กางนโยบายอุตสาหกรรมของรัฐเตลังคานา รัฐน้องใหม่ รัฐที่ 29 ของอินเดีย
กางนโยบายอุตสาหกรรมของรัฐเตลังคานา รัฐน้องใหม่ รัฐที่ 29 ของอินเดีย

รัฐเตลังคานาเป็นรัฐน้องใหม่รัฐที่ 29 ของอินเดีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 โดยรัฐเตลังคานาแยกออกมาจากรัฐอานธรประเทศ ภายหลังการเรียกร้องทางการเมืองให้มีการแบ่งแยกรัฐมานานตลอด 50 ปีที่ผ่านมา

รัฐน้องใหม่อย่างเตลังคานา (Telangana) เพิ่งฉลองครบรอบ 1 ปี การสถาปนารัฐเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาที่เมืองไฮเดอราบัด (Hyderabad) ซึ่งจะเป็นเมืองหลวงร่วมระหว่างรัฐเตลังคานากับรัฐอานธรประเทศต่อไปอีก 9 ปี ระหว่างที่รอรัฐอานธรประเทศสร้างเมืองหลวงของรัฐใหม่ที่เมืองอมราวดี (Amaravathi)

ปัจจุบัน รัฐเตลังคานา มีพื้นที่รวม 114,840 ตารางกิโลเมตร หรือมีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 12 ของรัฐทั้งหมดในอินเดีย มีประชากรรวมประมาณ 35 ล้านคน มีเขตอำเภอ (District) ที่ปกครองรวม 10 อำเภอ

พื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐเตลังคานาอยู่บนที่ราบสูงเดคคาน แต่มีแม่น้ำสำคัญไหลผ่าน คือ แม่น้ำโคธาวารี (Godavari) และแม่น้ำกฤษณะ (Krishna) ทำให้มีพื้นที่เหมาะสมสำหรับการทำการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกพืชเศรษฐกิจพวกข้าว ฝ้าย และอ้อย ขณะเดียวกัน รัฐเตลังคานาก็เป็นหนึ่งในบรรดารัฐที่ส่งออกสินค้าด้าน IT ระดับต้น ๆ ของอินเดียด้วย

ภายหลังการจัดตั้งรัฐขึ้นใหม่เรียกได้ว่ามีปัญหาท้าทายที่รออยู่มากมายสำหรับรัฐนี้ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า จะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจรัฐเตลังคานาเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไปโดยไม่สะดุด

สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลรัฐเตลังคานามองว่าจำเป็นอย่างเร่งด่วน คือ การคลอดนโยบายอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางและเป้าหมายทางเศรษฐกิจของรัฐน้องใหม่นี้ ว่าจะมุ่งหน้าไปทางใด และจะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนให้มาลงทุนในรัฐเตลังคานาได้อย่างไร

นาย K Chandrasekhar Rao มุขมนตรีแห่งรัฐเตลังคานาได้เปิดตัวนโยบายอุตสาหกรรมของรัฐเตลังคานา โดยมีบรรดานักธุรกิจชั้นนำ นักอุตสาหกรรมหลากหลายสาขาจากทั่วอินเดียกว่า 2,000 คน เข้าร่วมรับฟังเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา

นโยบายอุตสาหกรรมของเตลังคานา หรือที่เรียกว่า Telangana Industrial Policy 2015 ได้กำหนดเป้าหมายอุตสาหกรรมที่จะได้รับการส่งเสริมการลงทุนและสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรต่อการลงทุนภายในรัฐ

อุตสาหกรรม 14 สาขาที่รัฐเตลังคานาตั้งเป้าส่งเสริม ได้แก่ อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ ไอที วิศวกรรมการบิน การแปรรูปอาหาร วิศวกรรมและสินค้าทุน ยานยนต์ สิ่งทอ พลาสติก อัญมณี เครื่องใช้ในครัวเรือน พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานสีเขียว เหมืองแร่และป่าไม้ การขนส่งและโลจิสติกส์

นอกจากนี้ นโยบายอุตสาหกรรมดังกล่าวตั้งเป้าที่จะก่อตั้งระเบียงอุตสาหกรรม 6 แห่งใน รัฐเตลังคานา และรัฐบาลพร้อมจะจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบกิจการอุตสาหกรรมให้อีก 60,000 เอเคอร์ รวมถึงจัดหาไฟฟ้า ประปา ถนน ให้ครบสรรพ

สำหรับไฮไลท์สำคัญของนโยบายอุตสาหกรรมของรัฐในปีนี้ คือ การสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรต่อการลงทุนและทำธุรกิจ

โดยรัฐเตลังคานาประกาศแผนจะจัดตั้ง Telangana State Industrial Project Approval and Self – certificate System (TS-iPASS) ซึ่งจะทำหน้าที่เสมือนเป็น Single Window Clearance ในการดำเนินการตั้งแต่ขออนุมัติการลงทุน เสียค่าธรรมเนียม และติดต่อกับเจ้าหน้าที่ด้านการส่งเสริมการลงทุนของรัฐโดยใช้ระบบออนไลน์

ภายใต้ TS-iPASS อุตสาหกรรมที่จัดเป็นอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายสีเขียว เช่น อุตสาหกรรม หีบห่อ อิเล็คทรอนิกส์ สิ่งพิมพ์ โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ เป็นต้น จะสามารถได้รับการอนุมัติการลงทุนภายใน 1 วันเท่านั้น หากเป็นอุตสาหรรมที่เข้าข่ายสีส้ม เช่น อุตสาหกรรมยา แปรรูปอาหาร วิศวกรรม เป็นต้น จะสามารถได้รับการอนุมัติการลงทุนภายใน 3 สัปดาห์ แต่ถ้าเป็นอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายสีแดง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ วิศวกรรมหนัก กระจก ผลิตภัณฑ์นม เป็นต้น จะสามารถได้รับการอนุมัติการลงทุนภายใน 1 เดือน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางรัฐบาลเตลังคานายังประกาศชัดเจนว่า หากมีเจ้าหน้าที่คนใดถ่วงเวลาการพิจารณาโครงการการลงทุนโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอจะต้องได้รับการลงโทษ เช่น ปรับวันละ 1 พันรูปี

คงต้องให้กำลังใจและลุ้นกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของรัฐน้องใหม่นี้ต่อไป ว่าจะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐให้มีความแข็งแกร่งและดึงดูดนักลงทุนให้เพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด

ทั้งนี้ หากนักลงทุนไทยท่านใดสนใจเรื่องนโยบายอุตสาหกรรมของรัฐเตลังคานาและสิทธิ พิเศษที่จะได้รับสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของรัฐบาลรัฐเตลังคานาที่ http://www.telangana.gov.in/

14 กรกฎาคม 2558
แหล่งข้อมูล: ดร. พรพิมล สุคันธวณิช สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ