สรุปสถานการณ์ตลาดกุ้งสหรัฐอเมริกา
สรุปสถานการณ์ตลาดกุ้งสหรัฐอเมริกา

USFDA กำลังตรวจจับกุ้งแช่เยือกแข็งนำเข้าที่มีการเจือปนสกปรก ในปี 2014 ทั้งปี กุ้งแช่เยือกแข็งที่ถูก USFDA ปฎิเสธการนำเข้าสหรัฐฯ (import refusal) มีจำนวน 208 รายการ ตามที่ระบุบนเอกสารนำเข้า (entry lines) ด้วยเหตุผลว่ามียาปฏิชีวนะต้องห้ามตกค้างอยู่ในสินค้า เป็นอัตราการปฏิเสธนำเข้าที่สูงกว่าในระยะสามปีก่อนหน้านั้น

เมื่อเริ่มต้นปี 2015 จำนวนสินค้ากุ้งแช่เยือกแข็งที่ถูกปฏิเสธการนำเข้าด้วยเหตุผลนี้ยังคงมีจำนวนพุ่งสูงขึ้น ในระยะห้าเดือนแรกของปี 2015 USFDA ปฏิเสธการนำเข้าไปแล้ว 203 รายการตามที่ระบุบนเอกสารนำเข้า (entry lines) นับได้ว่าการปฏิเสธนำเข้ากุ้งในขณะนี้มีจำนวนที่สูงทำสถิติในรอบ 10 ปี

ในระยะห้าเดือนแรกของปี 2015 จำนวนกุ้งนำเข้าจากมาเลเซียและอินเดียถูกปฏิเสธการนำเข้า ด้วยเหตุผลที่ว่ามีการตกค้างของยาปฏิชีวนะต้องห้าม (nitrofurantoin) มากกว่าทุกประเทศและมากกว่าการนำเข้าจากมาเลเซียในปีก่อนๆ ในจำนวนกุ้งนำเข้า 58 รายการ ตามที่ระบุบนเอกสารนำเข้าในเดือนพฤษภาคม 2015 จำนวน 45 รายการ เป็นกุ้งที่ส่งมาจากมาเลเซียและเป็นจำนวนที่เท่ากับจำนวนกุ้งนำเข้าจากมาเลเซียที่ถูกปฏิเสธ การนำเข้าด้วยเหตุผลเดียวกันในปี 2012 และ 2013 รวมกัน

เป็นที่สังเกตว่ากุ้งนำเข้าที่ถูกปฏิเสธเหล่านี้มีประกาศนียบัตร The Best Aquaculture Practices program (BAP) แนบมาด้วย นอกจากมาเลเซียและอินเดียแล้ว เวียดนามและจีนเป็นอีกสองประเทศแหล่งอุปทานที่มีปัญหาเรื่องยาปฏิชีวนะตกค้างในสินค้ามากที่สุด

วันที่ 5 มิถุนายน 2015 USFDA ประกาศ Import Alert “Detention Without Physical Examination of Shrimp” กุ้งสดและกุ้งสดแช่เยือกแข็งนำเข้าจาก 6 ประเทศ คือ บังคลาเทศ ฮ่องกง อินเดีย อินโดนิเซีย ไต้หวัน และประเทศไทย ด้วยเหตุผลว่ามีปัญหาเรื่อง salmonella, การเน่าเสีย และสกปรก ทำให้กุ้งสดและกุ้งสดแช่เยือกแข็งจากประเทศเหล่านี้เมื่อนำเข้าไปยังสหรัฐฯ จะถูกกักทันทีโดยไม่ต้องมีการตรวจ

ทั้งนี้ ยกเว้นสินค้าจากบริษัทที่ได้รับ Green List จะไม่ถูกกักกุ้งนำเข้าที่ถูกกักเหล่านี้ ผู้นำเข้าหรือเจ้าของสินค้าจะต้องพิสูจน์ให้USFDA เห็นว่าเป็นสินค้าที่ปลอดภัยและไม่มีการฝ่าฝืนโดยการนำตัวอย่างสินค้าไปวิเคราะห์ในห้องวิจัย และยื่นผลการวิเคราะห์ให้ USFDA พิจารณา ปัญหาเรื่อง transshipment สินค้ากุ้งนำเข้าสหรัฐฯ

สหรัฐฯ ค้นพบว่าประเทศจีนที่เป็นผู้ส่งออกกุ้งที่ในบางรายการโดนสหรัฐฯ ตั้งภาษีทุ่มตลาดหาทางหลีกเลี่ยงการเสียภาษีโดยการ transshipment สินค้าผ่านเข้าไปยังประเทศมาเลเซียก่อนส่งเข้าสหรัฐฯ เรื่องนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปริมาณกุ้งมาเลเซียที่ส่งเข้าไปยังตลาดสหรัฐฯ มีจำนวนพุ่งสูงผิดปกติ และทำให้สหรัฐฯ จับตามองมำเลเซียว่ากำลังทำการค้าที่เป็นการคดโกง

กุ้ง transshipment เหล่านี้ นอกจากจะมีศักยภาพที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคเนื่องจากมียาปฏิชีวนะต้องห้ามตกค้างในสินค้าแล้ว การถูกส่งผ่านด้วยวิธี transshipment ยังทำให้สหรัฐฯ สูญเสียรายได้ที่มาจากการเก็บภาษีนำเข้า และเนื่องจากสหรัฐฯ สามารถตรวจสินค้ากุ้งนำเข้าได้เพียงแค่ร้อยละ 2

กลุ่มผู้ผลิตกุ้งในสหรัฐฯ จึงได้อ้างว่า เรื่องนี้นอกจากจะเป็นอัตรายต่อผู้บริโภคและทำให้รัฐสูญเสียรายได้แล้ว ยังจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตกุ้งสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน จึงได้เคลื่อนไหวให้มีการออกกฎหมายที่จะจัดหาแหล่งทรัพยากรให้แก่หน่วยงานศุลกากรสหรัฐฯเพื่อให้สามารถตรวจสอบกุ้งนำเข้าได้อย่างมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้นและประสบความสำเร็จในการหยุดยั้งการค้าที่เป็นไปอย่างผิดกฎหมายและไม่ยุติธรรมต่อผู้ผลิตสหรัฐฯ

Charles Boustany Jr. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐหลุยเซียน่าที่เป็นรัฐผลิตกุ้งได้เสนอร่างกฎหมาย Preventing Recurring Trade Evasion and Circumvention (PROTECT) เข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015 เรียกร้องให้มีการจัดหาแหล่งทรัพยากรที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ศุลกากรสหรัฐฯ

Charles Boustany เคยนำเสนอร่างกฎหมายนี้เข้าสู่สภามาแล้วในปี 2012 แต่ร่างกฎหมายไม่สามารถผ่านออกมาได้ ในเดือนมกราคม 2013 เขาได้ส่งร่างกฎหมายนี้เข้าไปเพื่อพิจารณาอีกครั้ง โดยใส่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2015 ร่างนี้ผ่านการพิจารณาของ House Ways and Means Committee แล้ว ขณะนี้กำลังรอการพิจารณาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ

ร่างกฎหมาย PROTECT เสนอให้มีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่อีกหน่วยหนึ่งใน Customs and Border Protection Department ที่จะทำงานเน้นไปที่การใช้เล่ห์เหลี่ยมต่างๆ ในการค้าและทำงานประสานกับหน่วยงานรัฐบาลกลางอื่นๆ ของสหรัฐฯ ในการดำเนินงานที่เป็นการป้องกันการโกงด้านการค้า

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังเสนอให้สร้างปฏิบัติการที่เป็นด้านการบริหารอย่างเป็นทางการขึ้นที่ Department of Commerce เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ สามารถทำการสืบสวนการโกงด้านการค้าได้ราคากุ้งในตลาดสหรัฐฯ

ในปี 2014 และต้นปี 2015 เป็นต้นมา โรคที่เรียกกันว่า early mortality syndrome หรือ EMS ที่เกิด กับกุ้งเลี้ยงในฟาร์มในประเทศต่างๆ ในเอเซียและก่อความเสียหายอย่างหนักต่อการผลิตได้เริ่มคลี่คลายลง ปริมาณการผลิตกุ้งในประเทศต่างๆ เหล่านี้กำลังเพิ่มขึ้นและการส่งออกกุ้งฟื้นตัว

ขณะที่ความต้องการของตลาดนำเข้าสำคัญๆ เช่น จีน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นลดลง สาเหตุสำคัญ คือ การแข็งตัวของค่าเงินดอลลาร์และความต้องการลดลง ส่งผลให้กุ้งจำนวนมากกำลังไหลบ่าเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ อีกครั้ง ในไตรมาสที่หนึ่งของปี 2015 ปริมาณนำเข้ากุ้งของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 8.31 ราคานำเข้าเฉลี่ย ต่อกิโลกรัมลดลงร้อยละ 20.85 และมูลค่านำเข้าลดลงร้อยละ 14.25 ปริมาณนำเข้าจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.16 ราคานำเข้าเฉลี่ยต่อกิโลกรัมลดลงร้อยละ 20.71 และมูลค่านำเข้าลดลงร้อยละ 11.05

กุ้งจำนวนมากในตลาดทำให้ราคาขายส่งและขายปลีกกุ้งนำเข้าอยู่ในระดับต่ำและกระทบต่อราคากุ้งที่ผลิตได้ในสหรัฐฯ ปัจจุบัน กุ้งที่ได้ในสหรัฐฯ จะมีราคาสูงกว่ากุ้งนำเข้าโดยเฉลี่ยแล้วประมาณหนึ่งดอลลาร์สหรัฐ ต่อปอนด์ ปกติแล้วคำสั่งซื้อกุ้งจำนวนมากในสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนเพื่อการขายในเทศกาลวันหยุดสำคัญๆ ของสหรัฐฯ ในครึ่งปีหลัง

แต่ในปีนี้ เนื่องจากอุปทานกุ้งมีเป็นจำนวนมาก ราคากุ้งในตลาดสหรัฐฯ มีราคาต่ำและมีแนวโน้มว่าราคาจะลดลงอีกเมื่อมีรายงานคาดการณ์ผลผลิตจำนวนมากในปีนี้ส่งผลทำให้ผู้ซื้อรายใหญ่ในสหรัฐฯ ยังคงชะลอการสั่งซื้อกุ้งออกไปเพื่อรอราคาให้ลดต่ำลงกว่าปัจจุบัน และเป็นเรื่องปกติเช่นกันที่กุ้งจะมีราคาสูงขึ้นทันทีที่มีการสั่งซื้อของผู้ซื้อรายใหญ่ๆ

ข้อมูลล่าสุดของราคากุ้ง vannamei ขนาดบรรจุ 70 ตัวต่อกิโลกรัม ในตลาดสหรัฐฯ กุ้งอินเดีย เมื่อสัปดำห์ที่ 22 ของปี 2015 ราคา 220 INR/กิโลกรัม (ประมาณ 3.46 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม) กุ้งไทย เมื่อสัปดาห์ที่ 24 ของปี 2015 ราคา 156 บาท/กิโลกรัม หรือประมาณ 4.64 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม มีรายงานว่าก่อนหน้างานแสดงสินค้า Boston Seafood กุ้งไทยมีราคาสูงเพราะผู้ผลิตไทยคาดหวังว่าจะได้รับการสั่งซื้อ แต่การสั่งซื้อไม่เกิดขึ้นทำให้ภายหลังจากงาน Boston Seafood ราคากุ้งไทยลดลง


ที่มา:

  1. BusinessLine: “US rejects Indian shrimp lots on antibiotics”, by Amrita Nair-Ghwaswalla, June 17, 2015

  2. Southern Shrimp Alliance: “FDA is Cracking Down on Contaminated Shrimp Imports”February 4, 2015 3. Undercurrentnews: “US shrimp importers hold off on ‘big buy’”, by Tom Seaman, June 16, 2015

แหล่งอ้างอิง: ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหัรฐอเมริกา


24 มิถุนายน 2558
โดย: สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครลอสแองเจลิส

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ