อินโดนีเซีย...แรงงานและทรัพยากร ศักยภาพที่พร้อมรอการลงทุน
อินโดนีเซีย...แรงงานและทรัพยากร ศักยภาพที่พร้อมรอการลงทุน
         อินโดนีเซียเคยเป็นประเทศอาณานิคมของหลายประเทศ แต่ที่ยาวนานที่สุดคือเนเธอร์แลนด์ โดย ได้รับเอกราชเมื่อประมาณ 70 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้คนอินโดนีเซียมีความเป็นอิสระสูงทั้งในด้านการเมือง และเศรษฐกิจ จึงมักจะแสดงบทบาทของประเทศในฐานะผู้นำกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และสิ่งที่คนอินโดนีเซียภูมิใจมากคือความเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่เป็นอันดับที่สามของโลก (อันดับที่หนึ่งคืออินเดียและอันดับที่สองคือสหรัฐอเมริกา) สำหรับด้านเศรษฐกิจ อินโดนีเซียเป็นประเทศที่น่าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ GDP ที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 7- 8 แต่ในปัจจุบันปี 2558 ตัวเลข GDP ลดลงอย่างมาก โดยไตรมาสแรกอยู่ที่ร้อยละ 4.71 ไตรมาสที่สองอยู่ที่ร้อยละ 4.67 จึงทำให้ต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจชุดใหม่เมื่อไม่นานนี้

         ที่ผ่านมาการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียมาจากการบริโภคภายในประเทศกว่าร้อยละ 60 ของ GDP ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำในขณะนี้คือ การสร้างให้เกิดการลงทุนเพื่อการส่งออก การลดการนำ เข้าจากต่างประเทศและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพราะปัจจุบันระบบสาธารณูปโภคยังมีไม่เพียงพอ เช่น การจราจรที่ติดขัดทำให้การเดินทางไปติดต่อธุรกิจหรือทำกิจกรรมทางธุรกิจมีความล่าช้า รัฐบาลอินโดนีเซียได้ตั้งหน่วยงาน BKPM ขึ้นมา หรือหน่วยงานให้การส่งเสริมการลงทุน โดยนำต้นแบบมาจากประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งหน่วย One Stop Service ที่ให้บริการด้านการลงทุนอย่างครบวงจรในหน่วยงานเดียว โดยจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและการขอใบอนุญาตต่างๆ จำนวน 22 หน่วยงาน มาให้บริการในที่เดียวแต่ยังไม่ครอบคลุมด้านการขอใบอนุญาตทางการเงิน การกลั่นปิโตรเลียม และน้ำมัน (เฉพาะในส่วนการขุดเจาะสำรวจ แต่ส่วนที่เกี่ยวกับการให้บริการกลั่นปิโตรเลียมและน้ำมันสามารถขอใบอนุญาตได้) ทั้งนี้ บริษัทที่จะลงทุนในอินโดนีเซียต้องมีการลงทุน 1,000,000 เหรียญสหรัฐฯ จึงสามารถลงทุนได้ จึงเป็นอุปสรรคสำหรับบริษัทขนาดเล็กที่มีเงินลงทุนน้อย ส่วนสาขาการลงทุนนั้นจะเน้นอุตสาหกรรมอาหาร พลังงาน การประมง ระบบโครงสร้างพื้นฐานและการแพทย์สาธารณสุข โดยมีเป้าหมายคือ ต้องการให้เกิดการลงทุนร่วมกันระหว่างนักลงทุนต่างชาติกับนักลงทุนอินโดนีเซีย เพื่อการส่งออกและทดแทนการนำเข้า เพื่อการพึ่งตัวเอง

         นอกจากนี้รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี นายโจโค วิโดโด ให้ความสำคัญกับทะเลและการประมง จึงตั้งหน่วย Maritime Falcon ขึ้นมาเพื่อกำกับดูแลด้านนี้โดยตรง โดยมีแนวความคิดว่าผืนทะเลคืออนาคตของคนอินโดนีเซีย จึงให้ความสำคัญกับสาธารณูปโภค เช่น ท่าเรือสำหรับขนส่งสินค้า ถนนและรถไฟฟ้า การประมงเป็นประเด็นที่รัฐบาลอินโดนีเซียให้ความสำคัญ โดยมองว่าต่างชาติเข้ามาฉกฉวยประโยชน์จากอินโดนีเซีย จึงทำให้ทางการอินโดนีเซียจมเรือที่ผิดกฎหมายของประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาในน่านน้ำของอินโดนีเซียหลายลำในช่วงที่ผ่านมา รถไฟฟ้าสายแรกของอินโดนีเซียที่กำลังจะก่อสร้าง คือ เส้นทางจาการ์ตา - บันดุง ระยะทาง 150 กิโลเมตร ซึ่งหากนั่งรถยนต์จะใช้เวลาประมาณ 4 - 5 ชั่วโมง แต่หากใช้รถไฟฟ้าจะใช้เวลาเพียง 30 นาที โดยมีบริษัทจากประเทศญี่ปุ่นและจีนเข้าแข่งขันในโครงการก่อสร้างนี้

         นอกจากนี้ยังตั้งเป้าที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าให้มากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ในช่วงระยะที่ผ่านมารัฐบาลอินโดนีเซียได้ออกมาตรการใหม่ๆเป็นจำนวนมาก เช่น การขึ้นอัตราภาษีสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกร้อยละ 50 มาตรการการจ้างงาน เช่น หากนำแรงงานต่างชาติระดับผู้จัดการเข้ามาทำงานในอินโดนีเซีย 1 คน บริษัทจำเป็นต้องจ้างแรงงานชาวอินโดนีเซียอีก 10 คน รวมถึงมาตรการการใช้เงินรูเปียในทุกกิจกรรมทางการเงิน นักลงทุนจึงต้องศึกษารายละเอียดพอสมควร

         ด้านความสัมพันธ์ไทยกับอินโดนีเซียนั้น ถือว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ท่านเสด็จประพาสอินโดนีเซีย 3 ครั้ง โดยท่านได้พระราชทานปฏิมากรรมช้างให้แก่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอินโดนีเซีย สำหรับเรื่องมุมมองของอินโดนีเซียต่อ AEC นั้น พบว่าอินโดนีเซียไม่ได้มอง AEC เหมือนเช่นไทยมอง ซึ่งไทยจะให้ความสำคัญกับตลาด AEC ในแง่การหาแหล่ง ผลิตใหม่หรือวัตถุดิบจากนอกประเทศ แต่อินโดนีเซียมองว่าอินโดนีเซียมีกำลังซื้อที่มากพอจากจำนวนประชากรที่มากที่สุดในอาเซียน อินโดนีเซียจึงยังไม่ให้ความสำคัญกับ AEC ในลักษณะเดียวกับไทย 

ข้อมูลจากวารสารส่งเสริมการลงทุน (BOI)  โดย ช่อแก้ว ประสงค์สม

ภาพ : ธนภัทร์ บุญรัตน์

******************
2 กุมภาพันธ์ 2559
แหล่งข้อมูล: นิธิวดี มานิตกุล อัครราชทูตประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา
โดย: ช่อแก้ว ประสงค์สม

Back to the list

More Related

  • รัฐบาลอินโดนีเซียภายใต้การนำของ โจโค วิโดโด มีความมุ่งมั่นในการปฏิรูปเศรษฐกิจอินโดนีเซียอย่างจริงจัง เพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มงบประมาณสำหรับพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน รวมทั้งออกมาตรการดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ ล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซียได้เปิดตัวการลดขั้นตอนและลดระยะเวลาในการขอใบอนุญาตการลงทุนในแดนอิเหนาโดยใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง เท่านั้น  
  • อินโดนีเซียเคยเป็นประเทศอาณานิคมของหลายประเทศ แต่ที่ยาวนานที่สุดคือเนเธอร์แลนด์ โดย ได้รับเอกราชเมื่อประมาณ 70 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้คนอินโดนีเซียมีความเป็นอิสระสูงทั้งในด้านการเมือง และเศรษฐกิจ จึงมักจะแสดงบทบาทของประเทศในฐานะผู้นำกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา....
  • ทางการแดนอิเหนาเริ่มเข้มงวดมากขึ้นกับการจัดจ้างคนต่างชาติ เพื่อส่งเสริมการจ้างแรงงานท้องถิ่นให้มากขึ้น
  • ตามที่กระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ได้ประกาศกฎกระทรวงฯ ที่ 132/2015 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2558 กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้ามากกว่า 100 รายการ ภายใต้กรอบ WTO เพื่อให้สินค้าและผู้ผลิตท้องถิ่นสามารถแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศได้นั้น
  • ประเทศไทยและอินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางด้านการค้าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดอินโดนีเซียต้องการสินค้าหลากหลายประเภทจากไทย อีกทั้งชนชั้นกลางของอินโดนีเซียกำลังจะขยายตัวจาก 10 % ในปัจจุบัน แต่ในไม่ช้านี้จะกลายเป็น 20-30%
  • อินโดนีเซียเสนอลดหย่อนภาษี บริษัทส่งออกผลผลิตอย่างน้อย 30% หวังกระตุ้นส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม หลังโภคภัณฑ์ตกต่ำ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ