บุกตลาด Koyambedu ตลาดค้าส่งผลไม้เมืองเจนไน พบพ่อค้านำเข้าและขายปลีก-ส่งผลไม้ไทย
บุกตลาด Koyambedu ตลาดค้าส่งผลไม้เมืองเจนไน พบพ่อค้านำเข้าและขายปลีก-ส่งผลไม้ไทย
            อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน

            ด้วยความที่อินเดียมีการผลิตผลไม้ค่อนข้างมาก อีกทั้งยังมีอุปสงค์ของตลาดที่สูง โดยเฉพาะผู้ที่เคยเดินทางมายังอินเดียแล้ว จะสังเกตเห็นว่ามีร้านจำหน่ายผลไม้และน้ำผลไม้ตลอดแนวถนน เนื่องจากคนอินเดียมีอุปนิสัยที่จะต้องรับประทานผลไม้เป็นประจำทุกวัน ทำให้ตลาดการค้าขายผลไม้ในอินเดียเติบโตอย่างรวดเร็วและโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ของอินเดีย จะมีตลาดค้าส่งผลไม้กระจายตัวอยู่หลาย ๆ  แห่ง

            สำหรับเมืองเจนไน ไม่มีใครในเมืองเจนไน และไม่มีพ่อค้าผลไม้รายใดในรัฐทมิฬนาฑูและรัฐใกล้เคียงในอินเดียตอนใต้ที่ไม่รู้จักตลาดขายส่งผลไม้ Koyambedu Wholesale Market Complex ซึ่งถือเป็นตลาด ค้าส่งสินค้าผักผลไม้ที่ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในอินเดีย

            ตลาด Koyambedu แห่งนี้ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเมืองเจนไน มีพื้นที่รวมประมาณ 295 เอเคอร์ มีถนนไฮเวย์และเส้นทางรถไฟฟ้าเมืองเจนไนตัดผ่านด้านหน้า ภายในตลาดมีทั้งส่วนที่จำหน่ายผัก และส่วนที่จำหน่ายผลไม้ พวกผลไม้ที่เห็นมีจำหน่ายก็ได้แก่ พวกกล้วย มะม่วง สับปะรด และผลไม้ประเภทต่าง ๆ  ตามฤดูกาล วางกระจายอยู่ด้านหน้าและภายในร้านจำหน่ายปลีก-ส่งภายในตลาดจำนวนมากกว่า 3,000 ร้าน

            ดิฉันได้มีโอกาสพบกับพ่อค้านำเข้าผลไม้ไทย ซึ่งตั้งร้านอยู่ในตลาดแห่งนี้ ได้แก่ ร้าน Surya Imports & Exports ซึ่งเป็นผู้นำเข้าลำไยจากประเทศไทย ร้าน Sree Vignesh Impex ซึ่งเคยสั่งซื้อมังคุด ทุเรียน ลำไย และลูกมังกรจากประเทศไทย โดยผ่านพ่อค้าคนกลาง และร้าน Yuvan Export ซึ่งเคยนำเข้าลำไยและมังคุดจากประเทศไทย

            สำหรับผลไม้ไทยที่ร้านดังกล่าวสั่งนำเข้ามานั้น มาทั้งทางเรือและทางอากาศ โดยการสั่งผลไม้จะสั่งเป็นรายครั้ง ครั้งหนึ่งก็อย่างน้อย 400-500 กล่อง กล่องละประมาณ 10 กิโลกรัม แต่ละร้านที่กล่าวถึงจะมีลูกค้าที่เป็นทั้งพ่อค้าส่งและพ่อค้าปลีก อย่างร้าน Sree Vignesh Impex มีลูกค้าประมาณ 200 ราย จาก 4 รัฐทางตอนใต้ของอินเดีย ได้แก่ รัฐทมิฬนาฑู รัฐกรณาฏกะ รัฐเกรละ และรัฐอานธรประเทศที่จำหน่ายต่อไป

            พ่อค้าผู้นำเข้าอินเดียที่ตลาด Koyambedu เห็นว่า ตลาดผลไม้ไทย เช่น ลำไย น่าจะไปได้ดี เนื่องจากในอินเดียไม่มีปลูก และคนอินเดียเริ่มรับประทานลำไยมากขึ้น ขณะที่ผลไม้ไทย เช่น มังคุด สามารถทำตลาดได้ โดยพ่อค้าอินเดียจะสั่งซื้อมังคุดจากไทยเพื่อทดแทนมังคุดจากรัฐเกรละในช่วงที่ขาดตลาดหรือหมดฤดูกาล ซึ่งหากผู้ส่งออกไทยสามารถส่งออกมังคุดให้อินเดียได้ในช่วงหลังจากที่มังคุดในอินเดียหมดฤดูกาลได้ก็จะสามารถทำตลาดได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ พ่อค้าอินเดียยังมีความสนใจผลไม้ลูกมังกรจากไทยด้วย ซึ่งปัจจุบันได้นำเข้าจากเวียดนามเป็นหลัก

            อย่างไรก็ดี ผู้นำเข้าอินเดียแอบกระซิบว่า ลูกมังกรของเวียดนามอร่อยกว่าของไทย และมังคุดจากรัฐเกรละก็มีคุณภาพดี และรสชาดิอร่อยกว่าของไทย!!!

               ประเด็นสำคัญที่พ่อค้าอินเดียฝากผู้ส่งออกชาวไทยมาให้พิจารณาให้หนัก ๆ คือ เรื่องคุณภาพของสินค้า เนื่องจากมีหลายครั้งที่ต้องเจอะเจอประสบการณ์ที่คุณภาพไม่ตรงตามสั่ง คือ มีผลไม้เกรดอื่นปนมา หรือมีการติดเชื้อโรค หรือมีหนอนแมลงหวี่ติดมาบ้าง หรือฝ่ายไทยรับเงินไปแล้วเงียบหาย ทำให้ต้องสูญเสียเงินไปมาก เนื่องจากการทำธุรกิจเป็นการจ่ายเงินล่วงหน้า ไม่มีการเปิด L/C เลยมีหลายรายก่อนหน้านี้ เลิกนำเข้าผลไม้โดยตรงจากประเทศไทย และถ้าจะนำเข้า ก็จะนำเข้าผ่านพ่อค้าคนกลางเท่านั้น

            พ่อค้าผลไม้อินเดียบอกว่า เขากลัวที่จะนำเข้าผลไม้ไทย เนื่องจากเขาไม่เห็นข้างในกล่อง เพราะการนำเข้ามาแต่ละครั้งหลายร้อยกล่องไม่สามารถเปิดดูทุกกล่องได้ พอมาถึง ส่วนใหญ่เขานำส่งลูกค้าเลย ซึ่งหากผลไม้นำเข้ามีปัญหา จะทำให้เขาเสียลูกค้า และอีกอย่างคือ เขาไม่สามารถเคลมเงินคืนจากผู้ส่งออกไทยได้ จึงแนะนำว่า การส่งออกผลไม้ไทย น่าจะให้มีการประกันคุณภาพผลไม้ เช่นเดียวกับ ผู้ส่งออกผลจากออสเตรเลีย สหรัฐฯ และนิวซีแลนด์ด้วย ซึ่งจะทำให้เขามั่นใจในการสั่งซื้อผลไม้นำเข้าจากประเทศไทยมากขึ้น

            ในส่วนของภาครัฐ ผู้นำเข้าอินเดียฝากไว้ให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการพัฒนางานวิจัยว่า จะทำอย่างไรให้ผลไม้ไทยมีระยะเวลาในการวางบนหิ้งให้นานขึ้น เนื่องจากหลายครั้งหน่วยงานภาครัฐอินเดียใช้เวลาตรวจสอบผลไม้นำเข้าหลายวัน ทำให้หลายครั้ง ผลไม้อาจเน่าเสียได้ หรือทำให้น้ำหนักผลไม้ลดลง และฝากขอให้ลดราคาค่าขนส่งทางอากาศลง ซึ่งจะทำให้ราคาผลไม้ถูกลง และดึงดูดให้ลูกค้าอินเดียรับประทานผลไม้ไทยเพิ่มขึ้น

            พบผู้นำเข้าผลไม้อินเดียคราวนี้ ทำให้ทราบว่า โอกาสของผลไม้ไทยในอินเดียยังมีอีกมาก ขอเพียงแต่ผู้ส่งออกของไทย พัฒนาคุณภาพและมีความซื่อสัตย์สุจริต นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐ ยังมีบทบาทสำคัญในการวิจัยพัฒนาคุณภาพผลไม้ไทยซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้การส่งออกผลไม้ไทยขยายตัวในตลาดอินเดียมากขึ้นด้วย


ขอบคุณรูปภาพจาก: http://www.thaiembassy.org/chennai/th/news/4112/58545-บุกตลาด-Koyambedu-ตลาดค้าส่งผลไม้เมืองเจนไน-พบพ่อค.html
28 กรกฎาคม 2558
แหล่งข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน
โดย: ดร.พรพิมล สุคันธวณิช

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ