EU ปรับปรุงบัญชีสินค้าปลอดสารตกค้างที่นำเข้าจากประเทศที่สาม
EU ปรับปรุงบัญชีสินค้าปลอดสารตกค้างที่นำเข้าจากประเทศที่สาม
            เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2558 สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง เนื่องจาก ประเทศเหล่านั้นได้ส่งมอบรายงานการควบคุมการตรวจหาสารตกค้างประจำปี ตามเงื่อนไขที่ EU กำหนดไว้ใน มาตราที่ 29 ของกฎระเบียบ Council Directive 96/23/EC และได้ผ่านการพิจารณาให้อยู่ในบัญชีรายชื่อใน ภาคผนวกของ Decision 2011/163/EU แล้ว

            จากการตรวจสอบบัญชีรายชื่อประเทศที่สามฉบับใหม่นี้ สำนักงานฯ พบว่า ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ประเทศไทย สินค้าที่ได้รับการอนุญาตให้นำเข้าได้ยังคงเป็นรายการเดิม ทั้ง 3 รายการ คือ
                 
            1. สินค้าเนื้อสัตว์ปีก (poultry)
            2. สินค้าสัตว์น้ำจากการเพาะเลี้ยง (aquaculture)
            3. สินค้าน้ำผึ้ง (honey)

อย่างไรก็ดี ตามประกาศดังกล่าว EU ได้เพิ่มการอนุญาตนำเข้าน้ำผึ้งจากประเทศแอนดอร์ร่า สินค้า สัตว์น้ำจากการเพาะเลี้ยงจากประเทศอาร์เมเนีย เคนย่า และพม่า สินค้าเนื้อสัตว์ปีกจากโมรอคโค และถอน การอนุญาตนำเข้าสินค้าเนื้อสัตว์ปีกจากประเทศเปรูออกจากบัญชีรายชื่อฯ เนื่องจากไม่ส่งรายงานผลควบคุมการ ปนเปื้อนของสารตกค้างตามข้อกำหนด Council Directive 96/22/EC รวมถึงกำหนดเขตพื้นที่ของอิสราเอล ที่สามารถส่งสินค้าไปจำหน่ายยัง EU ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น กล่าวคือ เฉพาะรัฐของอิสราเอล (State of Israel) เท่านั้น ไม่รวมถึงเขตพื้นที่ Golan Heights, the Gaza Strip, East Jarusalem และเขตพื้นที่ West Bank อื่นๆ

กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลปรับใช้ตั้งแต่วันที่  30 กรกฎาคม 2558 เป็นต้นไป โดยสามารถศึกษา บัญชีรายชื่อดังกล่าวเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ดังต่อไปนี้
http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=OJ:JOL_2015_206_R_0017&from=EN
25 สิงหาคม 2558
แหล่งข้อมูล: สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ