เคนยาคึกคัก! เตรียมเปิดสัมปทานสำรวจน้ำมันดิบและก๊าซครั้งแรก
เคนยาคึกคัก! เตรียมเปิดสัมปทานสำรวจน้ำมันดิบและก๊าซครั้งแรก

บรรษัทน้ำมันแห่งชาติเคนยา (National Oil Cooperation of Kenya: NOCK) เผยเมื่อกลางเดือนกันยายน ที่ผ่านมาว่า เคนยาจะเปิดประมูลสัมปทานหรือการออกใบอนุญาตสำหรับการสำรวจน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเป็นครั้งแรกในอีกไม่เกินสองปีข้างหน้า ภายในปี 2560 เป็นอย่างช้า จากเดิมที่รัฐบาลใช้วิธีเจรจาและคัดเลือกบริษัทโดยตรง ซึ่งทำให้บริษัทในอุตสาหกรรมนี้กลัว ๆ กล้า ๆ ที่จะเข้าไปแสวงหาความมั่นคงทางพลังงานในเคนยา

เคนยาเป็นประเทศที่ 3 ในแอฟริกาตะวันออก รองจากแทนซาเนียและยูกันดา ที่ขยับตัวตรากฎหมายปิโตรเลียมขึ้นใหม่เพื่อใช้แทนกฎหมายปิโตรเลียมที่ล้าสมัยและบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2529 กฎหมายปิโตรเลียมฉบับใหม่ของเคนยากำหนดให้การเข้าไปสำรวจและขุดเจาะแหล่งสำรองน้ำมันของประเทศนั้นจะต้องผ่านการกระบวนการประมูลเท่านั้น ยกเว้นเฉพาะกรณีที่ไม่มีผู้เข้าร่วมประมูลหรือผู้ประมูลขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ คาดว่า กฎหมายดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับภายในพฤศจิกายน ศกนี้

การสำรวจแหล่งพลังงานในเคนยากลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากมีการค้นพบแหล่งน้ำมันดิบที่นอกชายฝั่งเมือง Lamu ซึ่งติดกับมหาสมุทรอินเดียทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศในระดับที่ไม่ลึก (shallow blocks) ซึ่งปัจจุบัน NOCK เร่งสนับสนุนการสำรวจแหล่งพลังงานด้วยเทคโนโลยีสามมิติ (3-D) แทนที่รูปแบบมิติ (2-D) เพราะมีความแม่นยำสูงและเก็บข้อมูลได้ถี่ถ้วน สามารถชี้จุดที่มีน้ำมันดิบและก๊าซและบ่งบอกไปถึงปริมาตรที่มีอยู่ เพื่อลดความเสี่ยงและลดต้นทุนในการสำรวจ เป็นการดึงดูดบรรษัทต่างชาติให้เข้าไปประมูลในสาขาธุรกิจดังกล่าวมากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังช่วยยกระดับเคนยาให้เป็นแหล่งสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญทัดเทียมกับแทนซาเนียและโมซัมบิกด้วย

แม้ว่าในภาพใหญ่ การสำรวจแหล่งสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในช่วงนี้จะยังซบเซาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงราว 60% ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว การปรับแก้กฎหมายด้านพลังงานให้การสำรวจน้ำมันดิบและก๊าซโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้นของเคนยาในครั้งนี้น่าจะปูทางไปสู่ความหวังระลอกใหม่ ช่วยลดต้นทุนในการสำรวจแหล่งพลังงาน และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในโครงการสำรวจในเคนยามากขึ้น เป้าหมายในการเป็นแหล่งสำรองน้ำมันอันดับต้น ๆ แห่งแอฟริกาสำหรับเคนยาน่าจะไม่ไกลเกินเอื้อม

20 ตุลาคม 2558
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ