สะท้อนถึงศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน
          chinainfo.png
         668 ล้านคน คือจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในจีน ประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรจีนทั้งหมด

         594 ล้านคน คือจำนวนผู้ที่เข้าสู่โลกออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งปัจจุบัน พฤติกรรมผู้บริโภคจีนนิยมและมีแนวโน้มซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

         40% ของการซื้อของออนไลน์ในโลกใบนี้ คือการซื้อของออนไลน์โดยชาวจีน

         26% ของ GDP ของจีน คือเม็ดเงินในอุตสาหกรรมสารสนเทศ

         22 ล้านล้านบาท คือเม็ดเงินที่หมุนเวียนในธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ของจีน

         7% คือ GDP ของธุรกิจอินเตอร์เน็ตในจีนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า

         5 แสนล้านบาท คือ ตัวเลขการซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ตในวันเทศกาลคนโสดจีน เมื่อวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา เพียงแค่คืนเดียวที่ Alibaba e-Commerce ยักษ์ใหญ่ของจีนทำเงินได้

         4 ปัจจัยที่ทำให้การค้าออนไลน์ของจีนทะยานไม่หยุด คือ ราคาถูก ความปลอดภัยในการชำระเงิน ระบบขนส่งที่รวดเร็ว และนโยบายเปลี่ยนสินค้าคืนได้

         3 คือเว็บไซต์ e-Commerce รายใหญ่ของจีนภายใต้ Alibaba Group ประกอบไปด้วย Taobao.com Tmall.com Alipay.com ซึ่งเป็นตัวกลางในการซื้อขายสินค้าครบวงจร ตั้งแต่การสั่งซื้อ ชำระเงิน ส่งสินค้า รวมทั้งบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและผู้ขายทุกกลุ่ม

         1 คืออับดับหนึ่งในโลกในด้านมูลค่าการซื้อขายของออนไลน์ ที่จีนครองแชมป์แซงหน้าสหรัฐอเมริกา

         ตัวเลขข้างต้นแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของจีนก้าวหน้าไปไกล จนมาถึงยุค “Internet+” ที่รัฐบาลจีนตั้งใจจะนำจุดแข็งในด้านนี้แทรกซึมเข้าไปสร้างประสิทธิภาพในสาขาต่าง ๆ นอกเหนือจากธุรกิจค้าปลีก ครอบคลุมตั้งแต่ด้านการศึกษา ธุรกิจบันเทิง สาธารณสุข ไปจนถึงโครงข่ายคมนาคม

         ขณะที่ไทยยังโฟกัสอยู่กับการขยับขีดความสามารถของประเทศด้าน e-commerce ภาคเอกชนไทยก็คงต้องติดตามพัฒนาการของจีนภายใต้กระแส “Internet+” อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับตัวให้ทันกัน หากต้องการขยายธุรกิจและผลักดันส่งออกสินค้าและบริการเข้าสู่ตลาดจีนให้ประสบความสำเร็จ
23 กุมภาพันธ์ 2559
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ (ThaiBiz) กระทรวงต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ