ไทยจับมือญี่ปุ่น เมียนมาร์พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย
ไทยจับมือญี่ปุ่น เมียนมาร์พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย

ขณะที่เมียนมาร์ได้กลายเป็นประเทศ "เนื้อหอม" สำหรับนักลงทุนทั่วโลกชื่อ "ทวาย" ก็เริ่มเป็นที่ คุ้นหูและหมายปองสำหรับนักลงทุนไทย โครงการทวายมีศักยภาพที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจแห่งใหม่ระหว่างโลกตะวันออกกับโลกตะวันตก

พัฒนาการจากการประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขง-ญี่ปุ่น (Mekong - Japan Summit) ครั้งที่ 7เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา จึงถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่รอโอกาสจากการพัฒนาโครงการดังกล่าวอยู่!!!!

ไทย เมียนมาร์ และญี่ปุ่น ได้ลงนามบันทึกแสดงเจตจำนง (Memorandum of Intent - MOI) เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายอย่างเป็นรูปธรรม ระหว่างการประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขง-ญี่ปุ่น (Mekong - Japan Summit) ครั้งที่ 7 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

โครงการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษทวายนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 200 ตารางกิโลเมตร ซึ่งรวมไปถึง การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือน้ำลึก โครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง

ท่าเรือน้ำลึกที่จะสร้างขึ้น จะช่วยร่นระยะเวลาการขนส่งสินค้าจากที่ต่างๆ อาทิ จากทะเลจีนใต้สู่ทะเลอันดามัน เดิมใช้เวลา 16-18 วัน เหลือเพียงประมาณ 6 วัน และจะช่วยกระจายสินค้าผ่านออกไปยังท่าเรือใกล้เคียงอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงการส่งสินค้าผ่านไปยังจีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรือประเทศในแถบแปซิฟิกได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น

โครงการดังกล่าวยังตั้งอยู่บนระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS Economic Corridors) ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมโยงไทย กับ เวียดนาม กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และจีนตอนใต้ (มณฑลยูนนาน) ซึ่งยิ่งทำให้โครงการดังกล่าวโดดเด่นขึ้น เป็นอีกหนึ่งฮับของโอกาสทางการค้าและการลงทุนในภูมิภาค

สำหรับไทย เขตเศรษฐกิจพิเศษทวายจะเสริมสร้างสถานะในการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในด้านโลจิสติกส์ ซึ่งไทยกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาเส้นทางระหว่างบ้านพุน้ำร้อน-ทวาย ที่จะเชื่อมโยงทวายเข้ากับกรุงเทพฯ ผ่านกาญจนบุรี ช่วยยกระดับการเป็นจุดเชื่อมโยงการกระจายสินค้าในภูมิภาค อีกทั้งยังจะสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมของโครงการทวาย ด้วยแรงดึงดูดด้านอัตราค่าแรงที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับไทย รวมถึงทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์

โครงการดังกล่าวยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น นักลงทุนที่สนใจยังคงต้องติดตามพัฒนาการของโครงการนี้ต่อไป ท่านสามารถติดตามเรื่องราวและอัพเดทข่าวคราวความคืบหน้าของโครงการดังกล่าว รวมทั้งโอกาสของธุรกิจไทยในเมียนมาร์ที่น่าสนใจได้ที่ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเมียนมาร์ (http://www.thaibizmyanmar.com) หนึ่งในเครือข่าย ThaiBiz ของเรา

ปรับปรุงข่าวจาก : http://www.nationmultimedia.com/business, http://www.thai-aec.com/

19 สิงหาคม 2558
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • เป็นที่รู้กันว่าไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นเรื่องการแพทย์และสาธารณสุขในระดับโลก โดยไทยสามารถดึงดูดผู้ใช้บริการจากทั่วโลกเข้ามารับการดูแลรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะผู้มีรายได้สูงจากตะวันออกกลางและญี่ปุ่น นอกจากนี้ การเปิดประชาคม ASEAN จะเป็นตัวเร่งให้โรงพยาบาลในไทยเริ่มตื่นตัวรับกระแสดังกล่าว รวมถึงการขยายสาขาออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา
  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเมียนมาปีนี้จะเติบโตถึง 8.5% จะเป็นจริงมากแค่ไหน ย้อนดูผลงานทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2558 คงจะพอบอกอะไรได้บ้าง
  • ขณะที่เมียนมาร์ได้กลายเป็นประเทศ “เนื้อหอม” สำหรับนักลงทุนทั่วโลก ชื่อ “ทวาย” ก็เริ่มเป็นที่คุ้นหูและหมายปองสำหรับนักลงทุนไทย
  • คนเมียนมาร์เข้าถึงมือถือครบ 100% ใน 6 ปี ผลสำรวจล่าสุดชี้ ชาวเมียนมาร์จะใช้มือถือครบทุกคนใน 6 ปี หลังรัฐบาลเปิดเสรีอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
  • การปฏิรูปทางเศรษฐกิจในพม่า ส่งผลต่อการปรับบรรยากาศการลงทุนและการเปิดคลังทรัพยากรมหาศาลเพื่อรองรับกระแสทุนนิยมและโลกาภิวัตน์ที่ถาโถมเข้าใส่เมียนมาร์อย่างต่อเนื่อง
  •         ตลาดอาเซียนถือเป็นตลาดใหม่ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงและรวดเร็ว โดยเฉพาะชาติที่เพิ่งเปิดประเทศอย่าง "เมียนมาร์" ซึ่งเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลก เพราะเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพซึ่งนักลงทุนที่เข้าไปในเมียนมาร์มากที่สุด คือ จีน รองลงมาเป็นญี่ปุ่น และไทยที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ