ติดตามภาวะเศรษฐกิจสหราชอาณาจักร
ติดตามภาวะเศรษฐกิจสหราชอาณาจักร
             GDP Growth ไตรมาส 1/58 (Preliminary Estimate) ขยายตัวที่ร้อยละ 0.3 ลดลงจากร้อยละ 0.6 ในไตรมาส 4/57 และร้อยละ 2.4 YoY เป็นระดับที่ต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4/55 เนื่องจากดัชนีเศรษฐกิจหลายตัว เช่น ดัชนีผลผลิตการก่อสร้าง การค้าปลีก ลดลงประกอบกับดัชนีผลผลิตเติบโตน้อยมาก ในขณะที่ภาคบริการซึ่งมีสัดส่วนถึงร้อยละ 78.4/GDP เติบโตลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนอัตราการว่างงานล่าสุด (ช่วงเดือน ธ.ค.57 – ก.พ. 58) ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 5.6 ในขณะที่อัตราการจ้างงานอยู่ที่ร้อยละ 73.4 สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2514 ซึ่งเป็นปีเริ่มเก็บสถิติ ดัชนีราคาผู้บริโภครวมสินค้าทุกชนิดหรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไปในรอบ 1 ปีของเดือน มี.ค.58 อยู่ที่ระดับ ร้อยละ 0.0 เท่ากับเดือน ก.พ. อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation ไม่นับรวมราคาสินค้าผันผวน ได้แก่ น้ำมัน อาหาร แอลกอฮอล์ บุหรี่) อยู่ที่ร้อยละ 1.0 ลดลงจากร้อยละ 1.2 ในเดือน ก.พ. ซึ่งต้องจับตาความเคลื่อนไหวของอัตราเงินเฟ้อต่อไป เพราะมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง และห่างจากเป้าหมายเงินเฟ้อ (Inflation targeting) ที่ Bank of England กำหนดไว้ที่ร้อยละ 2 มากขึ้น

            ในการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 7 พ.ค. 58 ซึ่งคาดว่าจะไม่มีพรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงข้างมากเพื่อจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว จึงมีแนวโน้มสูงว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นรัฐบาลผสม ระหว่างพรรค Conservative (พรรคแกนนำรัฐบาลปัจจุบัน) หรือพรรค Labour (พรรคฝ่ายค้าน) เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเล็ก ซึ่งขณะนี้โพลล์ระหว่าง 2 พรรคใหญ่ค่อนข้างสูสีกันมาก พรรค Conservative มีนโยบายลดการใช้จ่ายของรัฐบาลต่อไปเพื่อฟื้นฟูฐานะการคลัง ในขณะที่พรรค Labour มีนโยบายที่จะขึ้นภาษีหรือขยายฐานภาษีเพื่อเก็บภาษีหารายได้เพิ่ม

                ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2557 สหราชอาณาจักรขาดดุลงบประมาณที่ร้อยละ 5.7/GDP และมีสัดส่วนหนี้สาธารณะที่ร้อยละ 86.6/GDP ในขณะที่เงื่อนไขของสนธิสัญญา Maastricht ตามมาตรฐานสมาชิก EU ต้องมีกำรขำดดุลงบประมาณไม่เกินร้อยละ 3/ GDP และมีสัดส่วนหนี้สาธารณะไม่เกินร้อยละ 60/ GDP ดังนั้น การฟื้นฟูฐานะการคลัง รวมถึงการแก้ปัญหา Twin deficit จากการขาดดุลงบประมาณและขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นจำนวนมากในระยะต่อไป (สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากที่สุดในบรรดามาชิก EU) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกรัฐบาลใหม่ในอนาคต ในขณะที่ต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตยั่งยืน จึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง
ข้อมูลเพิ่มเติม UK Econ of 30 Apr.15

11 พฤษภาคม 2558
แหล่งข้อมูล: สำนักงานที่ปรึกษาเศรษฐกิจการคลังประจำสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ