มุมไบ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในอินเดีย
มุมไบ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในอินเดีย
             ผลสำรวจค่าครองชีพประจำปี 2558 (Mercer’s 21st Annual Cost of Living Survey 2015) จัดทำโดยบริษัท Mercer ระบุว่า มุมไบเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในอินเดีย โดยมีปัจจัยสนับสนุน 3 ประการได้แก่ 1) การเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว 2) สภาวะเงินเฟ้อของสินค้าและบริการ และ 3) ความมีเสถียรภาพของค่าเงินรูปีต่อดอลล่าร์สหรัฐ

            อันดับค่าครองชีพของมุมไบไต่ระดับขึ้นจากปีที่แล้วในอันดับที่ 140 ขึ้นมาอันดับที่ 74 สูงขึ้นจากเดิมถึง 66 อันดับ และหากเทียบกับเมืองสำคัญอื่น ๆ ในอินเดียแล้ว อันดับค่าครองครองชีพ ในมุมไบถือว่าสูงที่สุด โดยกรุงนิวเดลี อยู่ในอันดับที่ 132 เจนไน อันดับที่ 157 บังกาลอร์ อันดับที่ 183 และกัลกัตตา อันดับที่ 193 ในขณะเดียวกันเมืองขนาดใหญ่หลายแห่งในยุโรปและอเมริกายังถูกจัดอันดับต่ำกว่ามุมไบ เช่น ดัลลัส อันดับที่ 77 มิวนิค อันดับที่ 87 ลักเซมเบิร์ก อันดับที่ 98 แฟรงค์เฟิร์ต อันดับที่ 98 และ แวนคูเวอร์ อันดับที่ 119

            บริษัท Mercer ชี้ว่าสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองและเศรษฐกิจ เป็นตัวแปรสำคัญ ที่ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของแต่ละประเทศผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของชาวต่างชาติ นอกจากนั้น การขาดเสถียรภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์และสภาวะเงินเฟ้อก็มีส่วนสำคัญในการกำหนดมูลค่าการทำธุรกิจในแต่ละเมือง

            ปัจจุบัน บริษัทข้ามชาติอินเดียเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์การเมืองและเศรษฐกิจของแต่ละประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้บริษัทมีข้อมูลในการกำหนดสวัสดิการที่เหมาะสมแก่พนักงานของตนที่จะต้องไปประจำการในต่างแดน

            ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือบริษัทอินเดียที่เข้าไปลงทุนในประเทศกลุ่มเครือรัฐเอกราช จะติดตามการลดลงของค่าเงินรูเบิลรัสเซียเมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐ รวมทั้ง ราคาน้ำมันตกต่ำ และมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป โดยความผันผวนของค่าเงินจะเป็นเกณฑ์ ในการกำหนดค่าครองชีพของชาวต่างชาติ

            สำหรับเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดติดต่อกันเป็นปีที่ 3 คือ กรุงลูอันดา ประเทศแองโกลา ติดตามด้วยฮ่องกง (อันดับที่ 2) ซูริค (อันดับที่ 3) สิงคโปร์ (อันดับที่ 4) และเจนีวา (อันดับที่ 5) ส่วนกรุง เทลอาวีฟติดอันดับที่ 18 โดยเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในตะวันออกกลาง

            บริษัท Mercer เป็นบริษัทที่ปรึกษาทางด้านทรัพยากรมนุษย์และการเงิน มีสาขาอยู่ใน 40 ประเทศทั่วโลก และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครนิวยอร์ก ซึ่งผลสำรวจของ Mercer ได้รับการยกย่องว่ามีความสมบูรณ์แบบและครอบคลุม โดยการสำรวจค่าครองชีพประจำปี 2015 บริษัทได้สำรวจทั้งหมด 207 เมือง จาก 5 ทวีปทั่วโลก โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ กว่า 200 รายการ เช่น ค่าที่พักอาศัย การเดินทาง อาหาร เสื้อผ้า และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น และใช้ค่าครองชีพของนครนิวยอร์กเป็นตัวเปรียบเทียบ

ขอบคุณรูปภาพจาก: http://sameaf.mfa.go.th/th/business-center/detail.php?ID=2323
10 กรกฎาคม 2558
แหล่งข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ
โดย: น.ส. มีนา กลการวิทย์

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ