'ฟิลิปปินส์' เปิดประตูสู่อาเซียน ชูส่งออกภาคบริการสู่โลกอย่างต่อเนื่อง
'ฟิลิปปินส์' เปิดประตูสู่อาเซียน ชูส่งออกภาคบริการสู่โลกอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งใกล้เวลาเปิดประตูเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในช่วงปลายปีนี้ หลายคนคงกำลังเล็งช่องทางในการประกอบอาชีพเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่ใหญ่ขึ้นของทั้ง 10 ประเทศในภูมิภาคนี้ การติดตามและสังเกตความเป็นไปของประเทศเพื่อนบ้านเป็นอีกวิธีที่จะกระตุ้นให้เราพัฒนาทักษะใน การทำงานหรือปรับตัวในการประกอบธุรกิจได้เป็นอย่างดี

ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในตลาดแรงงานของประเทศเพื่อนบ้านที่มีความโดดเด่นในภาคบริการอย่างฟิลิปปินส์ กรมแรงงานฟิลิปปินส์ได้เผยว่า แรงงานชาวฟิลิปปินส์ในต่างแดนมีแนวโน้มทำงาน ที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางมากขึ้น และได้รับค่าจ้างสูงมากขึ้น โดยเฉพาะในสายงานอุตสาหกรรมอาหารอย่างอาชีพ “เชฟ” หรือ “พ่อครัว” นั่นเอง

ฟิลิปปินส์มีประชากรถึง 100 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 ในอาเซียนรองจากอินโดนีเซีย มีกำลังซื้อและบริโภคภายในประเทศสูง ขณะที่มีประชากรวัยทำงานเป็นจำนวนมาก มีการประเมินว่าภายในปี 2020 ประชากรฟิลิปปินส์จะเพิ่มขึ้นถึง 113 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการบริโภค และกำลังแรงงานที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

ทักษะด้านภาษาอังกฤษทำให้แรงงานชาวฟิลิปปินส์สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพสังคมของประเทศต่าง ๆ ได้ง่าย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ส่งออกแรงงานจำนวนกว่า 100,000 คน เข้าสู่วงจรธุรกิจอาหารในต่างประเทศ ระหว่างปี 2553-2557 ชาวฟิลิปปินส์เกือบ 180,000 คน ทำงานในธุรกิจอาหารบนเรือสำราญ โรงแรม และร้านอาหารตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก

ไม่เพียงแต่ธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารเท่านั้น ฟิลิปปินส์ยังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในธุรกิจ call center ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจภาคบริการที่มีการเติบโตสูง จุดแข็งด้านภาษาและค่าจ้างแรงงานที่ถูกกว่าของชาวฟิลิปปินส์ส่งผลให้บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และออสเตรเลียหันมา outsource ศูนย์ call center ในฟิลิปปินส์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายและสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขัน นับเป็นการสร้างงานและรายได้ให้แก่ชาวฟิลิปปินส์อย่างมาก

“แรงงานฟิลิปปินส์” เป็นตัวอย่างของการใช้ทักษะทางด้านภาษา เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาอาชีพ แรงงานไทยเองควรเร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษเพื่อให้ทัดเทียมแรงงานจากประเทศอื่น ๆ เพื่อเป็นแรงงานคุณภาพพร้อมบุกตลาดอาเซียนและตลาดโลกต่อไป

19 ตุลาคม 2558
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ