รัฐบาลโมดีเร่งเครื่องเต็มสูบ พัฒนาทักษะแรงงานอินเดีย
รัฐบาลโมดีเร่งเครื่องเต็มสูบ พัฒนาทักษะแรงงานอินเดีย
            “ทรัพยากรมนุษย์” เป็นหัวใจสู่ความสำเร็จไม่ว่าสำหรับองค์กรภาครัฐหรือภาคเอกชน จึงไม่น่าแปลกใจที่รัฐบาลทุกวันนี้ต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรให้มีฝีมือและมีความชำนาญ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

            รัฐบาลอินเดียภายใต้การนำของนายนเรนทรา โมดี ไม่นิ่งนอนใจที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของแรงงานอินเดีย เนื่องจากปัจจุบัน สัดส่วนแรงงานอินเดียที่มีฝีมือมีเพียง 2% ของแรงงานอินเดียทั้งหมด ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว ยังถือว่าเป็นสัดส่วนที่ต่ำมาก เกาหลีใต้มี 96% ญี่ปุ่น 80% เยอรมนี 75% สหราชอาณาจักร 70%

            เพื่อแก้ปัญหานี้ รัฐบาลได้ยกให้การพัฒนาแรงงานเป็นนโยบายเร่งด่วน และได้ก่อตั้งกระทรวงพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานและผู้ประกอบการ (Ministry of Skill Development and Entrepreneurship-MoSDE) เพื่อให้การพัฒนาแรงงานเห็นผลเป็นรูปธรรมและสามารถสนับสนุนนโยบาย “Make in India” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            โครงการที่น่าจะเห็นเป็นรูปธรรมในเร็ววันนี้น่าจะเป็น “โครงการพัฒนาฝีมือแรงงานแห่งชาติ (National Skills Missions)” โดยเป็นการดำเนินงานระหว่างกระทรวงพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานและผู้ประกอบการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้งบประมาณจำนวน 15,000 ล้านรูปี (ประมาณ 8,400,000,000 บาท)

            วัตถุประสงค์ของโครงการคือ เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานจำนวน 2.4 ล้านคน โดยใช้มาตรฐานทักษะแรงงานแห่งชาติและมาตรฐานภาคอุตสาหกรรมเป็นเกณฑ์ ผู้ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับเงินรางวัลประมาณ 8,000 รูปี/คน (ประมาณ 4,480 บาท/คน) หน่วยงานระดับรัฐและท้องถิ่นจะเป็นผู้คัดสรรบุคคลที่จะเข้ารับการอบรม โดยจะเน้นผู้ที่เข้ามาในตลาดแรงงานเป็นครั้งแรก

            รัฐบาลจะเน้นการส่งเสริมแรงงานใน 4 ลักษณะ ได้แก่ 1) อุดหนุนสาขาที่ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะจัดอบรมได้ด้วยตนเอง 2) เพิ่มทักษะในสาขาที่ต้องการยกระดับมาตรฐาน เช่น การเป็นผู้ประเมินและผู้ออกใบรับรองต่าง ๆ เป็นต้น 3) อุดหนุนสถาบันการฝึกอบรมให้สามารถดำเนินงานได้อย่างยั่งยืน และ 4) ให้เงินกู้แก่ผู้ประสงค์รับการฝึกอบรมในสถาบันที่มีคุณภาพ

           สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบให้ข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยว่า “อินเดียจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานเพื่อให้มีแรงงานที่มีทักษะอย่างเพียงพอในการรองรับนโยบายและโครงการใหญ่ของรัฐบาล อาทิ Make in India, Digital India, Clean Ganga, Solar Mission, Swachh Bharat Mission, Smart Cities และหากรัฐบาลสามารถผลักดันโครงการพัฒนาฝีมือแรงงานได้สำเร็จ จะส่งผลให้มีสัดส่วนแรงงานฝีมือเพิ่มมากขึ้น กอปรกับค่าแรงที่ค่อนข้างต่ำ จะช่วยให้การพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศเป็นไปอย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
25 พฤษภาคม 2558
แหล่งข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ