เรียนรู้กลยุทธ์ทางการตลาดของข้าวพันธุ์เจอฟ่างก้งหมี่ของจีน
เรียนรู้กลยุทธ์ทางการตลาดของข้าวพันธุ์เจอฟ่างก้งหมี่ของจีน
             เรียนรู้กลยุทธ์ทางการตลาดของข้าวพันธุ์เจอฟ่างก้งหมี่ของจีน ในโอกาสที่ นายสุชาติ เลียงแสงทอง กงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง เดินทางเยือนเขตปกครองตนเองชนชาติไทลื้อและจิ่งโพเต๋อหง มณฑลยูนนาน เมื่อเร็วๆนี้ การเยือนดังกล่าวมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะการเรียนรู้วิธีและกลยุทธ์ทางการตลาดของรัฐบาลเต๋อหงในการโปรโมทข้าวเจอฟ่างก้งหมี่ (Zhe Fang Gong Mi) ซึ่งเป็นข้าวสายพันธุ์พิเศษของตำบลเจอฟ่าง ปลูกบนที่ราบสูง เป็นข้าวเมล็ดกลม สั้น มีกลิ่นหอม และถูกใช้เป็นเครื่องบรรณาการสำหรับฮ่องเต้ในอดีตกาลสมัยราชวงศ์หยวนและราชวงศ์หมิง ทำให้ข้าวเจอฟ่างก้งหมี่มีราคาแพงแต่ก็เป็นที่นิยมของชาวจีนทั้งในการบริโภคและเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษ

            สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จึงได้สรุปแนวคิดและรูปแบบการตลาดที่น่าสนใจของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวพันธุ์พิเศษของจีน โดยเฉพาะความพิเศษของตลาดข้าวประเภทดังกล่าว ที่มี Story ของตัวเอง และยังมีตลาดและผู้บริโภคระดับ High-end ที่สนใจข้าวเจอฟ่างก้งหมี่จึงมีอยู่มาก แม้ว่าปริมาณที่ผลิตได้มีจำนวนน้อย แต่ด้วยชื่อเสียงที่โดดเด่น ทำให้มีความต้องการในตลาดมาก แม้ราคาจะเพิ่มสูงก็ยังขายได้ โดยสามารถขายได้ในราคากิโลกรัมละ 1,000 หยวน หรือ 5,000 บาท ทำให้การเกษตรกรในพื้นที่เน้นคุณภาพข้าวที่ได้มากกว่าปริมาณการผลิต นอกจากนี้ ยังสามารถทำบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม โดยเมล็ดข้าวจะถูกบรรจุในโถเซรามิคทรงเมล็ดข้าว โถละครึ่งกิโลกรัม ใส่กล่องไม้แกะสลักอย่างดีที่เน้นสีเหลืองและแดง โดยสีเหลือง สื่อความหมายถึง ฉลองพระองค์ของฮ่องเต้ในสมัยโบราณ และสีแดง เป็นสีมงคลตามความเชื่อของชาวจีน ภายในกล่องและตัวโถมีการบอกเล่าเรื่องราวของข้าวด้วยอักษรภาษาจีน และมีใบรับประกันคุณภาพบรรจุอยู่ในกล่องด้วย

            นอกจากการส่งข้าวชนิดนี้ไปเป็นเครื่องบรรณาการให้ฮ่องเต้ที่เมืองหลวง และเป็นข้าวที่ใช้ทำพิธีบูชาฟ้าดินและเทพเจ้าตามประเพณีจีนแล้ว ข้าวเจอฟ่างก้งหมี่ยังมีลักษณะพิเศษโดยมีรูปร่างคล้ายเมล็ดแตงโม สีขาวนวลดังหยก เมื่อหุงสุกจะมีความหอมนุ่ม น่ารับประทาน มีความนุ่มพอดีเหมือนข้าวสวยและเมื่อปล่อยให้เย็นก็ไม่แข็งกระด้าง ข้าวเจอฟ่างก้งหมี่ แบ่งออกเป็น 2 เกรด คือ เกรด A เรียกว่า “หาวพี” ซึ่งมีไว้สำหรับฮ่องเต้เท่านั้น และเกรด B เรียกว่า “หาวก้ง” สำหรับขุนนางและคนในพระราชวัง ดังนั้น ชาวบ้านทั่วไปหรือเศรษฐี ที่มีเงินแม้อยากรับประทานก็ซื้อหากันไม่ได้ ข้าวเจอฟ่างก้งหมี่ เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในปี พ.ศ. 2499 เมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหล ได้เดินทางมาเยี่ยมพื้นที่และได้มีโอกาสชิมข้าวชนิดนี้ ทำให้รัฐบาลจีนรับซื้อข้าวเจอฟ่างก้งหมี่เพื่อใช้ในโอกาสพิเศษในการรับรองแขกจากต่างประเทศ

            ก่อนหน้านี้ แม้ว่าข้าวเจอฟ่างก้งหมี่เคยหายสาบสูญไปในช่วงหลังปี พ.ศ. 2499 เพราะการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการสนับสนุนของรัฐบาล แต่ในปี พ.ศ. 2551 ก็ได้มีการนำเมล็ดพันธุ์จากคลังของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การเกษตรมณฑลยูนนานมาฟื้นฟูและปลูกใหม่ โดยใช้เวลากว่า 4 ปี ในการฟื้นฟูความพิเศษให้กลับมาดังเดิม และยังเป็นของฝากที่มีชื่อเสียงของเขตปกครองตนเองชนชาติไทลื้อและจิ่งโพเต๋อหง มณฑลยูนนาน

            สิ่งที่สถานกงสุลใหญ่ฯ เห็นว่า น่าจะมีประโยชน์แก่ผู้ประกอบการข้าวของไทย คือ การนำกลยุทธ์การตลาดโดยใช้หลักจิตวิทยาการตลาด การกำหนดราคา และการสร้างจุดขายการเป็นสินค้าพรีเมี่ยมคุณภาพดี โดยใช้ความโดดเด่นของเรื่องราวของข้าวมาเป็นจุดขายสำคัญเพื่อสร้างมูลค่าให้กับข้าว พร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสมด้วยการชูประเด็นว่า อดีตผู้นำจีนก็เคยรับประทานข้าวชนิดนี้ และทางการจีนใช้ข้าวชนิดนี้ในการเลี้ยงรับรองและมอบเป็นของที่ระลึกสำหรับแขกทางการ ประกอบกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่หรูหรา และการผลิตที่เน้นคุณภาพ จึงทำให้สินค้าพื้นเมืองอย่างข้าวเจอฟ่างก้งหมี่กลายเป็นสินค้าlimited edition ที่ทำการตลาดแบบปากต่อปาก กลายเป็นสินค้าสอดคล้องกับค่านิยมของชาวจีนที่นิยมมอบของขวัญที่ดูดีมีราคา สามารถวางจำหน่ายทั้งแก่ผู้บริโภคภายในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างถิ่น
8 มิถุนายน 2558
แหล่งข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ