การดำเนินนโยบายทางสังคมของคณะกรรมาธิการยุโรป
การดำเนินนโยบายทางสังคมของคณะกรรมาธิการยุโรป
             เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2558 คณะกรรมาธิการยุโรป ได้จัดให้มีการอภิปรายในประเด็นเรื่อง การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับนโยบายด้านสังคมของสหภาพยุโรป ที่เมือง Strasbourg ตามนโยบายที่ นาย Junker ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้เน้นย้ำถึงความเท่าเทียมในสังคม และการผลักดันเรื่องของระบบเศรษฐกิจตลาดของสหภาพยุโรป ผลที่ได้จากการอภิปรายในครั้งนี้จะนำเข้าสู่กำหนดการการทำงานของคณะกรรมาธิการยุโรปต่อไป

            นาย Valdis Dombrovskis รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า ถึงแม้ในขณะนี้เศรษฐกิจของสหภาพยุโรปมีการเจริญเติบโต แต่จำนวนของผู้ที่ว่างงานยังคงอยู่ในระดับสูง หน้าที่ของคณะกรรมาธิการยุโรปคือการผสานเอานโยบายที่มีความแข็งแกร่งในด้านเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถแก้ไขปัญหาทางสังคมได้ นอกจากนี้ นาง Marianne Thyssen หนึ่งในคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า แม้ว่าระบบเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปกำลังฟื้นตัว แต่ประชาชนในสหภาพยุโรปก็ยังไม่รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ เป้าหมายของคณะกรรมาธิการคือ มุ่งเร่งรัดแก้ไขปัญหาและทำให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น เวทีอภิปรายได้กล่าวถึงเครื่องมือในการนำเอานโยบายต่างๆที่สหภาพยุโรปมีมาปรับใช้ให้เหมาะสม โดยสรุปดังนี้ Better coordination of policies: จากวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ ทำให้การจัดการด้านเศรษฐกิจของยุโรปมีความรัดกุมมากขึ้นและยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

            เวทีอภิปรายเห็นควรว่ากลุ่มประเทศสมาชิกที่มีการใช้สกุลเงินยูโรร่วมกันควรจะเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปสหภาพ เศรษฐกิจ และการเงินของยุโรป (Economic and Monetary Union) Strengthening the involvement of social partners: ควรต้องมีการหารือเพื่อร่วมงานกับภาคเอกชนในสหภาพยุโรป ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการสนับสนุนผู้ประกอบการ ด้านนโยบายการค้า และการจัดสรรทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะในแต่ละด้านตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน Modernising EU employment and social legislation: การออกกฎหมายของสหภาพยุโรปต้องได้รับการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ครอบคลุมในด้านเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากแรงงานส่วนใหญ่ในสหภาพยุโรปต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือแรงกดดันจากธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่ ประชาชนในสหภาพยุโรปจึงต้องได้รับการคุ้มครองเมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงไป EU financing instruments: มีการควบคุมระบบการเงินของสหภาพยุโรป โดยมีระบบที่แข็งแรง มีการจัดตั้ง European Social Fund ซึ่งสามารถช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาการว่างงาน ความยากจนได้โดยตรง มีการช่วยเหลือ พัฒนาศักยภาพเพื่อรองรับงานต่างๆ รวมไปถึงการช่วยเหลือกลุ่มเยาวชนที่ต้องการจะทำงาน

            คณะกรรมาธิการยุโรปได้ดำเนินโครงการต่างๆ ตามกำหนดไว้ในตารางเวลา โดยมีโครงการที่ได้ดำเนินการแล้ว อาทิเช่น การเปิดตัววางแผนการลงทุนเพื่อยุโรป เพื่อขยายอัตราการจ้างงานในกลุ่มเยาวชน

30 มิถุนายน 2558

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ