“BRICS” ความสำเร็จของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจโลก
“BRICS” ความสำเร็จของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจโลก

เมื่อเอ่ยถึง... การรวมตัวของกลุ่มประเทศขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นขนาดของพื้นที่หรือจำนวนประชากรที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วนั้น คลื่นลูกใหม่มาแรง ณ เวลานี้คงไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก "BRICS" กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Emerging Economies) ที่ได้ก้าวขึ้นมา มีบทบาทสำคัญในเวทีโลกทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ BRICS จะประชุมสุดยอดประจำปีต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 7 ที่เมือง Ufa ของสหพันธรัฐรัสเซีย

ย้อนมองความสำเร็จจากการประชุมสุดยอด BRICS ครั้งที่ 6 เมื่อปีที่ผ่านมา ณ เมือง Fortaleza ทางตอนเหนือของบราซิล ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ขอหยิบยกบทความที่น่าสนใจจากดินแดนแซมบ้ามาฝากกัน บทความดังกล่าวเขียนโดยนาย José Alfredo Graça Lima รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศของบราซิลที่ดูแลภูมิภาคเอเชีย-โอเชียเนียและกลไกความร่วมมือระหว่างภูมิภาคอย่าง FEALAC G15 ซึ่งเป็น การวิเคราะห์ BRICS จากมุมมองของบราซิล โดยได้แถมข้อมูลเบื้องหลังและความเป็นมาของ การริเริ่มความร่วมมือทางการเงินระหว่างประเทศภายใต้ BRICS เอาไว้ด้วย

"BRICS" มีจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2544 จากแนวคิดของนาย Jim O’Neill นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคาร Goldman Sachs ซึ่งได้วิจัยการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของบราซิล (B) รัสเซีย (R) อินเดีย (I) และจีน (C) ทั้งในแง่ส่วนแบ่งของตลาดสินค้า ดินแดน และประชากร อย่างไรก็ดี ในสมัยนั้นยังไม่ได้มีการคาดการณ์ว่าจะประเทศยักษ์ใหญ่ที่กล่าวมาจะรวมกลุ่มกันได้อย่างเข้มแข็งเช่นในปัจจุบัน

ในปี 2549 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิก BRIC (ยังไม่มีแอฟริกาใต้) ได้ประชุมครั้งแรกอย่างไม่เป็นทางการ คู่ขนานกับการประชุมอภิปรายทั่วไปของการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ โดยใช้ BRIC เป็นกลไกความร่วมมือที่สำคัญระหว่างสมาชิกโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและการเงิน การประชุมสุดยอด BRIC เกิดขึ้นทุกปีนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และเมื่อแอฟริกาใต้ได้เข้ามาเป็นสมาชิกในปี 2554 ก็ได้ทำให้การรวมกลุ่มของห้าเพชรเม็ดงาม "BRICS" สมบูรณ์ยิ่งขึ้น “BRICS” ได้ทวีความสำคัญของบทบาทเชิง "การทูตการเมือง" (Political-diplomatic institution) ในเวทีระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น

แม้ว่าประเทศทั้งห้าจะมีความแตกต่างกัน แต่ก็มีความท้าทายและโอกาสที่คล้ายคลึงกันในฐานะประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศเหล่านี้ยังมีการดำเนินนโยบายการต่างประเทศอย่างอิสระ มีบทบาทสำคัญและเป็นผู้นำในภูมิภาคของตน รวมถึงมีส่วนร่วมในประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศ อาทิ การปฏิรูปคณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ ความมั่นคงทางอาหาร ส่วนประเด็นความร่วมมือในกลุ่มประเทศ BRICS เองก็มีกว่า 30 สาขา ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ประเด็นการค้า พลังงาน เกษตรกรรม กีฬา ไปจนถึงยาเสพติด การดำเนินงานระหว่างรัฐบาลของประเทศสมาชิกนั้นก็เป็นไปอย่างบูรณาการโดยได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาสังคมทั้งภาคธุรกิจและภาควิชาการของแต่ละประเทศด้วย

การประชุมสุดยอด BRICS ครั้งที่ 6 มีผลสำเร็จสำคัญโดยได้บรรลุเป้าหมายหลัก 2 ประการ ได้แก่ (1) การริเริ่มจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาของกลุ่ม BRICS (New Development Bank) และ (2) การบรรลุข้อตกลงจัดตั้งกองทุนเงินสำรองกรณีฉุกเฉิน (Contingent Reserve Arrangement – CRA) ซึ่งแสดงให้เห็นนัยสำคัญของการไว้วางใจกันและความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการพัฒนาที่ยั่งยืนในกลุ่มประเทศทั้งห้า

ผลสำเร็จของการประชุมฯ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบราซิล เนื่องจากตอบสนองต่อเรื่องที่บราซิลสนใจโดยตรง ธนาคารเพื่อการพัฒนามีส่วนช่วยระดมและจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่การจัดตั้งกองทุนเงินสำรองกรณีฉุกเฉินเป็นเสมือนเครื่องมือที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงให้บราซิลจากวิกฤติเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ พัฒนาการอันสำคัญนี้ช่วยประกันการพัฒนาแก่บราซิลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

"กระบวนการสร้างสถาบันอย่างค่อยเป็นค่อยไปของ BRICS นั้น แสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ร่วมกันของสมาชิกทั้งห้าที่ต้องการแสวงหาผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ไม่เฉพาะแต่สำหรับ BRICS เองเท่านั้น แต่รวมถึงประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ด้วย" นาย José Alfredo Graça Lima ได้ทิ้งท้ายเอาไว้จากการประชุมครั้งที่แล้ว ในการประชุมสุดยอด BRICS ครั้งที่ 7 ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ไทยคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า BRICS จะสร้างแรงกระเพื่อมอะไรใหม่ ๆ อีกบ้าง

29 มิถุนายน 2558
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ได้จัดกิจกรรมสาธิตการประกอบอาหารไทยแก่ผู้แทนร้านอาหารเอเชียในกรุงบราซิเลียจำนวน 10 ร้าน ณ โรงแรม Royal Tulip Brasilia Alvorada กรุงบราซิเลีย โดยมีแม่ครัวประจำทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ เป็นวิทยากร ในโอกาสนี้ นายธีระพงษ์ วนิชชานนท์ อัครราชทูตที่ปรึกษา ในฐานะอุปทูต ได้กล่าวเปิดกิจกรรมฯ โดยชี้แจงวัตถุประสงค์ของกิจกรรมฯ ที่ต้องการประชาสัมพันธ์อาหารไทยแท้รสชาติดั้งเดิม รวมถึงวัตถุดิบและเครื่องปรุงไทยให้เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวบราซิล ทั้งยังได้กล่าวถึงจุดเด่นและเสน่ห์ของอาหารไทยซึ่งมีชื่อเสียงในระดับโลก<br />
    <br />
    แม่ครัวฯ ได้สาธิตการประกอบอาหารไทย 4 รายการ ได้แก่ ปอเปี๊ยะทอด พะแนงเนื้อ ผัดไทยกุ้งสด และก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น ทั้งนี้ ร้าน Mikami ร้านจำหน่ายเครื่องปรุงและวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเอเชียที่เป็นที่รู้จักในกรุงบราซิเลียได้ให้การสนับสนุนเครื่องปรุงแก่ สอท. สำหรับจัดกิจกรรมดังกล่าวด้วย<br />
    <br />
    การจัดกิจกรรมดังกล่าวประสบผลสำเร็จด้วยดี โดยผู้แทนร้านอาหารต่าง ๆ ได้ทราบรสชาติและวิธีการปรุงอาหารไทยแท้รสชาติดั้งเดิม ทั้งยังแสดงความสนใจที่จะนำเมนูอาหารไทยไปปรับเพิ่มในเมนูของร้านตน ทั้งนี้ สอท. คาดว่าการจัดกิจกรรมฯ จะช่วยกระตุ้น/สนับสนุนการสร้าง “กระแสนิยมอาหารไทยในบราซิล” โดยเฉพาะในกรุงบราซิเลีย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการร้านอาหารไทยอย่างเป็นกิจจะลักษณะ
  • วันที่ 31 สิงหาคม – 2 กันยายน 2560 นายสุรศักดิ์ สุภารัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลียพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย เดินทางเยือนเมืองโกยาเนีย รัฐโกยาส เพื่อจัดการสัมมนาส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวไทย – บราซิล ให้แก่สมาชิกสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องของรัฐ และในโอกาสดังกล่าวเอกอัครราชทูตฯ และคณะได้พบกับผู้ว่าการรัฐโกยาส รวมทั้งหารือกับสมาคมผู้ประกอบการยางพาราเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในอุตสาหกรรมการแปรรูปยางพารา นอกจากนั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งรัฐโกยาสจัดงาน Thailand Gala Dinner in Goiás เพื่อประชาสัมพันธ์อาหารไทยในบราซิลด้วย  
  • งานเทศกาลไทยในบราซิลครั้งแรก
  • เอกอัครราชทูตฯ เข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์และอาหารแห่งบราซิล
  • ระหว่างวันที่ 8 – 10 สิงหาคม 2560 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและคณะเยือนบราซิล

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ