“Post-Summit Briefing” ชูประเด็นวิกฤติเศรษฐกิจกรีซเป็นหลัก
“Post-Summit Briefing” ชูประเด็นวิกฤติเศรษฐกิจกรีซเป็นหลัก
            The European Policy Centre (EPC) ได้จัดสัมมนาหัวข้อ “Post-Summit Briefing” เพื่อวิเคราะห์ผลการประชุมสุดยอด Euro Summit เมื่อ 22 มิถุนายน 2558 และการประชุมคณะมนตรียุโรป (European Council) เมื่อ 25 – 26 มิถุนายน 2558 โดยมีนาย Janis A. Emmanouilidis (ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาวิจัยของ EPC) และนาย Matthias Krupa (ผู้สื่อข่าวประจำกรุงบรัสเซลส์ของหนังสือพิมพ์ Die Zeit) เป็นวิทยากรร่วม ดำเนินการสัมมนาโดยนาย John Wyles (ที่ปรึกษาอาวุโสของ EPC) ชูประเด็นด้านปัญหาหนี้สินของกรีซและสถานการณ์ทางการเมืองหลังการประชุม Euro Summit เป็นหลัก มีสาระสำคัญ ดังนี้

            1. ผลกระทบจากปัจจัยทางการเมืองภายในต่อสถานการณ์ทางการเมืองระดับสหภาพฯ

                นาย Krupa กล่าวว่า การนำเสนอต้นเหตุและพัฒนาการของวิกฤตของกรีซในปัจจุบันต้องใช้ความระมัดระวังและไม่ควรมองว่าเป็นประเด็นความชอบธรรมตามหลักการประชาธิปไตยในการปฏิเสธเงื่อนไขนโยบายรัดเข็มขัดจากฝ่ายเจ้าหนี้ตามที่รัฐบาลภายใต้การนำของพรรค Syriza นำเสนอ โดยได้วิเคราะห์ว่า รัฐบาลของนาย Alexis Tsipras นายกรัฐมนตรีของกรีซ ไม่ได้มีความพยายามที่แท้จริงที่จะบรรลุข้อตกลงในการแก้ปัญหาหนี้สินด้วยการประนีประนอมกัน ในขณะเดียวกัน ภาวะผู้นำทางการเมืองระดับสหภาพฯ ของเยอรมนีก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก ซึ่งนับเป็นความท้าทายที่ยากลำบากที่สุดของนายกรัฐมนตรีเยอรมนีตลอดวาระการดำรงตำแหน่งมาเป็นเวลากว่า 10 ปี อย่างไรก็ตาม นาย Emmanouilidis เห็นว่า การที่วิกฤตของกรีซดำเนินมาถึงทางตันในขณะนี้มีสาเหตุมาจากทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีความไว้ใจซึ่งกันและกัน แต่เห็นด้วยว่า นาง Merkel ขาดทุนทางการเมืองในประเทศไปกับความพยายามเจรจากับนาย Tsipras อย่างมาก

            2. ความเสี่ยงที่กรีซจะต้องออกจากเขตสกุลเงินยูโรหรืออียู

                หลังจากความล้มเหลวที่จะหาข้อสรุปในที่ประชุม Euro Summit นาย Emmanouilidis กล่าวว่า กรีซไม่สามารถชำระหนี้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้อย่างแน่นอน และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการเริ่มต้นของวิกฤตการเงินของธนาคารในกรีซ และอาจนำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันหรือสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ที่กรีซต้องนำเข้าในที่สุด นอกจากนี้ นาย Emmanouilidis ยังเห็นว่า ผลกระทบจากการไม่สามารถชำระหนี้ IMF ของกรีซต่อความสามารถในการเข้าถึงกลไกให้ความช่วยเหลือ European Financial Stabilisation Facility จะไม่รุนแรงมากนัก แต่ในชั้นนี้ กรีซไม่น่าที่จะหาทางออกสำหรับปัญหาของกรีซในระยะยาวได้ ในขณะที่ ระยะสั้น ทุกฝ่ายควรที่จะพยายามให้ความช่วยเหลือกรีซให้เป็นสมาชิก อียูได้ต่อไป

             3. การคาดการณ์ผลการลงประชามติของกรีซ

                 นาย Emmanouilidis กล่าวว่า หลังจากนายกรัฐมนตรีของกรีซประกาศว่า รัฐบาลจะจัดให้ประชาชนชาวกรีซลงประชามติเกี่ยวกับเงื่อนไขของโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินโดยฝ่ายเจ้าหนี้ของกรีซ แหล่งข่าวต่างๆ รายงานว่า นายกรัฐมนตรีของเยอรมนีได้พยายามให้นายกรัฐมนตรีของกรีซเปลี่ยนใจ หรือหากกรีซยังคงยืนยันที่จะจัดทำประชามติ คำถามสำหรับการลงประชามติก็ควรมีความชัดเจนว่า กรีซจะยังคงต้องการที่จะอยู่ในเขตสกุลเงินยูโรต่อไปหรือไม่ แทนคำถามที่มีความซับซ้อนและยากที่ประชาชนทั่วไปจะเข้าใจได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีกรีซยืนกรานที่จะให้ประเด็นการยอมรับเงื่อนไขจากฝ่ายเจ้าหนี้เป็นคำถามในการลงประชามติ อย่างไรก็ตาม หากผลการลงประชามติเป็นการยอมรับเงื่อนไขของฝ่ายเจ้าหนี้ รัฐบาลกรีซจะประสบปัญหาอย่างมากในการดำรงอยู่ในตำแหน่งต่อไป แต่หากผลการลงประชามติเป็นการปฏิเสธเงื่อนไข นาย Emmanouilidis คาดว่า สถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายกว่าการยอมรับเงื่อนไข โดยรัฐบาลภายใต้การนำของพรรค Syriza ควรจะอธิบายแผนการหรือขั้นตอนต่อไป

            4. ท่าทีของประธานคณะกรรมาธิการยุโรป

                นาย Krupa เห็นว่า คำกล่าวของนาย Jean-Claude Juncker ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และการเผยแพร่สถานะของการเจรจาระหว่างฝ่ายเจ้าหนี้กับกรีซครั้งสุดท้าย มีนัยทางการเมืองที่สำคัญเนื่องจากเป็นการแสดงถึงความไม่ไว้ใจรัฐบาลกรีซในการสื่อสารกับประชาชนของกรีซ ในขณะเดียวกัน นาย Emmanouilidis เห็นว่า คำกล่าวของประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ชี้ให้เห็นถึงความรู้สึกส่วนตัวของนาย Juncker ที่ไม่ไว้วางใจการทำหน้าที่ของนาย Tsipras ในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่นาย Emmanouilidis ก็กล่าวด้วยว่า คำแถลงสื่อมวลชนของนาย Juncker เป็นการกล่าวโทษฝ่ายอื่น ซึ่งเป็นลักษณะความเชี่ยวชาญทางการเมืองในระดับสหภาพ รวมทั้งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของนาย Juncker

            5. ประเด็นอื่น ๆ

                การสัมมนาได้วิเคราะห์การจัดทำประชามติในประเด็นสมาชิกภาพอียูของสหราชอาณาจักร โดยนาย Krupa กล่าวว่า การเรียกร้องการเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาว่าด้วยการดำเนินการของสหภาพยุโรป (Treaty on the Functioning of the European Union) ของนาย David Cameron ในช่วงเวลานี้นับเป็นช่วงเวลาที่ไม่น่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้นำอื่นๆ โดยที่ประชุมของคณะมนตรียุโรปได้ตัดสินใจที่จะหารือประเด็นนี้อีกครั้งในเดือนธันวาคม 2558

            6. ช่วงถาม – ตอบ

                นาย Krupa ตอบคำถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของอียู โดยวิเคราะห์ว่า การเรียกร้องนโยบายรัดเข็มขัดเพียงอย่างเดียวเป็นการดำเนินนโยบายอย่างสุดขั้วเกินไป แต่ในที่สุดแล้วประเทศสมาชิกต้องคำนึงถึงความสามารถในการแข่งขันซึ่งสอดคล้องกับการปฏิรูปเศรษฐกิจ แต่นาย Emmanouilidis แย้งว่า ตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจโลกหลัง Lehman Brothers ล้มละลาย อียูยังไม่เคยมีโอกาสดำเนินนโยบายทางเลือกอื่นๆ โดยประเด็นความยั่งยืนในความสามารถชำระหนี้ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งการปฏิเสธที่จะปรับโครงสร้างหนี้ด้วยการยกหนี้บางส่วนให้แก่กรีซเป็นความผิดพลาดของฝ่ายเจ้าหนี้

               อย่างไรก็ตาม มีผู้เข้าร่วมการสัมมนาแสดงความเห็นว่า การวิเคราะห์ดังกล่าวของนาย Emmanouilidis เป็นการมองเพียงข้างเดียว โดยนโยบายที่ประเทศอื่นๆ หรือรัฐบาลชุดที่แล้วของกรีซได้ดำเนินตามเงื่อนไขได้ให้ผลลัพธ์ตามที่ได้วางแผนไว้ และแม้ว่าสถานการณ์เศรษศฐกิจของแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน นโยบายอื่นๆ อาทิ การชำระหนี้โดยอิงจากอัตราการเติบโตเศรษฐกิจก็น่าจะเป็นนโยบายที่ดีกว่าการยกหนี้ ซึ่งนาย Krupa กล่าวเสริมด้วยว่า ในช่วงก่อนการเลือกตั้งของกรีซ แนวทางปฏิบัติทางการเมืองของนาย Tsipras แสดงถึงความพยายามที่จะบริหารจัดการความคาดหวังของมวลชนไม่ให้สูงเกินไปได้เป็นอย่างดี แต่หลังจากการได้รับเลือกตั้งแล้ว นาย Tsipras เปลี่ยนแนวทางปฏิบัติดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง


ขอบคุณรูปภาพจาก: http://picpost.postjung.com/215894.html
14 กรกฎาคม 2558
แหล่งข้อมูล: http://www2.thaieurope.net

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ