“อามาโซนัส: รัฐที่อุดมสมบูรณ์และมีศักยภาพเศรษฐกิจใหญ่สุดแห่งลาตินอเมริกา” (ตอนจบ)
“อามาโซนัส: รัฐที่อุดมสมบูรณ์และมีศักยภาพเศรษฐกิจใหญ่สุดแห่งลาตินอเมริกา” (ตอนจบ)
            ตอนที่แล้วเราพูดถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของรัฐอามาโซนัสซึ่งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศบราซิล เมืองหลวงของรัฐคือ มาเนาส์เป็นที่ตั้งของบริษัทต่างชาติมากกว่า 600 บริษัท อาทิ Honda Nokia Samsung Coco-cola Pepsi Sony Philips P&G Yamaha เป็นต้น มีตำแหน่งรองรับการจ้างงานมากถึง 1.2 แสนตำแหน่ง

            และหนึ่งในบริษัทลูกครึ่งไทย-ไต้หวันที่เป็นตัวแทนบริษัทไทยที่ได้ไปปักธง ณ เมืองมาเนาส์ คือ บริษัท Cal-Comp Electronics ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ถือหุ้นโดยชาวไต้หวัน เปิดโรงงานที่เมืองมาเนาส์ รัฐอามาโซนัสตั้งแต่ปี 2554 ผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิส แผงวงจรคอมพิวเตอร์ และกล่องรับสัญญาณดาวเทียม โดยมีช่างเทคนิคคนไทยประมาณ 40 คน ขณะนี้กำลังขยายและสร้างโรงงานเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง บริษัทมีรายได้ตลอดปี 2555 มากกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท

            ส่วนความสัมพันธ์กับไทยในแง่การค้านั้น ในปี 2557 ไทยส่งออกสินค้ามายังรัฐอามาโซนัสประมาณ 470 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เป็นลำดับที่ 7 ของประเทศต่าง ๆ ที่ส่งสินค้าเข้ารัฐนี้) ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำพวกชิ้นส่วนประกอบยานยนต์ อุปกรณ์ชิ้นส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ ส่วนผู้ว่าการรัฐอามาโซนัสได้หารือกับเอกอัครราชทูตไทยประจำบราซิลว่า อยากเห็นนักธุรกิจไทยเข้ามาลงทุนและประกอบการค้าและธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆ ในรัฐอามาโซนัสเพิ่มขึ้น ทั้งยังประสงค์จะร่วมมือด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด การจัดการดินและแหล่งน้ำ การพัฒนาระบบการผลิตสัตว์น้ำเพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ รวมถึง การแปรรูปปลาน้ำจืดเป็นผลิตภัณฑ์บรรจุกระป๋องเพื่อส่งออกในอนาคต (เพราะรัฐอามาโซนัสมีโรงงานแช่เยือกแข็งปลาขนาดเล็กลักษณะ SME เป็นจำนวนมากซึ่งสามารถผลิตปลาจำพวก Catfish เพื่อส่งออกได้มากถึง 1.5 พันตัน/วัน) รวมทั้งการวิจัยโรคพืชในยางพาราด้วย

            อนึ่ง นอกจากนักลงทุนและนักธุรกิจต่าง ๆ ที่ประสงค์จะลงทุนและประกอบธุรกิจในรัฐนี้จะสามารถใช้สิทธิประโยชน์จาก Manaus Free Trade Zone หรือ ZFM ได้แล้ว ยังมีโอกาสได้ท่องเที่ยวในลักษณะผจญภัยและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะหลายคนคงคุ้นตากับภาพหน้ากลัวของปลา ปิรันย่าและความน่าพรั่นพรึงของงูยักษ์อนาคอนด้าที่ปรากฏในจอภาพยนตร์มากมาย ซึ่งผู้มาเยือนมาเนาส์หรือรัฐอามาโซนัสก็อยากจะมาสัมผัสครั้งหนึ่งในชีวิต ความโด่งดังของป่าไม้อุดมสมบูรณ์นี้ทำให้รัฐสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยนักท่องเที่ยวจากทุกภูมิภาคของโลกสามารถสัมผัสการท่องเที่ยวในลักษณะนี้ได้ไม่ว่าจะเป็นการพักบนเรือหรูหราในลักษณะ Homestay ห้องส่วนตัวหรือการโดยสารเรือกับนักท่องเที่ยวหลายคนโดยการจับจองที่นอนเปลนอนตลอดคืนแล่นผ่านแม่น้ำอเมซอนสายเล็กใหญ่ ชื่นชมธรรมชาติ สัตว์ป่านานาชนิด นกแปลกตา และความสมบูรณ์ของผืนป่าไม้เขตร้อนชื้นได้

            หากท่านผู้อ่านได้มีโอกาสมาเยือนรัฐอามาโซนัสแล้ว ผู้เขียนขอแนะนำให้ลิ้มลองปลาช่อน อเมซอน (Pirarucu) และปลาทัมบากิ (Tambaqui) ซึ่งมีรสชาติดี เนื้อหนาสีขาว ขนาดตัวใหญ่ รับประทานกับผัก “Heart of Palm” (แกนกลางของต้นปาล์ม) ซึ่งไม่มีใครปฏิเสธรสชาติความอร่อยอันเป็นสัญลักษณ์ของลุ่มน้ำอเมซอน ทั้งนี้ นักธุรกิจ นักลงทุน หรือนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนรัฐ อามาโซนัสควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้เหลืองก่อนเดินทางอย่างน้อย 10 วัน เพราะในเขตลุ่มน้ำอเมซอน ยังคงมีการระบาดของโรคไข้เหลือง ไข้เลือดออก และโรคมาลาเรียอยู่

            จะเห็นได้ว่าทำไมผู้เขียนถึงกล่าวว่า อามาโซนัสเป็นรัฐที่อุดมสมบูรณ์และมีศักยภาพเศรษฐกิจใหญ่สุดแห่งลาตินอเมริกา เพราะชาวอามาโซนัสได้กล่าวไว้ว่า หากโลกเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำหรือทรัพยากรที่จะใช้อุปโภคบริโภค รัฐนี้แหละจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของปัญหาต่าง ๆ ได้ โดยเสมือนเป็นอู่ข้าวอู่น้ำแห่งลาตินอเมริกาเลยทีเดียว

เป้าหมายใหม่ของความร่วมมือไทย – บราซิล

            ท่านทูตพิชยพันธ์ุ ชาญภูมิดล เอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลียได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่นักธุรกิจและนักลงทุนไทยจะมีการค้าการลงทุนกับบราซิลเพิ่มขึ้นในอนาคต รวมถึงความร่วมมือทางวิชาการต่าง ๆ ที่สามารถร่วมกันส่งเสริม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านประมงน้ำจืด และความร่วมมือด้านการศึกษาและวิชาการ เนื่องจากรัฐอามาโซนัสเป็นหนึ่งในรัฐที่มีศักยภาพสูงของบราซิล ตั้งอยู่ในเขตลุ่มน้ำอเมซอนจึงมีทรัพยากรปลาหลากหลายสายพันธุ์ และป่าไม้จำนวนมาก ส่วนในด้านการลงทุน บริษัทผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กโทรนิกส์ขนาดใหญ่ของไทยก็ประสบผลสำเร็จในการลงทุนตั้งฐานการผลิตที่เมืองมาเนาส์ และมีแนวโน้มจะเพิ่มขยายการผลิตต่อไป
6 พฤษภาคม 2558
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • ด้วยเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2560 นายสุรศักดิ์ สุภารัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลียได้ให้การต้อนรับนาย Edclides Barbo Siqueira ประธานสภาหอการค้าแห่งรัฐโกยาส พร้อมด้วยนาย Leopoldo Veiga Jardim รองประธานสภาหอการค้าฯ และคณะฯ ณ สถานเอกอัครราชทูตฯ

    ในโอกาสดังกล่าว เอกอัครราชทูตฯ ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับประธานสภาหอการค้าแห่งรัฐโกยาสในเรื่องการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับรัฐโกยาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้า การลงทุนและการประชาสัมพันธ์ประเทศไทย    
                
    ประธานสภาหอการค้าฯ ได้เชิญให้เอกอัครราชทูตฯ เยือนรัฐโกยาสอย่างเป็นทางการ รวมทั้งทาบทามให้สถานเอกอัครราชทูตจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในรัฐโกยาส (Thailand Roadshow in Goiás) พร้อมทั้งจัดกิจกรรมงานเลี้ยงอาหารไทยในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย
        
    ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตฯ จะพิจารณาให้ความร่วมมือกับรัฐโกยาสรวมทั้งจะถือโอกาสสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยที่ส่งออกเครื่องดื่มเบียร์สิงห์และเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวไปยังบราซิลแล้วได้มีโอกาสขยายตลาดในรัฐโกยาส ตามแนวทางการส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวไทย และการส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ ตามนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก  
  • นายพิชยพันธุ์ ชาญภูมิดล เอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดการเป็นหุ้นส่วนธุรกิจอย่างเป็นทางการระหว่างสโมสรฟุตบอล ฟลาเม็งโก้ (Flamengo) กับบริษัทเครื่องดื่มบำรุงกำลัง “คาราบาว”ของไทย ณ นครรีโอเดจาเนโร 26 มค 2560
  • ระหว่างวันที่ 3 – 4 สิงหาคม 2558 นายพิชยพันธุ์ ชาญภูมิดล เอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย และภริยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และแม่ครัวทำเนียบสถานเอกอัครราชทูต เดินทางไปยังเมือง Belo Horizonte
  • บริษัท Brazil Food’s Global (หรือ BRF) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านอุตสาหกรรม
    การผลิตอาหารของบราซิลและผลิตภัณฑ์จากไก่รายใหญ่ที่สุดของโลก ได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการ
    ของบริษัท Golden Food’s Siam ของไทยในมูลค่ากว่า 1.2 หมื่นล้านบาท (ประมาณ 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งถือเป็นการลงทุนมูลค่ามากที่สุดของบริษัทสัญชาติบราซิลในภูมิภาคเอเชีย
  • หากย้อนไปสามทศวรรษก่อน บราซิลมีสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน ร้อยละ 12 และพึ่งพาพลังงานสิ้นเปลืองร้อยละ 88 แต่ในปัจจุบันบราซิลใช้พลังงานทดแทนร้อยละ 47 และใช้พลังงานสิ้นเปลืองร้อยละ 52

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ