ค้าขายกับอินเดียยังไหว เมื่อมุมไบถูกกว่ากรุงเทพฯ
ค้าขายกับอินเดียยังไหว เมื่อมุมไบถูกกว่ากรุงเทพฯ
         
            ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยละ?
            
            ผลการสำรวจค่าครองชีพประจำปี 2558 จาก บริษัท Mercer  (Mercer’s 21st Annual Cost of Living Survey 2015) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางทรัพยากรมนุษย์และการเงินที่มีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลก พบว่า เมืองมุมไบเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในอินเดียโดยอยู่ในลำดับที่ 74 ของโลก แซงหน้าเมืองหลวงของประเทศอย่างกรุงนิวเดลีอย่างไม่เห็นฝุ่น
           
             โดยนิวเดลีอยู่ในลำดับที่ 132 การจัดลำดับในครั้งนี้ มุมไบกระโดดขึ้นมาถึง 66 อันดับเลยทีเดียว 

            ผลสำรวจของ Mercer ได้รับการยกย่องว่ามีความสมบูรณ์แบบและครอบคลุม โดยการสำรวจประจำปี 2015 นี้ บริษัทฯ ได้สำรวจจากเมืองทั้งหมด 207 เมือง ในทั้ง 5 ทวีปทั่วโลก และพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ กว่า 200 รายการ เช่น ค่าที่พักอาศัย การเดินทาง อาหาร เสื้อผ้า และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น โดยใช้ค่าครองชีพของนครนิวยอร์กเป็นตัวเปรียบเทียบ ลำดับที่ก้าวกระโดดของมุมไบมาจากปัจจัยสำคัญอย่างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว สภาวะเงินเฟ้อทั้งในภาคสินค้าและภาคบริการ รวมถึงเงินสกุลท้องถิ่นที่ผันผวนเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลล่าห์สหรัฐ

            สำหรับกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรภายใต้ผลสำรวจเดียวกัน ถือได้ว่ามีค่าครองชีพที่สูงกว่าเมืองมุมไบ กรุงเทพฯ ได้รับการจัดลำดับไว้ที่ 45 หมายความว่า หากใครสนใจไปค้าและลงทุนที่อินเดีย ต่อให้เป็นเมืองที่แพงที่สุดในอินเดียอย่างมุมไบก็ยังน่าสนใจ เพราะค่าครองชีพที่นั่นยังถูกกว่าไทยพอสมควรเลยทีเดียว

4 สิงหาคม 2558
แหล่งข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ